ภาพเก่าเล่าตำนาน : จารกรรม…ข้อมูลปรมาณู…จากอเมริกา

6 สิงหาคม และ 9 สิงหาคม 2488 …อเมริกาเอาระเบิดปรมาณูไปทิ้งใส่เกาะญี่ปุ่น 2 เมือง 2 ลูก…

15 สิงหาคม 2488 ญี่ปุ่นประกาศ “ยอมแพ้” สงคราม

มหาอำนาจทั้งหลาย “ตาลุกวาว” …เฮ้ย…นี่ระเบิดอะไร (วะ)

อเมริกา ผลิตปรมาณูได้ยังไง …อั๊วจะผลิตมั่ง!

Advertisement

“สายลับ” ของมหาอำนาจโซเวียต…ต้องหา “สูตรลับ” ให้ได้

บทความตอนที่แล้ว ของผู้เขียน “เรื่องใครคิด-ผลิต ระเบิดปรมาณู” ถูกส่งต่อกันไปแพร่หลาย…

Advertisement

คุณพอล เฟโนลิโอ (Paul Fenoglio) เพื่อนรัก อดีตนายทหารอเมริกันในไทย ที่อ่านภาษาไทยได้ดีอยู่ในอเมริกา ส่งข้อมูลในประวัติศาสตร์อเมริกามาให้เพิ่มเติม…

(คุณพอลเคยเป็นนายทหารที่มาศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาคณิตศาสตร์ หลังเกษียณอายุราชการทหาร กลับไปอเมริกาพร้อมคุณดุษณี ปัจจุบัน พอลเป็นอาจารย์สอนวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ใน Wagner High School ในเมืองซานแอนโตนิโอ รัฐเท็กซัส)

เรื่องที่คุณพอลแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม คือ Spies of The Manhattan Project (สายลับในโครงการแมนฮัตตัน)

ผู้เขียนต้องขอแปล เรียบเรียง หาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อมาขยายความ…บอกเล่าสู่สังคมไทยครับ…

ย้อนอดีตไป…

17 กันยายน 2482 … ฮิตเลอร์ …จอมโหดของเยอรมัน สั่งกองทัพนาซีนับแสนบุกตะลุยเข้าไปใน
ดินแดนโปแลนด์ ยุโรปราบเป็นหน้ากลองใต้ท็อปบู๊ตนาซี…สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มขึ้นในยุโรปก่อน

มหาอำนาจอเมริกา ที่อยู่คนละทวีป สอดส่องยุโรปแบบใจจดใจจ่อ กองทัพนาซีบุก เร็ว แรงประดุจสายฟ้าแลบ มีอำนาจกำลังยิงสูง คล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ …กวาดเรียบทุกแว่นแคว้นแดนยุโรป

อเมริกาแอบส่งอาวุธ กระสุน ยุทโธปกรณ์ข้ามหาสมุทรแอตแลนติกไปให้อังกฤษที่กำลังร่อแร่

นาซีกำลังจะครองยุโรป…หากช่วงแรกแต่สภาคองเกรส “ไม่อนุมัติ” ให้ส่งเด็กหนุ่มอเมริกันไป
ทำสงครามนอกประเทศ

ขอย้ายมาส่องดูใน “เอเชีย” …

เช้าตรู่… 7 ธันวาคม 2484 เกิดเหตุการณ์ช็อกโลก เครื่องบินราชนาวีญี่ปุ่นบินขึ้นจากเรือบรรทุก
เครื่องบิน ขอพลีชีพไปทิ้งระเบิดใส่ฐานทัพเรืออเมริกา ในรัฐฮาวาย

อเมริกาที่ “อึดอัด” กับสงครามในยุโรป เลยได้จังหวะ เหมือนลูกฟุตบอลไหลมาตรงหน้า…ให้เตะ “แบบเต็มตีน”

วันรุ่งขึ้น…อเมริกาประกาศสงครามกับญี่ปุ่นด้วยความแค้นเคือง… กระโจนเข้าสู่สงครามแบบแทบจะรอไม่ไหว

การสู้รบในทวีปเอเชียจึงระเบิดขึ้น

อเมริกาที่ร่ำรวย เป็นมหาอำนาจในทุกด้าน ต้องการผลิต “ระเบิดปรมาณู” เพื่อทำลายล้างแบบ “ลูกเดียวตายเป็นหมื่น”

ขอเล่าแบบ รวบรัด-ตัดตอน

ย้อนไป…ตุลาคม 2484 ประธานาธิบดีรูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) อนุมัติจัดตั้งคณะนักวิทยาศาสตร์ เพื่อผลิตระเบิดปรมาณู ใช้ชื่อรหัสโครงการว่า “โครงการแมนฮัตตัน” (Manhattan Project)

เป็นภารกิจ “ลับที่สุด” มีผู้เกี่ยวข้องในโครงการแมนฮัตตันราว 5,000 คน …ไปตั้งศูนย์ปฏิบัติการ
ในพื้นที่แสนกันดาร ห่างไกลผู้คน ในรัฐนิวเม็กซิโก

นักวิทยาศาสตร์ทำงานคร่ำเคร่ง ผ่านไปราว 3 ปี

ราวตี 5 ของวันที่ 16 กรกฎาคม 2488 …นักวิทยาศาสตร์สมองเพชรขอทดสอบสูตรระเบิด
มหาประลัย… “ประสบผลสำเร็จ”

อเมริกาประสบผลสำเร็จในการผลิตระเบิดปรมาณูเป็นชาติแรก

กองทัพมะกันที่รบกับญี่ปุ่นมาแล้ว ราว 3 ปี ทั้งสองฝ่ายรบดุเดือดกล้าหาญ สูญเสียมหาศาล…

ประธานาธิบดีสหรัฐ…ต้องการ “ปิดเกมเร็ว”

6 สิงหาคม 2488 กองทัพอากาศสหรัฐนําเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-29 บรรทุก “ระเบิดปรมาณู” ลูกแรกของโลกไปทิ้งใส่เมืองฮิโรชิมา

9 สิงหาคม 2488 ปรมาณูลูกที่ 2 ของโลก ถูกบรรทุกเครื่องบินไปหย่อนใส่เมืองนางาซากิ

ในเวลาต่อมา…ประธานาธิบดีทรูแมน แถลงการณ์ต่อชาวโลกว่า มันคือ “ระเบิดปรมาณู”

มหาอำนาจจ้อง “หาข่าว”

อเมริกาเอาระเบิดอะไรไปทิ้ง 2 ลูก? …ญี่ปุ่นพินาศ จนยอมแพ้

สายลับของมหาอำนาจต้องทำงาน หาข่าวแบบพลิกแผ่นดิน …ระเบิดอะไร (วะ) ผลิตยังไง ทีมงานมีใครบ้าง…มหาอำนาจโดยเฉพาะโซเวียต… ประสงค์ใคร่จะมีไว้ครอบครองบ้าง

อันที่จริง… เมื่อเริ่มตั้งโครงการแมนฮัตตันสตาลิน…ผู้นำโซเวียต สั่งเฉียบขาดให้สายลับของโซเวียตเริ่ม “หาข่าว” มาก่อนแล้ว

(ในช่วงเวลานั้น สหภาพโซเวียตกับสหรัฐยังเป็นพันธมิตรกัน จับมือกันเพื่อ “รุมกินโต๊ะ” กองทัพนาซีเยอรมัน)

บทความที่เปิดเผยต่อมาภายหลัง ระบุว่า…

…เรื่องของระเบิดปรมาณู สามารถสืบย้อนถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงได้ ณ กรุงเบอร์ลิน ในต้นปี พ.ศ.2482

ที่นั่น…มีการค้นพบครั้งแรกในการศึกษาการแยกตัวของนิวเคลียร์โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน

ต่อมา อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ได้เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีรูสเวลต์ ของสหรัฐ
ให้ทราบ “อันตราย-มหันตภัยของโลก” ที่เกิดจากการค้นพบครั้งใหม่นี้

ประธานาธิบดีรูสเวลต์มองเห็นเป็น “โอกาส” อนุมัติให้เริ่ม “โครงการแมนฮัตตัน” เพื่อออกแบบและสร้างอาวุธปรมาณู

มีนักวิทยาศาสตร์ของหลายชาติที่ทำงานในโครงการลับตรงนี้

สายลับโซเวียตและอังกฤษ ทำงานลับ เพื่อเจาะลึกโครงการลับ

เจ้าหน้าที่ฝ่าย “ต่อต้านข่าวกรอง” อเมริกันก็พยายามทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อรักษาความลับ

ในที่สุด “สูตรลับมหากาฬ” ก็หลุดรั่วออกไปสู่สหภาพโซเวียต

มีการสอบสวน-ทวนความในภายหลังว่า…“รั่วจากไหน”

หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐนำข้อมูลมาเปิดเผยดังนี้…

แก๊ง 5 เคมบริดจ์ (The Cambridge Five)

นักศึกษาชาย 5 คน ที่สายลับโซเวียตเข้ามา “ตีสนิท” ในระหว่างที่พวกเขาเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในอังกฤษ

เมื่อจบการศึกษา ทั้ง 5 คน ได้เข้าทำงานของรัฐบาลอังกฤษ

(เกาะอังกฤษ เสียหายยับเยินจากการโจมตีของเยอรมัน น.ศ.ทั้ง 5 คนนี้ ต้องการช่วยโซเวียตให้ปราบเยอรมัน)

หนุ่มอังกฤษทั้ง 5 กลายเป็น “คนส่งข่าว” ในลักษณะเครือข่ายให้กับสายลับโซเวียต ในการเจาะข้อมูลโครงการแมนฮัตตัน…

เอเธล และ จูเลียส โรเซนเบิร์ก (Ethel-Julius Rosenberg) สามีและภรรยา ที่มิได้ทำงานโดยตรงในโครงการ

ผัว-เมียคู่นี้ ทำงานร่วมกัน เพื่อส่งข้อมูลไปยังฝ่ายโซเวียต โดยนางจูเลียสเคยได้รับความช่วยเหลือจากสายลับของโซเวียตมาหลายปี มีรายได้งามจากการทำงานในบริษัทของโซเวียต

ในฐานะวิศวกร…เธอและสามีเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดเผยความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเหล่านี้ให้กับ
“เจ้านาย”

เดวิด กรีนกลาส (David Greenglass) ช่างเครื่องกล ที่ไปทำงานในโครงการแมนฮัตตัน เป็น
ผู้นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ เคร่งศาสนาและเป็นน้องชายของเอเธล โรเซนเบิร์ก

เดวิดที่เป็นช่างเครื่อง คือ คนที่ลงมือ “วาดภาพ” ระเบิดมหาประลัย ซึ่งแสดงให้เห็นการทำงานภายในของระเบิด

เมื่อวาดภาพในกระดาษแล้ว… ก็ส่งต่อให้ภรรยาของเขา ชื่อ รูธ (Ruth Greenglass) เพื่อส่งต่อภาพวาดเหล่านี้ไปยัง เอเธลและจูเลียส อีกทอดหนึ่ง ส่งต่อข้อมูลไปยังฝ่ายสายลับโซเวียต

เมื่อสงครามยุติลง มีการสืบในทางลับ จูเลียสและเอเธล ถูกจับ และปฏิเสธที่จะตอบคำถาม …ยืนยันว่าพวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่เคยเปิดเผยชื่อคนอื่นในกลุ่มสายลับ

ปี พ.ศ.2494 ผัว-เมียคู่นี้ ถูกตัดสินว่ามีความผิด ฐานสมรู้ร่วมคิด ถูกประหารชีวิตโดยเก้าอี้ไฟฟ้าในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2496

หน่วยข่าวของอเมริกาทำงาน…สืบค้นหลักฐานได้อย่างไร

หน่วยข่าวของรัฐบาลสหรัฐในโครงการแมนฮัตตัน ใช้ความพยายาม “ถอดรหัสข้อความโทรเลข” ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารระหว่างการทำงานของเครือข่ายสายลับโซเวียต

หน่วยข่าวกรองมะกันพบ “ความผิดพลาด” ในขั้นตอนการ “เข้ารหัส” ของสายลับ ทำให้สามารถถอดรหัสข้อความบางส่วนได้

ระหว่าง พ.ศ.2486-2489 หน่วยข่าวกรองทางการสื่อสาร (SIGINT : ผู้เขียน) ของกองทัพบกสหรัฐ เริ่มทำงานสืบย้อนหลังแบบเงียบๆ เพื่อถอดรหัสข้อความเหล่านี้

ผลงานอันยอดเยี่ยมของ “การถอดรหัส” มีชื่อรหัสการทำงานว่า วีโนนา (VENONA)

สายลับชื่อ คลอส ฟุชส์ (Klaus Fuchs)

ฟุชส์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะสายลับปรมาณูที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เกิดในเยอรมัน ซึ่งหลบหนีไปอังกฤษในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2

พ.ศ.2484 ฟุชส์อาสารับใช้โซเวียต และเริ่มอาชีพสายลับขณะทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ในโครงการนิวเคลียร์ของอังกฤษ

ใน พ.ศ.2487 รัฐบาลอังกฤษส่งตัวฟุชส์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อเข้าร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ในโครงการแมนฮัตตัน

ฟุชส์คลุก “วงใน” ของโครงการลับที่สุด รู้ข้อมูล และรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สายลับของโซเวียตหิวกระหาย…

สายลับในคราบวิศวกรคนนี้ ส่งภาพวาดของการออกแบบระเบิด พร้อมด้วยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการที่ซับซ้อนที่สุด สำหรับการสร้างการระเบิดของนิวเคลียร์ รวมถึงกระบวนการทางเคมี

ใน พ.ศ.2489 ฟุชส์เดินทางกลับไปอังกฤษ ทำงานในโครงการปรมาณูของอังกฤษ ส่งต่อ “ความลับ” ให้สายลับของหมีขาว

หลักฐานของหน่วยข่าวอเมริกันที่ถอดรหัสมาได้หมด ถูกแสดงต่อฝ่ายอังกฤษ… เพื่อเข้าจับกุม

ฟุชส์สารภาพทุกข้อกล่าวหาและถูกตัดสินจำคุก 14 ปี โดยรอดพ้นจากข้อหา “จารกรรมที่ร้ายแรง” เพราะผู้ใหญ่ของโซเวียตที่เป็นพันธมิตรของอังกฤษในช่วงเวลานั้นเจรจาช่วยเหลือ

ธีโอดอร์ ฮอลล์ (Theodore Hall)

มีการเปิดเผยว่า…นักฟิสิกส์คนที่ 2 ชื่อ ธีโอดอร์ ฮอลล์ เป็นสมุนของสายลับโซเวียตเช่นกัน

ฮอลล์เป็นนักฟิสิกส์ที่อายุน้อยที่สุดที่ทำงานในโครงการนี้ ในขณะนั้นเขาอายุเพียง 19 ปี จบจาก
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard)

พ.ศ.2487 นักฟิสิกส์หนุ่มเริ่มการติดต่อกับชาวโซเวียต เมื่อสนิทสนม เชื่อใจกัน เขากลายเป็นผู้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกลไกการระเบิดของระเบิดและข้อมูลพลูโทเนียม

การทำงานสืบหา “สายลับขายตัว” ยังดำเนินต่อไป

พ.ศ.2493 เจ้าหน้าที่ FBI ไปพบฮอลล์ เขาปฏิเสธที่จะยอมรับการกระทำผิดใดๆ เขาอธิบายว่าเขาทำในสิ่งที่เขาทำเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวอเมริกันผูกขาดกับระเบิด โดยบอกว่ามันอันตรายเกินไปที่จะอยู่ในมือของประเทศเดียว

คำถามคือ… “โซเวียต ได้อะไรจากการจารกรรม?”

คำตอบ คือ …นักวิทยาศาสตร์โซเวียตสามารถออกแบบและทดสอบอุปกรณ์นิวเคลียร์เครื่องแรกได้สำเร็จใน พ.ศ.2492

เร็วกว่าที่ชาวอเมริกันและอังกฤษคาดเดาว่าพวกเขาจะทำสำเร็จ

“ข้อจำกัด” สำหรับฝ่ายโซเวียต คือ ขาดแคลนความสามารถและพลังสมอง ขาดแคลน “แร่ยูเรเนียม” สำหรับสร้างระเบิด ในขณะที่อเมริกาได้มาจากเหมืองใน “ประเทศคองโก” ในทวีปแอฟริกา

แต่เดิม…อเมริกาคะเนว่า…โซเวียตต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะค้นพบและขุดยูเรเนียมมาใช้ได้ตามต้องการ

ข้อมูลที่ถูกจารกรรมจากสายลับ ทำให้พวกเขากระโดดข้ามการค้นพบขั้นตอนสำคัญๆ หลายขั้นตอนของกระบวนการด้วยตนเอง ซึ่งน่าจะช่วยประหยัดเวลาได้ 1-2 ปี

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2492 โซเวียตทดสอบระเบิดปรมาณูลูกแรกเป็นผลสำเร็จแบบที่อเมริกาเอาไปทิ้งที่เมืองนางาซากิ

คนอเมริกันมีนิสัยเฮฮา อารมณ์ขัน ล้อเลียน เสียดสีกัน

“รูสเวลต์” ถาม “สตาลิน” ว่า… ผลิตปรมาณูได้ยังไง?

สตาลินตอบว่า… ก็มีคนส่งตรงมาให้เรา จากโครงการแมนฮัตตันนั่นแหละ…

พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image