‘เนอวานา ไดอิ’ ร่วมภาคี EECmd ต้นแบบ Medical Valley ของไทย รับเทรนด์สุขภาพแห่งอนาคต-สังคมสูงวัย

นายศรศักดิ์ สมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘NVD’ กล่าวว่า เนอวานามองเห็นแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม หรือ Wellness โดยเฉพาะหลังจากประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) แล้วอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปี 2564 เนื่องจากมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% และคาดว่าในปี 2583 หรืออีก 20 ปี จะมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ ดังนั้นอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน สถานที่ทำงาน โรงแรม และโรงพยาบาล รวมถึงสถานดูแลผู้สูงอายุ จึงมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก

การทำงานร่วมกับพันธมิตร ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เนอวานานำมาใช้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเข้าร่วมเป็นภาคีในโครงการ EECmd ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพและความสอดคล้องกันกับแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility study) และพัฒนาโครงการที่พักอาศัยใน EECmd ต่อไป

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงการ EECmd ตั้งอยู่บนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา โดยวางเป้าหมายให้เป็นต้นแบบศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร และในโครงการยังจะพัฒนาให้เป็นสมาร์ทซิตี้ (Smart City) และสมาร์ทแคมปัส (Smart Campus) รวมทั้งมีการก่อสร้างโรงพยาบาลดิจิทัล (Digital Hospital) ที่มีเครือข่ายศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่ให้บริการชุมชนโดยรอบพื้นที่ทางเศรษฐกิจของ EEC พร้อมทั้งเชื่อมโยงอุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่กับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และอุตสาหกรรมดิจิทัล อย่างเป็นระบบและครบวงจรอีกด้วย “เรามุ่งหวังให้ EECmd ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นเมดิคัลฮับด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์และวิศวกรรมเชิงเทคโนโลยีสุขภาพ เพื่อยกระดับศักยภาพและความรู้ของคนไทยสู่มาตรฐานโลก”

ทั้งนี้ เนอวานาได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยบนพื้นที่รวมกว่า 50 ไร่ใน EECmd ภายใต้คอนเซปต์ Health and Wellness แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส ใช้งบลงทุนรวม 1,000 ล้านบาท โดยในเฟสแรกจะพัฒนาที่ดิน 15 ไร่ ด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท รองรับกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตนเองได้และรักการใช้ชีวิตอิสระหลังเกษียณ (Active senior living) โดยจะเป็นที่พักอาศัยที่รองรับความต้องการของลูกค้า ทั้งการเข้าพักแบบระยะสั้น ระยะยาว และอยู่ประจำ

ส่วนในเฟสที่ 2 และ เฟสที่ 3 เนอวานามีความตั้งใจจะพัฒนาโครงการที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลแบบอินเทนซีฟแคร์ โดยในการพัฒนาโครงการแต่ละเฟสนั้นจะมีการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีมาตรฐานระดับโลกอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ การเข้ามาลงทุนใน EECmd ยังทำให้เนอวานาได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนและภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เป็นเวลา 11-13 ปี รวมถึงสามารถนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาพักอาศัยในประเทศไทยได้ โดยที่ผ่านมาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มีการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานแล้วกว่า 2.2 ล้านล้านบาท อาทิ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา, การขยายท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 เป็นต้น จึงเป็นทำเลที่น่าสนใจและมีความพร้อมอย่างมาก

“การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน EECmd จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สร้างความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจของเนอวานาในระยะยาว เพราะเราเล็งเห็นว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า กลุ่มผู้สูงอายุจะเป็นลูกค้ากลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในตลาด ซึ่งจะมีความต้องการที่พักอาศัยที่เฉพาะตัว สิ่งนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเนอวานาไม่เคยหยุดพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เราสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย ทั้งในวันนี้และอนาคต” นายศรศักดิ์ กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon