ตร.เตรียมนำสปีดโบ๊ต”แตงโม”พลัดตก มาจำลองเหตุการณ์

2.03.22 | 15:30 น.

ตร.เตรียมนำสปีดโบ๊ต”แตงโม”พลัดตก มาจำลองเหตุการณ์ เผยต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ยันปิดคดีได้แน่นอน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 เปิดเผยความคืบหน้า กรณี น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือพิบูลสงคราม 1 จ.นนทบุรี ใกล้เคียงกับสะพานพระราม 7 เมื่อคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ประจวบ เปิดเผยว่า วันนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งรัดคดีการเสียชีวิต เพื่อตอบข้อสงสัยของสังคม พร้อมเร่งรัดผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งด้านบาดแผล ปัสสาวะ ผลเลือด ที่ผลยังไม่ออกอย่างเป็นทางการ โดยวันนี้จะนำเรือลำที่เกิดเหตุไปทดลองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบหาพิกัด เวลาที่ได้รับจากจีพีเอส เพื่อให้ถูกต้องตามเวลาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่ง พล.ต.ท.จิรพัฒน์ จะเป็นผู้กำหนดว่าจะมีใครลงไปในเรือบ้าง ซึ่งจะมีการเชิญเพื่อนของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย มาด้วยหรือไม่นั้น ตำรวจภูธรภาค 1 จะเป็นผู้พิจารณา แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่จำเป็น เพราะเป็นการตรวจพิสูจน์พิกัดตามจีพีเอส ว่าเส้นทาง และความเร็ว จะสอดคล้องตรงกันหรือไม่ ซึ่งการตรวจซ้ำจะทำให้ได้ประโยชน์ เพราะจะทำให้ทราบกำหนดเวลา สถานที่ ความเร็ว คลื่นของเรือ เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการล่าช้า ได้ดำเนินการกันทุกวัน แต่บางอย่างต้องอาศัยเวลา เช่น ผลทางนิติวิทยาศาสตร์ หรือการพิสูจน์หลักฐาน เพื่อให้เกิดความรัดกุมรอบคอบ ทั้งนี้สามารถเก็บรวบรวมพยานหลักฐานได้พอสมควรแล้ว แต่ต้องรอผลการยืนยันที่ชัดเจนที่จะสามารถพิสูจน์ได้ ส่วนการตรวจสอบโทรศัพท์ ของเพื่อนผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน ทาง บก.ปอท.ได้รายงานผลการตรวจมาส่วนหนึ่งแล้ว โดยทุกอย่างที่ได้รับมาก็จะนำมาประมวลผล เพื่อให้เกิดความชัดเจน

ส่วนประเด็นรูปภาพศพที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ พล.ต.ท.ประจวบ ยืนยันว่าตำรวจไม่ใช่ผู้เผยแพร่ ส่วนจะมีการเรียกเจ้าหน้าตำรวจ มูลนิธิ และ อาสา มาสอบปากคำหรือไม่นั้น ฝ่ายสืบสวนจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบ แต่ยืนยันว่าตำรวจไม่ใช่ผู้เผยแพร่

Advertisement

ส่วนกรณีของกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน ที่จะมีการนัดแนะคำพูดกันมาก่อนหรือไม่นั้นพล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า ในส่วนนี้ตนไม่ทราบ แต่ใครจะให้การอย่างไรก็ได้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนประเด็นที่บางคนมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่สามารถไปห้ามใครได้ในเรื่องความสัมพันธ์ แต่ขอยืนยันว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้กำกับดูแลด้วยตนเอง ไม่ต้องห่วงว่าใครจะรู้จักกับใคร ตำรวจจะทำตามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ส่วนกรณีที่มีคนในพื้นที่บอกว่าสะพานพระราม 8 มีการปิดไฟตั้งแต่เวลา 21.00 น. แต่ในภาพหลักฐานของคนบนเรือที่ถ่ายออกมาระบุว่าเป็นเวลา 21.56 นั้น พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบกับทางเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ส่วนเจ้าของอู่เรือ ที่ให้เช่าเรือแก่ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตจับเรือนั้น พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด หากพบใครที่เข้าข่ายมีความผิด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยขณะนี้ดำเนินคดีแล้ว 2 ราย ใน 2 ข้อหา หากเข้าข่ายความผิดอื่น ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้มากพอสมควรแล้ว

ขณะที่ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ว่าบาดแผลที่ขาของผู้เสียชีวิต จะเป็นบาดแผลจากการถูกใบพัดเรือหรือไม่ ต้องรอผลจากพฐ. อีกครั้ง รวมถึงตรวจสอบดีเอ็นเอจากคราบเลือด ใบพัดเรือ และตามส่วนต่างๆ ของเรือ ซึ่งพฐ. ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน 2 ครั้งแล้ว โดยเฉพาะใบเรือมีการไปตรวจสอบตั้งแต่เรือจอดอยู่ในอู่ และครั้งที่ 2 เป็นการถอดใบพัดเรือมาตรวจสอบ ซึ่งยังไม่สามารถตอบได้ว่าผลการตรวจสอบจะเสร็จเมื่อไหร่ ยังคงต้องมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และ หลังเกิดเหตุ ซึ่งมีมากกว่า 12 คนที่ถูกสอบปากคำไปแล้ว ส่วนการชันสูตรศพเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับแม่ของผู้เสียชีวิต ว่ายังมีจุดไหนที่ยังเคลือบแคลงใจหรือไม่ ส่วนการขอขมาเมื่อวานนี้ ไม่มีผลต่อรูปคดี ยืนยันว่าทำคดีไปตามหลักฐานที่ปรากฎจะทำให้เกิดความเป็นธรรม และความกระจ่าง ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนการเชิญผู้เชี่ยวชาญ และ นักวิชาการมาให้ความเห็นในคดีดังกล่าว พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวว่า หลายท่านเป็นนักวิชาการ และเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ และมีความเชี่ยวชาญ ตำรวจจึงอยากรับฟัง รวมถึงประเด็นที่บอกว่า คนบนเรือยังพูดไม่หมด การตรวจสอบวันนี้จะนำไปเทียบเคียงกับคำให้การของผู้ที่อยู่บนเรือ และพยานหลักฐานที่ตำรวจมีว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้บอกว่าคำให้การไม่ตรงกัน แต่ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานให้ละเอียด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าสามารถปิดคดีนี้ได้แน่นอน