หน้าแรก ภูมิภาค คืบหน้าฆ่าฝัง...

คืบหน้าฆ่าฝังดินโบกปูนป่าชุมชนที่โชคชัยโคราช ล่าสุดพบรอยกระสุนเจาะหัวทั้งสองศพ

29.07.22 | 16:48 น.

คืบหน้าฆ่าฝังดินโบกปูนป่าชุมชนที่โชคชัยโคราช ล่าสุดพบรอยกระสุนเจาะหัวทั้งสองศพ

ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านออกหาเห็ดป่า ไปพบศพชายหญิงเปลือยกายถูกฆ่าฝังดินและปูนซีเมนต์เททับอยู่ภายในป่าสาธารณประโยชน์ริมถนนเชื่อมต่อหมู่บ้านดอนไพลหมู่ที่ 7 ต.ท่าเยี่ยม และหมู่บ้านดอนไพลหมู่ที่ 1 ต.รุ่งอรุณ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยศพผู้หญิงมีรอยสักบริเวณหลังสะโพกที่สามารถใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าผู้ตายเป็นใคร จากการพิสูจน์สภาพศพของแพทย์ รพ.โชคชัย คาดว่าทั้งสองคนจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ คาดว่าทั้ง 2 ศพนี้จะถูกฆาตกรรมในพื้นที่อื่น แล้วผู้ก่อเหตุได้นำศพมาฝังไว้ที่บริเวณนี้เพื่ออำพรางคดี

ล่าสุดวันที่ 29 ก.ค.นายอภินันท์ กับกระโทก ชาวบ้านผู้พบศพเป็นคนแรก เปิดเผยว่า วันนั้นเป็นวันหยุด ตนเลยออกไปเก็บเห็ดเพื่อนำมาขาย พอเดินไปถึงบริเวณที่พบศพเห็นเป็นรอยดินยุบตัวลงไปลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายหลุมศพ เลยแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้มาตรวจสอบ โดยระหว่างนั้นตนสำรวจบริเวณโดยรอบ แต่ไม่มีอะไรที่ผิดสังเกต นอกจากนั้นยังไม่ได้กลิ่นของศพที่ฝังอยู่ในหลุมเลยแม้แต่นิดเดียว พอขุดหลุมดังกล่าวแล้วพบว่าเป็นศพคน ตนตกใจมาก แต่ก็ยังยืนยันว่าศพทั้ง 2 ราย ที่อยู่ในหลุมนั้นตนไม่คุ้นและไม่รู้จักเลย

ด้านนายเทพบัญชา ทรายกระโทก ผู้ใหญ่บ้าน ม.13 บ้านหัวสระพาน ต.ทุ่งอรุ่น อ.โชคชัย หนึ่งในคนที่เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เล่าว่า ได้รับแจ้งจากทางชาวบ้านที่ไปพบหลุมดังกล่าวประมาณ 10.00 น. แต่ตนยังติดประชุมอยู่เลยได้มีการนัดกันใหม่อีกครั้งตอน 12.00 น. จึงได้รวมตัวกันลงพื้นที่เกิดเหตุ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นหลุมอะไร จนได้ประสานไปยังกำนัน และสายตรวจให้ลงพื้นที่มาช่วยกันตรวจสอบอีกครั้งในเวลา 15.00 น.

พอมาถึงจุดเกิดเหตุพบเป็นหลุมลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า บริเวณปากหลุมได้ยุบตัวลงไป สาเหตุน่าจะมาจากช่วงที่ผ่านมามีฝนตกลงมาในพื้นที่จนทำให้หน้าดินเกิดการยุบตัวจนผิดสังเกตว่าน่าจะมีอะไรฝังอยู่ข้างในหลุม จนมีการตัดสินใจของชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้านและกำนันว่าจะลงมือขุดหลุมดังกล่าวโดยที่ทางกำนันเป็นคนอาสาถ่ายวิดีโอไว้ให้เพื่อเก็บเป็นหลักฐาน ก่อนที่จะเริ่มลงมือขุด

Advertisement

ขุดไปได้สักครู่ก็พบชั้นของปูนแล้วก็ศพผู้หญิงที่ลักษณะนอนคว่ำหน้ามีปูนโบกทับไว้ที่บริเวณลำตัวส่วนหัวนั้นไม่ได้โบกปูนทับไว้ เห็นตอนแรกยังไม่คิดว่าจะเป็นศพ แต่พอขุดต่อไปจนได้เห็นส่วนของแขนจึงแน่ใจแล้วว่าเป็นศพ จึงได้ติดต่อไปยังหน่วยกู้ภัยและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ โดยตอนแรกที่ขุดยังรู้ว่ายังมีศพผู้ชายอยู่ด้านล่างเพราะว่ามีลักษณะที่นอนทับกันอยู่และมีปูนอีกชั้นเป็นตัวกั้นเลยทำให้ไม่เห็นศพผู้ชายในตอนแรก

พอขุดศพของผู้หญิงขึ้นมาไว้บนปากหลุมแล้วสังเกตได้ว่าภายในหลุมปรากฏขาของอีกศพหนึ่งโผล่ขึ้นมาเลยทำให้แน่ใจว่าภายในหลุมยังมีศพอยู่อีกศพหนึ่งจึงได้เร่งขุดขึ้นมาพบว่าเป็นศพของผู้ชายที่ถูกฝังอยู่ด้วยกัน ซึ่งตนคาดว่าน่าจะเป็นคนนอกพื้นที่เพราะในพื้นที่ยังไม่ได้มีการแจ้งเหตุคนหาย

ขณะเดียวกัน น.ส.วิภาพร พุฒนอก เจ้าหน้าที่อาสาฮุก 31 จุดโชคชัย เล่านาทีที่ขุดเจอศพ ว่า ตอนที่ขุดนั้น เจอศพของผู้หญิงก่อน โดยระหว่างที่ยกศพผู้หญิงขึ้นมา อยู่ๆ ก็พบขาของมนุษย์โผล่ขึ้นมาพ้นพื้นดิน ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นอีกศพที่ฝังเอาไว้ด้วยกันก่อนที่จะขุดขึ้นมาพบเป็นศพเพศชาย โดยที่ขนาดของหลุมนั้นมีขนาดความกว้าง 80 เซนติเมตร ยาว 240 เซนติเมตร และมีความลึกอยู่ที่ 70 เซนติเมตร โดยลักษณะของการฝังก็คือคนร้ายน่าจะขุดหลุมฝังผู้ชายก่อนแล้วเทปูนทับลงมาแล้วค่อยนำผู้หญิงมานอนคว่ำหน้าบนร่างของผู้ชายก่อนที่จะเทปูนทับอีกรอบหนึ่งโดยเว้นส่วนหัวและขาเอาไว้

ในส่วนของความคืบหน้าของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเรียกสอบปากคำพยานที่ไปพบสถานที่เกิดเหตุครบแล้ว ก็ได้กระจายกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุให้ได้มากที่สุด รวมถึงนำเครื่องตรวจหาโลหะเข้าทำการตรวจสอบจุดที่พบศพซ้ำเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม แต่ล่าสุดยังไม่พบข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากรอยสักรูปคล้ายมงกุฎที่อยู่กลางหลัง และรอยสักรูปเป็นลักษณะคล้ายสายดอกไม้คล้องข้อมือขวา ของศพหญิงสาว

ทั้งนี้ยังคงต้องรอผลการชันสูตรทางนิติเวชทั้งสองศพอย่างละเอียดจากทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์ระบุถึงรายละเอียดของทั้งสองศพอีกครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นชาวต่างชาติหรือแรงงานต่างด้าวเนื่องจากรอยสักที่พบบนร่างของหญิงสาวนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมของคนในประเทศ จึงได้มีการนำรูปภาพรอยสักของหญิงสาวออกประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง โดยเฉพาะตามโรงงานต่างๆ ที่มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะหาข้อมูลมายืนยันตัวบุคคลให้ได้ก่อน และล่าสุดมีรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่นิติเวชมีการตรวจพบมีร่องรอยถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดอยู่บริเวณศีรษะของทั้ง 2 ศพด้วย