หน้าแรก ภูมิภาค ชื่นมื่น นักข...

ชื่นมื่น นักข่าวเมืองคอน-กาโตะ ลั่น ให้อภัย ได้ฟังแล้วรู้สึกเอ็นดู ด้านพระดอนยังหายตัว

9.05.22 | 15:00 น.

ชื่นมื่น นักข่าวเมืองคอน-กาโตะ ลั่น ให้อภัย ได้ฟังแล้วรู้สึกเอ็นดู ด้านพระดอนยังหายตัว

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 มีรายงานข่าวว่า ช่วงเย็นวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 นายพงศกร จันทร์แก้ว อายุ 23 ปี หรือ “อดีตพระกาโตะ” พร้อมญาติ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อาคม จ้อนนุ้ย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ห้องสอบสวนชั้น 2 สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้ปากคำกรณีที่สื่อมวลชนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทสื่อมวลชน โดยระบุกลางรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ได้จ่ายเงิน 3 แสนบาท ให้นักข่าวในท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเคลียร์ปิดข่าวคลิปฉาวสีกาตอง นั้น

นายพงศกร หรืออดีตพระกาโตะ ได้เดินทางมาถึง ได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบ ขอพบ นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายไพฑูรย์ อินทศิลา รองนายกสมาคมสื่อ เพื่อกราบขอโทษอย่างเป็นทางการที่ทำให้เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง และเมื่อทั้ง 3 คนได้พบกัน นายพงศกรได้กล่าวว่า

“ผมต้องกราบขอโทษและยอมรับผิด ตลอดจนพี่น้องนักข่าวในนครศรีธรรมราชทุกท่าน ผมรู้จักชื่อเสียงทั้งสองมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีโอกาสได้พบตัว วันนี้ดีใจมากที่ได้พบตัวเป็นๆ ผมไม่ได้ตั้งใจกล่าวหา แต่ผมถูกพระคนกลางโทรมาเร่งบอกว่าเรื่องแดงขึ้นมาแล้วต้องรีบเอาเงินไปเคลียร์นักข่าว 3 แสน เพื่อไม่ให้เรื่องฉาวไปมากกว่านี้ ผมจึงนำเงินสดไปโอนเข้าบัญชีส่วนตัวผม และโอนเข้าบัญชีพระดอน บัญชีธนาคารกรุงไทยไปให้ 3 แสนบาท โดยผมโอนให้ในเช้าวันที่ 22 เม.ย.2565 ก็แปลกใจเหมือนกันว่าให้เงินไปแล้วแต่ลุงไพฑูรย์ และน้าเณรเอ ยังเปิดโปงคลิปฉาวต่อเนื่อง ถามพระดอนท่านก็บอกว่าจะปิดข่าวเลยทีเดียวคงไม่ได้เพราะทาง บก.เขาสั่งให้ติดตามแต่เรื่องจะค่อยๆ เงียบไปในที่สุด” นายพงศกรกล่าว

 

Advertisement

นายพงศกรกล่าวว่า เพิ่งมาสอบถามวันที่โฟนอินในรายการโหนกระแส จึงรู้ว่าพระดอน ไม่ได้จ่ายเงินเคลียร์นักข่าวเลย เงิน 3 แสนบาทยังอยู่ครบถ้วน แต่ตนกล่าวระบุในรายการโหนกระแสไปแล้วว่าจ่าย 3 แสน เคลียร์นักข่าวท้องถิ่น จนนำมาสู่ปัญหาการแจ้งความดำเนินคดีกับตน

อดีตพระกาโตะกล่าวอีกว่า สีกาตองนั้นไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แม่และสีกาตองเข้ามาทำบุญที่วัด โดยแม่ฝากตนเองช่วยดูแลด้วยเนื่องจากสีกาตองไม่สบาย พร้อมมีเบอร์โทรและไลน์ หลังจากได้มีการพูดคุยกันตามที่ปรากฏในคลิปที่เผยแพร่ทางสื่อไปแล้ว

“วันเกิดเหตุ ผมบอกว่าเหนื่อยมาก และรู้สึกปวดหลังเพราะการนั่งรถเดินทางไปไกลๆ สีกาตองจึงบอกว่าอยากไปนวดให้จัง และข้อความอื่นๆ ในเชิงชู้สาว โดยผมก็เผลอใจตามไปด้วย จึงเป็นที่มาของการนัดมารับผมไปยังสันเขื่อนกะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช เขาก็ขอนวดให้และเริ่มทาน้ำ หรือเสพเมถุนกัน ยอมรับว่าทางวินัยสงฆ์ต้องปาราชิกขาดจากความเป็นพระไปแล้ว

หลังจากนั้นเขาเริ่มคุยเรื่องเงิน ขอเงิน อ้างเป็นหนี้เท่านั้นเท่านี้ โอนไปให้เท่าไหร่ก็ไม่จบ ที่หนักๆ 30,000 ,40,000 แต่ก็ไม่จบ จึงเริ่มรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อ และเขาก็ข่มขู่หากไม่ให้พบกัน จนต้องจำใจไปมีอะไรกันอีกเป็นครั้งที่ 2 หลังจากนั้นเขาขอเงินอีก 100,000 บาท แล้วทุกอย่างจะยุติ ไม่รบกวนกันอีก เป็นพี่น้องต่อกัน และจะยุติการติดต่อกัน พอโอนไปให้ 100,000 ก็ยังไม่จบ ขอเพิ่มอีกอ้างจะซื้อโน้ตบุ๊ก จึงโอนไปให้อีก 20,000 บาท ก็ไม่จบ เขาบอกว่าขอของกำนัลเป็นสร้อย หรือแหวนทองคำ เพื่อเป็นที่ระลึก ผมตัดสินใจไม่ให้และขอตัดขาดจากกันเด็ดขาด

ผมผิดเองที่ไปเผลอใจทำผิดรุนแรงถึงขั้นปาราชิก หลวงพี่ย้อยท่านทำก็ถูกแล้ว ผมไม่โกรธและผมไม่เคยรู้จัก หรือมีเรื่องโกรธแค้นอะไรกับหลวงพี่ย้อยมาก่อนเลย ยอมรับว่าเงิน 300,000 บาท พระดอนยังไม่คืน เข้าใจว่าน่าจะเอาไปเคลียร์คดีเช็คก่อนนี้ และว่า อาจจะนัดกันไปรายการโหนกระแสอีกครั้ง แต่ขอให้พ้นช่วงนี้ไปสักระยะหนึ่ง” อดีตพระกาโตะกล่าว

นายยุทธนา และนายไพฑูรย์ กล่าวว่า พร้อมให้อภัยกาโตะ และให้กำลังใจในการต่อสู้ชีวิตและทำความดีต่อไป โดยเมื่อได้พูดคุยเปิดใจกันทุกเรื่องทำให้รู้สึกเอ็นดู สงสารกาโตะ เพราะดูเหมือนเขาจะตกเป็นเหยื่อทั้งสีกาตองและพระดอน ปัญหาตอนนี้คือติดต่อพระดอนไม่ได้ อยากจะพบและเปิดใจพูดกับพระดอนให้เคลียร์เหมือนกับกาโตะ อยากให้ท่านออกมาพูดชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง และอาจจะติดต่อขอ “หนุ่ม กรรชัย” ไปร่วมออกรายการโหนกระแสอีกครั้ง เพราะเรื่องถูกเปิดเผยกลางรายการ ก็ควรจะจบในรายการโหนกระแสเช่นกัน

พ.ต.ท.อาคมกล่าวว่า เมื่อวานมีผู้เสียหายอีกรายมาแจ้งความดำเนินคดีกับพระดอน เป็นลูกชายประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช คดีเช็คเด้ง โดยพระดอนยืมเงินนายประยูรไปพร้อมเขียนเช็คค้ำไว้ ซึ่งตอนนี้กำลังจะเชิญตัวนายประยูร เงินพรหม มาสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน