ชี้ทุเรียนไทยปังอีก5ปี สะพัด7แสนล.ต่อปี หวั่นอนาคตเสี่ยงสูงสูญ4หมื่นล. หากไม่คุมพื้นที่ปลูก

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลวิเคราะห์ความเสี่ยงทุเรียนไทย “ปังหรือพัง” ใน 5 ปีข้างหน้า (2565-69) ว่า ในส่วนค่าดัชนี DURI ซึ่งเป็นการทำครั้งแรก เพื่อประเมินสถานการณ์ทุเรียนไทย โดยวิเคราะห์บนเกณฑ์การพิจารณา ประกอบด้วย นโยบายซีโร่โควิดของจีน การขนส่ง ผลผลิตไทย ความสัมพันธ์ไทย-จีน คุณภาพทุเรียนผลผลิตเพื่อนบ้าน การผูกขาดของพ่อค้าคนกลาง แรงงาน การสวมสิทธิทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน และสภาพภูมิอากาศ พบว่า ดัชนี DURI ปี 2562-2569 มีค่าเท่ากับ 46, 47, 52, 51, 54, 57, 55 และ 60 ตามลำดับ สะท้อน สถานการณ์ทุเรียนยังมีโอกาสความเสี่ยงสูง

โดยประเมินว่า 5 ปี ข้างหน้า (2565-2569) ด้านผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 337,648 ตันต่อปี เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากช่วงปี 2554-2564 ราคาทุเรียนหมอนทองที่เกษตรกรขายได้ที่สวน (เฉลี่ยทั้งประเทศ) เพิ่มเฉลี่ย 11.4 บาท/กก. เป็นเฉลี่ยทั้งประเทศปี 2569 ประมาณ 149 บาท/กก. อาทิ ราคาทุเรียนหมอนทอง เฉลี่ย ประมาณ 136 บาท/กก. และมองว่า หากจีนนำเข้าทุเรียนไทยน้อยกว่า 10% ราคาขายส่งทุเรียนหมอนทองไทย ณ ตลาดเจียงหนาน ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 312 บาท/กก. หากจีนนำเข้าทุเรียนไทยเพิ่ม 10-15% เหลือ 362 บาท/กก. หากจีนนำเข้าทุเรียนไทยเพิ่มมากกว่า 15% ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 361 บาท/กก. ราคาตามดัชนีความเสี่ยงทุเรียนไทย (DURI) ราคาขายส่งทุเรียนหมอนทองไทย ณ ตลาดเจียงหนาน ปี 2569 ประมาณ 238 บาท/กก. เฉลี่ยราคาในปี 2565-2569 ประมาณ 212 บาท/กก. ย้อนช่วง 10 ปี (2554-2564) ผลผลิตทุเรียนโลกเพิ่มเฉลี่ย 131,303 ตันต่อปี การส่งออกเพิ่มเฉลี่ย 61,576 ตันต่อปี

ทั้งนี้ ช่วง 5 ปี ข้างหน้า (ปี 2565-2569) ผลผลิตทุเรียนโลก เพิ่ม 1.8 เท่า ส่งออกทุเรียนโลกเพิ่ม 2.2 เท่า บริโภคในประเทศเพิ่ม 1.7 เท่า (เทียบปี 2564) โดยผลผลิตเพิ่มเฉลี่ย 612,276 ตันต่อปี การส่งออกเพิ่มเฉลี่ย 273,937 ตันต่อปี โดยปี 2569 ไทยยังเป็นผู้ส่งออกหลัก และส่งออกเพิ่มขึ้น 90.43% จากปี 2565 ขณะที่เวียดนามเพิ่มขึ้น 156.06% ตามผลผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 7 แสนตันในปี 2569 ซึ่งทุเรียนอาเซียน 10 ปี (2554-2564) และ 5 ปี ข้างหน้า (2565-2569) ผลผลิตทุเรียนไทย 5 ปีข้างหน้าเพิ่ม 2.4 เท่า (2,904,697 ตันปี 2569) ส่งออกเพิ่มขึ้น 2.1 เท่า (1,905,584 ตัน ในปี 2569) บริโภคในประเทศเพิ่ม 3.3 เท่า (999,114 ตัน ในปี 2569) จากปี 2564 โดยปี 2565 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 24.6% ส่งออก 75.4% และในปี 2569 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 34.4% ส่งออก 65.6%
แยกรายประเทศ พบว่า ผลผลิตทุเรียนมาเลเซีย 5 ปีข้างหน้าเพิ่ม 44.9% (527,701 ตัน ในปี 2569) ส่งออกเพิ่มขึ้น 3 เท่า (89,709 ตัน ในปี 2569) บริโภคในประเทศเพิ่ม 29% (437,992 ตัน ในปี 2569) จากปี 2564 โดยปี 2565 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 90% ส่งออก 10% และในปี 2569 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 83% ส่งออก 17%
ผลผลิตทุเรียนอินโดนีเซีย 5 ปีข้างหน้าเพิ่ม 28.9% (1,333,320 ตัน ในปี 2569) ส่งออกเพิ่มประมาณ 266 เท่าจากปี 2564 (แต่ปริมาณน้อยมากเพียง 13,333 ตัน จากปี 2564 ปริมาณ 50 ตัน) บริโภคในประเทศเพิ่ม 27.6% (1,319,987 ตัน ในปี 2569) จากปี 2564 โดยปี 2565 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 99.9% ส่งออก 0.1% และในปี 2569 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 99% ส่งออก 1%
ผลผลิตทุเรียนฟิลิปปินส์ 5 ปีข้างหน้าเพิ่ม 44% (134,047 ตัน ในปี 2569) ส่งออกเพิ่มขึ้น 45 เท่า (20,107 ตัน ในปี 2569) บริโภคในประเทศเพิ่ม 23% (113,940 ตัน ในปี 2569) จากปี 2564 โดยปี 2565 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 99.1% ส่งออก 0.9% และในปี 2569 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 85% ส่งออก 15%
ผลผลิตทุเรียนเวียดนาม 5 ปีข้างหน้าเพิ่ม 93.9% (700,643 ตัน ในปี 2569) ส่งออกเพิ่มขึ้น 5 เท่า (189,174 ตัน ในปี 2569) บริโภคในประเทศเพิ่ม 58.9% (511,469 ตัน ในปี 2569) จากปี 2564 โดยปี 2565 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 83.8% ส่งออก 16.2% และในปี 2569 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 73% ส่งออก 27%
ผลผลิตทุเรียนอาเซียนอื่นๆ 5 ปีข้างหน้าเพิ่ม 82.5% (448,033 ตัน ในปี 2569) ส่งออกเพิ่มขึ้น 46 เท่า (103,827 ตัน ในปี 2569) บริโภคในประเทศเพิ่ม 41.5% (344,206 ตัน ในปี 2569) จากปี 2564 โดยปี 2565 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 95.3% ส่งออก 4.7% และในปี 2569 จะมีสัดส่วนการบริโภคในประเทศ 76.8% ส่งออก 23.2%
หากพิจารณาในกลุ่ม CLMV ปี 2565 มีผลผลิต 701,542 ตัน และปี 2569 จะมีผลผลิต 1,115,351 ตัน เพิ่มขึ้น 59% จากปี 2565 โดยคาดว่าในปี 2569 เวียดนามจะมีผลผลิตมากที่สุด (700,643 ตัน) รองลงมาคือ กัมพูชา (212,747 ตัน) ลาว (136,534 ตัน) และเมียนมา (65,427 ตัน)

สำหรับรูปแบบการค้าทุเรียนไทย มี 5 รูปแบบ ได้แก่ เกษตรกรขายให้พ่อค้าคนกลาง (ในประเทศไทย) (15%) เกษตรกรขายให้ล้งเพื่อส่งออกไปตลาดค้าส่งในประเทศจีน (50%) เกษตรกรขายปลีกเองที่สวน ขายออนไลน์ และเปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร (ขายในประเทศ) (5%) เกษตรกรขายให้ล้งเพื่อส่งออกไปร้านค้าปลีกผลไม้พรีเมียมในจีน (10%) และเกษตรกรเป็นผู้ส่งค้าและเป็นผู้ส่งออกเอง (ไปจีน) (20%) ซึ่งก่อนโควิดนิยมขนส่งทางบก 50% ทางเรือ 49% และทางอากาศ 1% แต่ปัจจุบันนิยมขนส่งทางเรือ 70% ทางบก 25% และทางอากาศ 5% การขนส่งทางบกก่อนโควิดต้นทุน 2.5 แสนบาท/ตู้ (เส้นทางที่นิยมคือ R12 เนื่องจากระยะทางสั้น ประหยัดค่าขนส่ง) แต่ปัจจุบันต้นทุน 8 แสนบาท/ตู้ (เปลี่ยนมาใช้เส้นทาง R3A เนื่องจากหลีกเลี่ยงมาตรการตรวจเข้มของจีน) การขนส่งทางเรือก่อนโควิดต้นทุนค่าระวาง 35,000 บาท/ตู้ แต่ปัจจุบันต้นทุนค่าระวาง 60,000 บาท/ตู้ การขนส่งทางอากาศก่อนโควิดต้นทุน 1 ล้านบาท/ตู้ แต่ปัจจุบันต้นทุน 1.8 ล้านบาท/ตู้

Advertisement

ปริมาณเงินสะพัดในตลาดทุเรียนไทยปี 2565 คาดเงินสะพัด 7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 เท่ากับ 6 หมื่นล้านบาท (ปี 2564 เท่ากับ 6.4 แสนล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยภาคตะวันออกมีเงินสะพัดมากที่สุด รองลงมาคือภาคใต้ และภาคเหนือ ตามลำดับ สำหรับมุมมองต่อทุเรียนไทย 5 ปีข้างหน้า ยังมีประเด็นปัง 3 ประการ และประเด็นพัง 10 ประการ โดย 3 ปัง ได้แก่ 1.ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับจีน 2.ผู้บริโภคจีนมีความต้องการสูง 3.คุณภาพทุเรียนดี ไม่มีทุเรียนอ่อน ส่วน 10 พัง ได้แก่ 1.ความสัมพันธ์ไทย-จีนมีปัญหา 2.คุณภาพของทุเรียนอ่อน/แก่เกินไป 3.ทุเรียนจากจีนและประเทศเพื่อนบ้าน 4.สวมสิทธิทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน 5.การขนส่งมีปัญหา 6.ตลาดถูกควบคุมโดยล้ง 7.สภาพภูมิอากาศ 8.ขาดแคลนแรงงาน 9.โรคระบาด 10.ผลผลิตไทยเพิ่มมากขึ้น

“มูลค่าส่งออกทุเรียนปีก่อนประมาณ 1.8 แสนล้านบาท เป็นพืชอันดับที่สร้างมูลค่าส่งออกมากสุดและแซงส่งออกข้าวไทยแล้ว คาดปีนี้ทุเรียนจะส่งออกได้ 2 แสนล้านบาท จากผลผลิตจริง 1.7 ล้านตัน เมื่อราคาดีก็ทำให้เกษตรกรไทยและประเทศเขตร้อนหันมาปลูกทุเรียนและส่งออกเพิ่ม หากรัฐไม่เตรียมรับมือผลผลิตเพิ่มและการแข่งขันแรงขึ้นหลัง 5 ปีจากนี้ อาจซ้ำรอยพืชชนิดอื่นๆ ที่ไทยเคยเป็นแหล่งผลิตและส่งออกที่ 1 ของโลกหายไป จึงได้จัดทำดัชนีความเสี่ยงทุเรียนไทย (Durian Risk Index: DURI) พบว่า ยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น คาดว่าดัชนีปี 2569 ถึง 60 สูงกว่าค่ากลาง 50 ถือว่าเสี่ยงมาก แต่เชื่อว่า 70% ทุเรียนไทยยังปัง จาก 3 เรื่องความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับจีน ผู้บริโภคจีนมีความต้องการสูง และคงคุณภาพทุเรียน อีก 30% อาจพังได้ หากความสัมพันธ์ไทย-จีนมีปัญหา ไม่ควบคุมคุณภาพ เจอสวมสิทธิ ปัญหาจากขนส่ง ล้ง ภูมิอากาศ แรงงาน โรคระบาด ก็จะทำให้ส่งออกเสียหาย 4 หมื่นล้านบาท/ปี” นายอัทธ์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image