หุ้นกู้ MTC 4,000 ล้าน ขายเกลี้ยง มั่นใจนักลงทุนเชื่อมั่นธุรกิจ ปั้น 3 ธุรกิจดันพอร์ตสินเชื่อ 1 แสนล้าน

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) เปิดเผยความคืบหน้าการจำหน่ายหุ้นกู้ มูลค่า 4,000 ล้านบาทว่า นักลงทุนได้จองซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนเต็มวงเงินกู้ที่จำหน่าย และยังมีนักลงทุนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังต้องการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯจึงนำหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติม หรือ greenshoe option มาจำหน่ายเพิ่มเติม

“ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่มั่นใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัท จองซื้อหุ้นกู้เข้ามาเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อ MTC ในฐานะผู้นำในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ เนื่องจากธุรกิจของบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ฐานเงินทุนของบริษัทที่แข็งแรง รวมทั้งยังสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดี และคุณภาพสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ ตลอดจนแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและสถานะสภาพคล่องที่เพียงพอของบริษัท”

สำหรับ หุ้นกู้เปิดจำหน่ายจำนวน 3 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.45% ต่อปี หุ้นกู้ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.75% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 4 ปี 11 เดือน 30 วัน อัตราดอกเบี้ย 3.90% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้อยู่ที่ระดับ “BBB+” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับลงทุนได้หรือ Investment Grade

นายปริทัศน์ กล่าวถึงแผนธุรกิจในปี 2565 ว่า บริษัทจะเร่งทำการตลาดเพิ่มอีก 2 ธุรกิจ คือ บริษัทเมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น คาดหวังว่าในปี 2565 จะมียอดสินเชื่อคงค้างประมาณ 10,000 ล้านบาท และ บริษัท เมืองไทย เพย์ เลเทอร์ จำกัด ให้บริการซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง กับกลุ่มลูกค้าเดิม และหาลูกค้าใหม่มาเพิ่มเติม โดยการเสนอสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้และของใช้ในบ้าน ตามนโยบาย ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง ซึ่งทั้ง 2 บริษัท ถือหุ้นโดย MTC เกือบ 100%

Advertisement

“บริษัทฯ ตั้งเป้าพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อในปี 2565 ที่ 100,000 ล้านบาท จาก 3 ธุรกิจหลักคือ เมืองไทย แคปปิตอล และธุรกิจที่ตั้งขึ้นใหม่คือ เมืองไทย ลิสซิ่ง และ เมืองไทย เพย์ เลเทอร์ เป็นธุรกิจที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำธุรกิจในอนาคต โดยมีการวางแผนการทำตลาดทั้งลูกค้าเดิมที่มีประวัติการชำระหนี้ดีและการเข้าหาลูกค้าใหม่ที่มีความต้องการใช้บริการผ่านการดำเนินงานของสาขาที่มีบริการมากกว่า 6,161 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงการเปิดสาขาใหม่กว่า 700 สาขาต่อปี ผลักดันผลงานสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง”

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image