การซื้อขายสินค้าช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้คนไม่น้อยที่เลือกใช้ช่องทางออนไลน์แทนการไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้า แต่ความสะดวกในการสั่งของที่ง่ายแค่ปลายนิ้ว ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ซื้อที่เป็นเด็กซึ่งอาจไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ขายที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของหน้าจอ ด้วยราคาทรัพย์ที่ต่ำ และด้วยความเป็นเด็ก คงมีไม่มากนักที่เด็กจะนึกถึงการดำเนินคดีต่อผู้ขายในการเรียกร้องเอาเงินคืน
ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการดำเนินคดีแพ่งทั่วไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นค่อนข้างซับซ้อน ตั้งแต่ขั้นตอนการเขียนคำฟ้องที่บังคับจะต้องทำตามแบบ ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามทุนทรัพย์ การส่งหมาย และการสืบพยานที่พยานจะต้องเดินทางมาศาลเพื่อสาบานตนและเบิกความต่อหน้าผู้พิพากษา ตลอดจนการที่จะต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาล ความซับซ้อนและการที่จะต้องเดินทางมาศาลหลายครั้งหลายหนนี้ทำให้โดยปกติคู่ความเลือกที่จะว่าจ้างทนายความเพื่อช่วยดำเนินคดีแทนตนด้วย การดำเนินคดีด้วยวิธีปกติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจึงไม่คุ้มค่า และไม่เหมาะกับลักษณะของคดีซื้อขายออนไลน์
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 ศาลแพ่งเปิดทำการแผนกคดีซื้อขายออนไลน์โดยเฉพาะ สำหรับคดีซื้อสินค้าและบริการผ่านทางแพลตฟอร์ม เช่น Shopee และ Lazada หรือผ่านทาง Social Media เช่น ผ่านทาง Live ขายของหรือทาง Inbox ของ Facebook Instagram หรือ TikTok ตลอดจนการหยิบของใส่ตะกร้าในเว็บไซต์ของร้านค้าต่างๆ ซึ่งเป็นวิธีการซื้อขายของผู้บริโภคในรุ่นใหม่อย่างกลุ่ม gen y หรือ gen z คุ้นเคยเป็นอย่างดี การดำเนินกระบวนพิจารณาในแผนกนี้ใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดเวลาการเดินทางมาศาลหรือจ้างทนายความในการยื่นคำฟ้อง คำให้การ หรือเอกสารอื่น และสามารถทำได้ทาง e-filing ผ่านอินเตอร์เน็ตทั้งหมด เช่นเดียวกับการสืบพยานที่ทำผ่านทางออนไลน์ เช่น google meet
หากน้องๆ ที่เป็นผู้เยาว์ คืออายุไม่ถึง 20 ปี ประสงค์จะฟ้องคดีผ่านแผนกคดีซื้อขายออนไลน์ก็ย่อมทำได้ เพียงแต่มีเงื่อนไขบางประการที่จะต้องปฏิบัติเสียก่อน สามารถแบ่งเป็น 2 กรณี
กรณีแรก หากผู้เยาว์อายุยังน้อยไม่มีความรับผิดชอบ ย่อมไม่สามารถดำเนินคดีเองได้ “ผู้แทนโดยชอบธรรม” จะต้องเป็นผู้ฟ้องหรือดำเนินคดีแทน คำว่า “ผู้แทนโดยชอบธรรม” ในที่นี้ หมายถึง บิดา มารดา หรือในกรณีที่ไม่มีบิดา มารดา หรือหากบิดา มารดาถูกถอนอำนาจปกครอง ผู้แทนโดยชอบธรรมจะต้องเป็นบุคคลที่ศาลตั้งเป็น “ผู้ปกครอง” ของผู้เยาว์ กรณีแรกนี้ น้องๆ ผู้เยาว์จึงไม่ใช่ผู้ที่ฟ้องคดีโดยตรง แต่จะเป็นตัวผู้แทนโดยชอบธรรมที่ต้องจัดการยื่นฟ้องในระบบ e-filing ให้แทน
กรณีที่สอง หากผู้เยาว์มีอายุพอที่จะรับผิดชอบแล้ว ก็สามารถดำเนินคดีได้ 2 วิธี วิธีที่หนึ่ง กระทำแบบกรณีแรก คือให้ผู้แทนโดยชอบธรรมดำเนินคดีแทน วิธีที่สองคือ ได้รับอนุญาตจากผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นหนังสือให้ฟ้องคดี โดยต้องยื่นหนังสืออนุญาตต่อศาลไปพร้อมกันกับที่ยื่นฟ้องในระบบ e-filing เช่น หากน้องๆ เรียนระดับมหาวิทยาลัยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินคดีพอสมควรแล้ว เพียงแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี ซึ่งตามกฎหมายถือว่ายังเป็นผู้เยาว์ การฟ้องและดำเนินคดีแพ่งจึงยังต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม แต่เมื่อได้รับความยินยอมมาแล้วก็สามารถยื่นฟ้องหรือดำเนินคดีด้วยตนเองได้ ต่างจากน้องๆ ระดับมัธยมที่อาจยังต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมเข้ามาดำเนินคดีแทนตามกรณีแรก ไม่สามารถดำเนินการเองได้
เมื่อน้องๆ ผู้เยาว์ฟ้องคดีอาจเกิดปัญหาขึ้น คือไม่ทราบว่าตนไม่สามารถดำเนินคดีด้วยตนเองได้หรือต้องได้รับอนุญาตจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน หากเกิดข้อผิดพลาดดังกล่าว ศาลสามารถสั่งแก้ไขข้อบกพร่องได้ เช่น สั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวและให้ผู้เยาว์ไปขออนุญาตบิดา มารดาก่อน
นอกจากขั้นตอนการยื่นฟ้องคดีที่สะดวกกว่าคดีแพ่งทั่วไป กระบวนพิจารณาคดีซื้อขายออนไลน์ก็สะดวกและรวดเร็วกว่าคดีแพ่งหรือคดีผู้บริโภคทั่วไปเช่นกัน เพราะการพิจารณาคดีจะใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดยใช้การยืนยันตัวตนด้วยการแสดงบัตรประชาชนผ่านทางจอภาพ ทั้งผู้เยาว์และผู้แทนโดยชอบธรรมจึงไม่จำเป็นจะต้องเดินทางมาศาลระหว่างพิจารณา หากผู้เยาว์เป็นผู้ซื้อสินค้าออนไลน์โดยตรงก็ย่อมเป็นพยานปากสำคัญในคดี ผู้เยาว์สามารถเบิกความต่อศาลได้ด้วยตนเอง ผ่านห้องพิจารณาออนไลน์ ถ้าผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี หรือเป็นบุคคลที่ศาลเห็นว่าหย่อนความรู้สึกผิดและชอบ จะได้รับยกเว้นไม่จำเป็นต้องสาบานตนก่อนเบิกความด้วย
โดยสรุปแล้วหากเกิดปัญหาในการซื้อขายออนไลน์ ผู้เยาว์มีทางเลือกในการนำคดีขึ้นสู่ศาลได้เสมอ อย่างไรก็ตาม การฟ้องคดีเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ทางที่ดีผู้เยาว์ควรจะต้องระมัดระวังในการซื้อสินค้าออนไลน์ โดยเลือกซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ มีการเปิดเผยรายละเอียดของสินค้า เปิดเผยตัวตนผู้ขายอย่างเพียงพอให้ตรวจสอบได้ ไม่เลือกของราคาถูกกว่าราคามาตรฐานของสินค้าประเภทเดียวกันจนเกินไป และทางที่ดีหากมีข้อสงสัย หรือสินค้ามีราคาสูงก็ควรปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนกดซื้อของออนไลน์ทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อที่น้องๆ จะได้ซื้อของตามต้องการ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง



