จุรินทร์ ชี้ผลกระทบรัสเซีย-ยูเครน สินค้าเกษตร-ปุ๋ยให้ขึ้นราคาเท่าที่จำเป็น ไม่ค้ากำไรเกินควร

จุรินทร์ ติดตาม แก้ปัญหาผลกระทบ รัสเซีย-ยูเครน ยันไม่ให้ใครค้ากำไรเกินควร แก้เชิงรุกให้สมดุล

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรม “พาณิชย์เดินหน้าอมก๋อยโมเดล@ พังงา สินค้ามังคุดทิพย์พังงา” และติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่อาคารอเนกประสงค์ปากถัก ตําบลท่านา อําเภอกะปง จังหวัดพังงา

นายจุรินทร์กล่าวว่า ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนเป็นตลาดใหญ่ จีนจึงมีความสำคัญมาก โดยส่งออกไป 3 ทาง คือ ทางเรือ ทางบก และทางอากาศ ซึ่งทางเรือเป็นทางดั้งเดิมที่ส่งออกเยอะที่สุดในอดีตแต่ช่วงหลังมาใช้ทางบกมากขึ้นเพราะตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนตั้งแต่ช่วงโควิด และค่าบรรทุกแพงขึ้นมาก ล้งและผู้ส่งออกจึงหันมาใช้ทางบกแทนมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดที่ด่านระหว่างไทยไปลาว ลาวไปเวียดนามและโดยเฉพาะเวียดนามเข้าจีน อีกทางคือทางเชียงของไปบ่อเต็นของลาวและไปโม่ฮานของจีน การจราจรติดขัดมากเพราะทุกคนหันมาใช้ช่องทางนี้ และจีนมีนโยบายซีโร่โควิดเป็นอุปสรรค ตนพยายามเจรจาว่าจะทำอย่างไรผ่อนคลายมาตรการให้คล่องตัวขึ้น กำลังนัดหมายรัฐมนตรีจีนแลกเปลี่ยนความเห็นและคลี่คลายปัญหาร่วมกันให้เป็นประโยชน์ไม่เฉพาะฝ่ายไทยเท่านั้น แต่จะทำให้ผู้บริโภคผลไม้ไทยชาวจีนได้รับผลไม้ที่สดใหม่เพียงพอกับการบริโภคมากขึ้น

นายจุรินทร์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีพาณิชย์ของลาวเรื่องนี้ เพราะเส้นทางสำคัญคือ เชียงของไปบ่อเต็นของลาว และไปโม่ฮานของจีน ตอนนี้รถติดกว่า 10 กิโลเมตร ให้ช่วยพิจารณาขอไม่ต้องเปลี่ยนหัวลากที่ลาว ให้เปลี่ยนที่บ่อเต็นทีเดียว ก่อนเข้าโม่ฮานจะช่วยลดการจราจรและความสะดวกเพราะหัวลากของลาวมีไม่เพียงพอ ท่านรัฐมนตรีรับเข้าไปหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป และด่านบ่อเต็นก่อนเข้าโม่ฮานให้เปิดทำการ 24 ชั่วโมง เพราะปัจจุบันนี้ทำการ 7.30 น. ถึง 20.00 น. โดยประมาณ เพื่อจะได้ระบายการจราจร นอกจากนั้นมีเส้นทางรถไฟลาวจีนที่เราจะส่งออกจากหนองคาย ยังมีประเด็นปัญหาค่าโดยสารยังไม่ประกาศเป็นทางการชัดเจน ว่าค่าขนส่งคิดราคาเท่าไหร่ซึ่งท่านเร่งจะไปประกาศ ราคามาตรฐานกลาง ผู้ส่งออกจะได้คำนวณต้นทุนค่าขนส่งได้

นายจุรินทร์กล่าวว่า ส่วนการส่งออกจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน กระทบหลายประเทศ สำหรับประเทศไทย เดือน ม.ค.-ก.พ.65 ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังไม่เกิด ยังไปได้ดีเพราะเราสามารถทำได้ +12.2% ทำเงินเข้าประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท และตั้งเป้าว่าปีนี้ จะทำให้ได้ 9 ล้านล้านบาท แต่เมื่อเข้าเดือนที่ 3 ต้องเผชิญกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังตามตัวเลขอยู่ว่ากระทบมากน้อยแค่ไหน เบื้องต้นคาดเดาว่าตัวเลขยังเป็นบวก และเมื่อมีปัญหา กรอ.พาณิชย์ ตนกับเอกชนประชุมกันเร็ว ช่วยกันแก้ปัญหาหน้างานได้เร็ว คาดว่าตัวเลขยังพอไปได้อยู่ในเดือนมีนาคม

และปัญหาเงินเฟ้อเกิดทั่วโลก ไม่เกิดแต่ประเทศไทย หลายประเทศหนักกว่าเมืองไทยเพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครนไทย เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับผลกระทบ เพราะราคาน้ำมันแพงขึ้นจึงมีผลกับราคาสินค้าและภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเราต้องแก้ปัญหาหน้างานบนพื้นฐานให้ทั้ง 3 ฝ่ายสมดุล สินค้าเกษตรจะดูปลายทางราคาที่ขายให้ผู้บริโภคเอากำไรแค่พอควร หรือกำไรน้อยที่สุดเท่าที่ยังให้การบริหารจัดการไปได้ ผู้บริโภคจะได้ไม่เดือดร้อนมาก เกษตรกรยังได้ราคาดีอยู่ แต่บางเรื่องเกษตรกรบางกลุ่มมีความขัดแย้งกันเช่นเรื่องอาหารสัตว์ ผู้ปลูกข้าวโพดอยากให้ข้าวโพดแพง ขณะนี้กิโลกรัมละ 11-12 บาท แต่คนเลี้ยงหมูเป็ดไก่อยากให้ข้าวโพดราคาถูก เพราะเป็นต้นทุนอาหารสัตว์ ทำให้จำเป็นต้องขายเนื้อสัตว์ราคาแพงขึ้น ขณะนี้พยายามกำกับราคาอันไหนที่จำเป็นต้องขึ้นราคา เพราะถ้าไม่ขึ้นผู้ผลิตเลิกผลิตหรืออะไรที่จำเป็นต้องขึ้นแล้วเลิกนำเข้าจะทำให้มีปัญหาเรื่องของขาด เราต้องอนุญาตให้ขึ้นเท่าที่จำเป็น ดูลึกละเอียด

“ในยามนี้ขอให้ช่วยกัน คือ หลักของกระทรวงพาณิชย์และผมมอบเป็นนโยบายไปแล้ว ปัญหาตอนนี้ไม่ได้มีด้านราคาอย่างเดียวยังมีเรื่องปริมาณด้วย ถ้ากดราคามากแล้วเลิกผลิต เลิกนำเข้าของขาดจะเดือดร้อนอีกแบบ และปุ๋ยก็เช่นเดียวกัน ที่เรานำเข้า 100% ต้นทุนแพงขึ้นมาก ซึ่งปุ๋ยทำจากน้ำมันต้นทุนผลิตปุ๋ยแพงขึ้น การนำเข้าการขนส่งต้องใช้น้ำมันการขนส่งก็แพงจึงราคาขึ้น จำเป็นต้องขายแพงขึ้น แต่อนุญาตให้ขึ้นราคาเท่าที่จำเป็น ไม่ค้ากำไรเกินควร ซึ่งต้องแก้ทั้งปริมาณให้สมดุล” นายจุรินทร์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon