กรุงศรี มองค่าบาทอ่อน กรอบสัปดาห์นี้ 34.25-34.70 คาดมติกนง. 8 มิ.ย.คงดอกเบี้ย

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.25-34.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 34.35 บาทตอ่เหรียญสหรัฐ หลังซื้อขายในกรอบ 34.05-34.43 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เงินเหรียญสหรัฐฟื้นตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตัวเลขภาคการผลิตและการจ้างงานของสหรัฐฯ สดใสเกินคาดหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นและกดดันค่าเงินเยนรอบใหม่ ขณะที่ยูโรเผชิญแรงขายหลังข้อมูลบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.1% ในเดือนพฤษภาคม ทางด้านค่าเงินดอลลาร์แคนาดาและดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวแข็งค่าขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ขณะที่ธนาคารกลางแคนาดาปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.5% โดยเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 50 bp เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 6,079 ล้านบาท แต่มียอดขายพันธบัตร 3,887 ล้านบาท โดยมีพันธบัตรที่ถือครองโดยต่างชาติครบอายุ 4,500 ล้านบาท

นางสาวรุ่ง กล่าวว่า ตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) วันที่ 9 มิถุนายน และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ วันที่ 10 มิถุนายน ขณะที่นักลงทุนกลับมาวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อโลก โดยการที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นครั้งใหม่ ทำให้ตลาดไม่มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วหรือไม่ ในสถานการณ์เช่นนี้กรุงศรีมองว่าค่าเงินดอลลาร์จะแกว่งตัวในลักษณะ sideway up เมื่อเทียบกับสกุลเงินที่มีอัตราผลตอบแทนต่ำและธนาคารกลางยังใช้นโยบายผ่อนคลายเป็นพิเศษ เช่น เงินเยน ขณะที่ทิศทางการคุมเข้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ผ่านการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องและการลดขนาดงบดุลของเฟดจะกดดันราคาสินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเงินบาทก่อนการประชุมเฟดรอบถัดไปในวันที่ 14-15 มิถุนายนนี้

นางสาวรุ่ง กล่าวต่อว่า สำหรับปัจจัยในประเทศ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตรึงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ตามเดิมในการประชุมวันที่ 8 มิถุนายน โดยนักลงทุนจะให้ความสนใจกับท่าทีของกนง. ว่าจะยังคงหนักแน่นต่อการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหรือจะแสดงความมั่นใจเกี่ยวกับกิจกรรมการบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นและหันไปกังวลมากขึ้นต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพื่อส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า

Advertisement

” กรุงศรียังประเมินอย่างระมัดระวังว่าแม้เครื่องชี้วัดการบริโภคภาคเอกชนกระเตื้องขึ้นสอดคล้องกับภาคบริการ แต่ตลาดแรงงานยังเปราะบางซึ่งสะท้อนบริบทที่แตกต่างจากสหรัฐฯท่ามกลางความเสี่ยงเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งขึ้น โดยปัญหาเงินเฟ้อในไทยมาจากด้านต้นทุนเป็นสำคัญ ” นางสาวรุ่ง กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image