หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.ปรับคาดการ...

พณ.ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี’65 เป็น 4-5% เผยเดือน มี.ค.เฟ้อพุ่ง 5.73%

5.04.22 | 12:59 น.

เงินเฟ้อพุ่งไม่หยุด มี.ค.สูง 5.73% พณ.ปรับคาดการณ์ปี’65 ใหม่แตะ 4-5% เหตุพิษสงครามดันราคาน้ำมัน-อาหารปรุงสำเร็จแพงสุด

เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนมีนาคม 2565 เท่ากับ 104.79 สูงขึ้น 5.73% เทียบกับเดือนมีนาคม 2564 เป็นอัตราสูงสุดรอบ 13 ปี สาเหตุหลักมาจากสินค้าและบริการในประเทศปรับราคาสูงขึ้น ตามต้นทุน จากราคาพลังงาน วัตถุดิบนำเข้า และค่าขนส่งสูงต่อเนื่อง รวมถึงผลจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ และพันธมิตรต่อสงครามขัดแย้งรัสเซียกับยูเครน ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบที่รุนแรงเพราะต้นทุนทางเศรษฐกิจมีความเปราะบาง ส่วนกลุ่มอาหารสดปรับสูงขึ้นกว่าปีก่อนแต่ไม่มากนัก ขณะที่ข้าวสาร ผลไม้สด ค่าเช่าบ้าน เสื้อผ้าและรองเท้า ราคาเริ่มลดลง และเมื่อพิจารณาดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมีนาคม 2565 เทียบเดือนกุมภาพันธ์ 2564 สูงขึ้นเพียง 0.66% เป็นการสูงขึ้นอัตราที่ชะลอตัว โดยสินค้าบางรายการราคาปรับลดลง ทั้งนี้ เดือนมีนาคม สินค้าในการคำนวณเงินเฟ้อ พบว่า 280 รายการปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ค่าไฟฟ้า เชื้อเพลิง อาหารตามสั่ง-อาหารทานนอกบ้าน เป็นต้น อีก 59 รายการไม่เปลี่ยนแปลง และมี 91 รายการราคาลดลง

ทั้งนี้ ในเดือนมีนาคม พบว่ากลุ่มพลังงาน สูงขึ้น 32.43% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง สูงขึ้น 31.43% และค่ากระแสไฟฟ้า สูงขึ้น 39.95% ซึ่งเป็นไปตามราคาพลังงานในตลาดโลก สินค้าประเภทอาหาร ได้แก่ เนื้อสัตว์ (สุกร ไก่สด) ไข่ไก่ ผักสดบางชนิด เครื่องประกอบอาหาร และอาหารปรุงสำเร็จ ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบ รวมทั้งฐานราคาในเดือนเดียวกันของปีก่อนอยู่ในระดับต่ำ มีส่วนทำให้เงินเฟ้อในเดือนนี้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่จำเป็นอีกหลายรายการ อาทิ ข้าวสาร ผลไม้สด ค่าเช่าบ้าน เสื้อผ้าและรองเท้า ราคาปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

“จากเงินเฟ้อช่วง 3 เดือนแรกสูงขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ย 3 เดือนแรกของปี 2565 สูงขึ้น 4.75% และประเมินว่าหากปัจจัยเสี่ยงกดดันเงินเฟ้อคงเหมือนในปัจจุบัน ก็มีโอกาสที่เงินเฟ้อจะยังสูงต่อเนื่อง ทำให้กระทรวงพาณิชย์ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 2565 เป็นช่วง 4.0-5.0% และค่ากลาง 4.5% หากย้อนหลังดูสถิติจะสูงสุดรอบ 13 ปี โดยคาดการณ์เดิมในเดือนธันวาคม 2564 คาดไว้ช่วง 0.7-2.4% และค่ากลาง 1.5% บนสมมุติฐาน ราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ 90-110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่ง 3 เดือนเฉลี่ย 95.63 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 32.34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เฉลี่ย 3 เดือนปีนี้อยู่ที่ 33.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เศรษฐกิจขยายตัว 3.5-4.5% ผลจากภาคบริการ จำนวนนักท่องเที่ยวและการส่งออกดีขึ้นกว่าปีก่อน แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจะมีการทบทวนอีกครั้ง ทั้งนี้ มาตรการของภาครัฐ ทั้งการกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น การพยุงราคาพลังงาน และการอุดหนุนค่าสาธารณูปโภค รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อของไทย แม้เงินเฟ้อใน 3 เดือนยังสูงส่วนหนึ่งจากฐานปีก่อนต่ำ และรัฐไม่น่าจะออกมาตรการเพื่อสกัดเงินเฟ้อ” นายรณรงค์กล่าว

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2565 สูงขึ้นร้อยละ 0.66 (MoM) เป็นการสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หรือสูงขึ้น 1.06% จากการสูงขึ้นของราคาเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ นอกจากนี้ เนื้อสุกร ปลา และสัตว์น้ำ ข้าวสาร และนมและผลิตภัณฑ์นม รวมถึงของใช้ส่วนบุคคล ราคาปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค ไตรมาสที่ 1 ปี 2565 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้น 4.75% และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สูงขึ้น 1.91% สำหรับดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนมีนาคม 2565 สูงขึ้น 11.4% ตามต้นทุนการผลิตและราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติและสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง (เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี) รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าเกษตรสำคัญ ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง สูงขึ้น 8.6% เป็นการสูงขึ้นในทุกหมวดสินค้าตามต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตวัสดุก่อสร้าง (น้ำมัน เหล็ก ถ่านหิน อะลูมิเนียม) ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43.8 จากระดับ 44.6 ในเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยลบจากราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น รวมทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มาตรการช่วยเหลือที่ภาครัฐทยอยออกมาเพิ่มเติม และราคาสินค้าเกษตรสำคัญที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคในระยะต่อไป

Advertisement