หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ ‘สกายแอคทีฟ’ค...

‘สกายแอคทีฟ’คาราวาน ได้เวลาไขความลับ‘มาสด้า’

26.02.22 | 13:06 น.

ใครจะคาดคิดว่า ค่ายมาสด้าประสบความสำเร็จได้มาจนถึงทุกวันนี้ มีประชากรรถวิ่งกันขวักไขว่ในเมืองไทย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังกระท่อนกระแท่น ไปรวมอยู่กับค่ายฟอร์ดตั้งโรงงานร่วมกันผลิตรถยนต์ที่จังหวัดระยอง

แต่หลังจากพัฒนาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ประกอบการออกแบบรถได้งดงามถูกใจคนไทย ทำให้ค่ายมาสด้ากลับมาผงาดในตลาดเมืองไทยได้สำเร็จ

ล่าสุด มาสด้าจัดกิจกรรม มาสด้าสกายแอคทีฟ คาราวาน (MAZDA SKYACTIV CARAVAN) นำสื่อมวลชนขับรถใหม่ทั้งหมด 7 รุ่น รวม 30 คัน บนเส้นทางกรุงเทพฯ-เขาใหญ่ รวมระยะทางไปกลับกว่า 400 กม.

มาสด้าได้เปิดตัวแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟครบทุกรุ่น ทั้งครอสโอเวอร์เอสยูวีและรถยนต์นั่งลงสู่ตลาดประเทศไทย ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2564 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีรถยนต์รุ่นเหล่านี้อยู่ภายใต้การครอบครองของลูกค้าชาวไทยแล้วถึง 313,635 คัน มาสด้ากลายเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย

Advertisement

รถยนต์ 7 รุ่น ประกอบด้วย มาส ด้า MX-5, มาสด้า 2, มาสด้า 3, CX-3, CX-30, CX-5 และ CX-8 ออกแบบตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น และสีภายนอก
เทรนด์ใหม่ สีบรอนซ์ แพลทินัม ควอตซ์ รวมทั้งสีเอกลักษณ์อื่นๆ ของมาสด้า ได้แก่ สีเทา โพลีเมทัล เกรย์ และสีแดง โซล เรด คริสตัล แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างและไม่ซ้ำใคร

นอกจากการออกแบบแล้ว จุดเด่นของรถยนต์มาสด้าเท่าที่เห็น ก็จะมีในเรื่องเครื่องยนต์ สกายแอคทีฟ มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน และสกายแอคทีฟคลีนดีเซล

สกายแอคทีฟ-จี (SKYACTIV-G) เครื่องยนต์เบนซินแบบไดเรกต์ อินเจ็กชั่น เจเนอเรชั่นใหม่ ถือว่าเป็นนวัตกรรมชิ้นเอกของวงการยานยนต์โลกที่มาสด้าภาคภูมิใจอย่างมาก เพราะสามารถออกมาต่อกรสู้กับไฮบริดของค่ายอื่นได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร เป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราแรงอัดอากาศในการเผาไหม้สูงที่สุดของโลก คืออัตรา 14:1 โดยเครื่องยนต์ไม่น็อก

สกายแอคทีฟ-ดี (SKYACTIV-D) คือเครื่องยนต์ดีเซลเผาไหม้สะอาดเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดผ่านข้อกำหนดมาตรฐานไอเสียโลกโดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งปฏิกิริยาราคาสูงเพื่อลดไอเสีย มีอัตราส่วนการอัดอากาศต่ำที่สุดในโลกที่ 14:1

ส่วนเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE แบบ 6 สปีด ออกแบบด้วยการรวมข้อดีของเกียร์อัตโนมัติทุกระบบเข้าไว้ด้วยกัน ตอบสนองแม่นยํา เปลี่ยนเกียร์ราบรื่น ให้อัตราเร่งต่อเนื่อง ที่สำคัญคือช่วยประหยัดน้ำมัน

โครงสร้างตัวถัง สกายแอคทีฟ บอดี้ (SKYACTIV BODY) ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง (High Tensile Steel) น้ำหนักเบา แข็งแกร่ง และทนต่อแรงบิดมากขึ้น มีความปลอดภัยหากเกิดการชนปะทะ ให้การควบคุมรถมั่นคงช่วยลดแรงสะเทือนจากถนน กระจายแรงปะทะเข้าสู่ห้องโดยสารกรณีเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น

อีกเรื่องที่เป็นจุดเด่นของรถยนต์มาสด้ามาอย่างยาวนาน คือช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว ล่าสุดคือ สกายแอคทีฟ-แชสซีส (SKYACTIV-CHASSIS) เทคโนโลยีช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวเจเนอเรชั่นใหม่พัฒนาให้มีน้ำหนักลดลง แต่แข็งแกร่งและคล่องตัว ระบบบังคับเลี้ยวเจเนอเรชั่นใหม่พลังงานไฟฟ้าช่วยให้ควบคุมได้ดีขึ้น รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น

ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (G-Vectoring Control Plus หรือ GVC Plus) เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด พัฒนาต่อจากระบบ GVC ช่วยควบคุมสมรรถนะการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล โดยเฉพาะการเข้าโค้งและสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ หัวใจหลักที่ทำให้รถยนต์มาสด้าขับสบาย

นอกจากนี้ยังมีระบบ ไอ-แอคทีฟเซนส์ (i-ACTIVSENSE) ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Mazda Proactive Safety) ฟังก์ชั่นและคุณลักษณะความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุเพิ่มขึ้นใหม่ ทำให้เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้าช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหาย หรือการบาดเจ็บ โดยนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อการขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

งานนี้ได้มีโอกาสควบน้องนุชสุดท้องมาสด้า 2 รถยนต์ที่สร้างยอดขายให้มาสด้ามากที่สุด ถือเป็นรุ่นหลัก ได้รับความนิยมอย่างสูงมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล มีทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบ๊ก 5 ประตู

ทำให้ได้รู้ความลับของมาสด้าว่า ความนิยมที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ได้มาเพราะฝีมือล้วนๆ

นายพล