หน้าแรก Uncategorized สจล. เดินหน้า...

สจล. เดินหน้ายุทธศาสตร์การศึกษาเปิดโซเชียลแล็บพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรไทย

29.04.22 | 14:45 น.

สจล. เดินหน้ายุทธศาสตร์การศึกษาเปิดโซเชียลแล็บพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรไทย

 


 

ศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองอธิการบดีฝ่ายแผนงาน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้เผยถึงแนวคิดและแนวทางการพัฒนาบัณฑิตตามเป้าหมายเพื่อให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ อีกทั้งยังต้องการสร้างทักษะและประสบการณ์ที่พร้อมใช้งานจากการสร้างโมเดลการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของจริง

“ปีที่ผ่านมาทางสถาบันฯ ได้ทำโครงการโซเชียลแล็บ หรือห้องเรียนรู้ชุมชน โดยได้จัดให้นักศึกษาและอาจารย์ลงพื้นที่โดยเราเลือกจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งห่างจากสถาบันฯ ประมาณ 40 กม. และกำหนดพื้นที่อำเภอคลองเขื่อน เพื่อทำโครงการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาจากทุกคณะ อาทิ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ รวมถึงคณะบริหารธุรกิจด้วย โดยโครงการนี้นักวิจัยและนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตร ได้ลงไปเก็บข้อมูล ดิน น้ำ ผลผลิต ตลอดจนการพูดคุย สอบถามสำรวจและสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การประกอบอาชีพและปัญหาต่างๆ ที่เกษตรกรประสบปัญหา อาทิ ผลผลิตขายไม่ได้ ราคาตกต่ำ พืชผลล้นโกดัง การเน่าเสียของพืชผลเกษตร และอีกหลายๆ สาเหตุ”

Advertisement

โดย ศ.ดร.สุรินทร์ ยังเผยว่า นอกจากรับทราบปัญหาต่างๆ แล้ว ยังได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อีกหลายประการ เช่น “จากเก็บข้อมูลของนักศึกษา ที่เก็บตัวอย่างดินและน้ำมาทำการวิเคราะห์พบว่า ดินที่อำเภอคลองด่าน ปลูกมะม่วงได้คุณภาพที่ดี มีรสชาติหวาน แต่อุปสรรคคือปัญหาเรื่องน้ำเค็ม และยังมีเรื่องโรคแมลงที่เป็นโจทย์ให้นักศึกษาต้องค้นหาแนวทางในการแก้ไข” การลงพื้นที่เรียนรู้และเก็บข้อมูลทำให้นักศึกษาได้ประสบการณ์จริง ที่สำคัญโซเชียลแล็บ คือการบูรณาการที่ฝั่ง Academic ได้ด้วยเพราะนอกจากนักศึกษา อาจารย์ผู้สอนก็ได้เห็นปัญหาของชาวบ้านไปด้วยเช่นกัน อย่างที่ผ่านมา ปัญหาราคามะม่วงตกต่ำ ซึ่งทางโครงการได้เข้าไปร่วมสนับสนุนด้วยการรับซื้อผลผลิตในราคาสูงและนำมาแปรรูปผลผลิตด้วยเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมของ สจล. และในอนาคตนักวิจัยและนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สจล. จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาทำการตลาดออนไลน์ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเราจะสร้างพิมรี่พายให้กับเกษตรกร ในอำเภอคลองเขื่อนนั่นเอง หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอุตสาหกรรมอาหาร ก็สร้างความมีส่วนร่วมด้วยการทำเครื่องผลิตไอศกรีม น้ำมะม่วงโปรไบโอติก ไซเดอร์จากมะม่วง คุกกี้ อาหารรูปแบบต่างๆ จากมะม่วง เพื่อช่วยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

การผลักดันให้เกิดโครงการโซเชียลแล็บ สจล. ที่อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นโครงการเชิงประจักษ์ที่เกิดจริงและมีความสำเร็จ ปีที่ผ่านมาราคามะม่วงหน้าสวนตกต่ำเหลือกิโลกรัมละไม่เกิน 15 บาท โครงการเราจึงดำเนินการซื้อในราคา 45 บาท โดยไม่จำกัดขนาด แล้วนำมาแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า เพราะเหตุผลที่เรารู้ว่า ‘เวลา เป็นตัวฆ่าเกษตรกร’ ทางโซเชียลแล็บ สจล. จึงใช้องค์ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมกับพัฒนาแนวทางการตลาด และโอกาสให้กับเศรษฐกิจชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

จากแนวคิด สู่แนวทาง

โปรเจกต์ต่อยอดจาก โซเชียลแล็บคลองเขื่อน ภายใต้การขับเคลื่อนของ สจล. ที่นำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเปลี่ยนจากมะม่วงสดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง นักศึกษาได้ลงพื้นที่ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเกษตรกรในพื้นที่จริง พบว่าส่วนใหญ่ความเข้าใจในเรื่องกลไกตลาดยังไม่เพียงพอ และแนวทางแก้ปัญหา และลงมือทำโมเดลการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งตอนนี้สิ่งที่นักศึกษาผลักดันได้เริ่มพัฒนาจากการตลาดออนไลน์ไปสู่ การเปิดหน้าร้านออนไลน์ เพื่อจะขยายไปสู่การเป็นช่องทางหรือแพลตฟอร์มที่จะช่วยส่งเสริมการกระจายและขายสินค้าของชุมชนในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความเติบโตและมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ชาวบ้านอย่างยั่งยืน ซึ่งร้านค้าออนไลน์ภายใต้แนวคิด และการลงมือทำของนักศึกษาจากโซเชียลแล็บคลองเขื่อนในครั้งนี้ มีเอกชนสนใจมาร่วมลงทุน ซึ่งก็เป็นศิษย์เก่าของคณะอุตสาหกรรมอาหาร ที่มองเห็นโอกาสของความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ซึ่งยังเป็นการช่วยเหลือชุมชน และภาคการศึกษาไปพร้อมกัน

จากความสำเร็จของโครงการโซเชียลแล็บ สจล. ที่อำเภอคลองเขื่อน ทางสถาบันฯ เห็นศักยภาพและความสามารถของโครงการ จึงมีแนวคิดที่ขยายออกไปยังชุมชนอื่นๆ และดันโซเชียลแล็บ ของ สจล. ให้เป็นห้องปฏิบัติการทางสังคม ที่เราต้องลงไปแก้ปัญหาให้ได้จริงด้วยองค์ความรู้ของสถาบันการศึกษา เพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้อย่างยั่งยืน และเราคาดหวังว่า ภายใน 5 ปี โครงการโซเชียลแล็บ สจล. จะก่อเกิดเป็น Social Enterprise และสจล.เราต้องการสร้างให้เกิด Social Impact หรือแรงกระทบต่อสังคมด้วยศักยภาพ เพราะ สจล.มีทั้งเทคโนโลยี องค์ความรู้ นวัตกรรม ทรัพยากรบุคคลที่เชี่ยวชาญ เครื่องมือ และที่สำคัญคือการเปิดพื้นที่พัฒนาทักษะของนักศึกษาและอาจารย์ร่วมกันให้เกิดประสบการณ์จริง

ส่งเสริม Startup และความเป็นผู้ประกอบการ

ทางสจล. มีข้อมูลที่รับรู้ว่า ศาสตร์ของความเป็นผู้ประกอบการเป็นความรู้และทักษะที่สำคัญและเป็นที่ต้องการ ที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้วางกลไกให้คณะบริหารธุรกิจ หรือ KBS เป็นแม่งาน หรือแกนกลางของการต่อยอดทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้กับนักศึกษาของทุกๆ คณะที่จะต้องมี ซึ่งนโยบายของ สจล.ก็มีความชัดเจนว่า นอกจากให้เป้าหมายเราก็จะให้ทรัพยากร ในแผนใหญ่ของสถาบัน เราตั้งเป้าให้ทางคณะบริหารธุรกิจรับหน้าที่สร้างทักษะผู้ประกอบการให้ทุกๆ คณะ เราจึงอนุมัติการพัฒนาอาคารเรียนใหม่ด้วยงบประมาณเกือบ 200 ล้าน แบ่งเป็นอาคารด้านการเรียนการสอนที่ปรับใหม่ และอีกอาคารเป็นพื้นที่ Sandbox ที่ครบพร้อมด้วยสภาพแวดล้อมเพื่อการรองรับการส่งเสริม Startup ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สจล. ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการศึกษาภายใต้การเป็นมหาวิทยาลัยที่ยึดนโยบายการส่งเสริมนวัตกรรมเป็นสำคัญ