หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มบาริสต้า...

หนุ่มบาริสต้าทนไม่ไหว บ้านถูกปาหินใส่กลางดึก คาดฝีมืออดีตสาวคนรักเก่าดีกรี ดร.

15.10.22 | 21:24 น.

หนุ่มบาริสต้าทนไม่ไหว บ้านถูกปาหินใส่กลางดึก คาดฝีมืออดีตสาวคนรักเก่าดีกรี ดร.เผยตามรังควานไม่หยุด ประกาศขายบ้านไปชงกาแฟที่ออสเตรเลีย

จากกรณีที่เพจสายไหมต้องรอด โพสต์เรื่องราว หนุ่มคนหนึ่งร้องขอความช่วยเหลือถูกคุกคาม #จังหวัดนนทบุรี แอดครับ ผมขอความช่วยเหลือหน่อยครับ ผมคบกับแฟนมาปีครึ่งครับ แล้วผมจับได้ว่าเค้าคุยกับคนอื่นผมเลยขอยุติความสัมพันธ์ครับ แต่เค้าไม่ยอมตามโทรระรานเพื่อนผมทุกคน ตามมางัดบ้าน ทุบบ้านจ้างไลน์แมนมาเฝ้าผม ปลอมตัวนั่งแท๊กซี่หลบ รปภ.บุกมาบ้านผม ฯลฯ ล่าสุดจ้างนักเลงบุกมาปาหินใส่บ้านผมมันเกินไปจริงๆ เค้าไม่เกรงกลัวกฎหมาย บ้านเมืองเลยครับ ผมกลัวว่าจะเกิดเหตุรุนแรงกว่านี้เลยต้องมาขอความช่วยเหลือจาก #เพจสายไหมต้องรอด ครับ #ฝาก ท่าน ผกก.สภ.บางใหญ่ ตำรวจภูธรภาค 1ช่วยชาวบ้าน เร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีด้วยนะ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 97/125 หมู่บ้านเดอะทรัสต์ทาวน์โฮม ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี บ้านพักนายธนากร โกสินทร์ทรัพย์ อายุ 35 ปี เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิป

นายธนากร โกสินทร์ทรัพย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 13 ตุลาคม 65 ที่บ้านของน้าสาวของตนในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยถูกคนร้ายเป็นชาย 2 คนบุกเข้าไปใช้ก้อนหินปาใส่รถยนต์และกระจกบ้านเสียหาย ค่าเสียหายประมาณ 3 หมื่นบาท นอกจากนี้ที่บ้านพักของตนซึ่งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ยังถูกคนร้ายเข้างัดประตูบ้านซึ่งเป็นระบบสแกนคีย์การ์ดจนได้รับความเสียหาย รวมทั้งนาฬิการาคา 89,000 บาท และรองเท้าอีกจำนวนหนึ่ง ถูกคนร้ายขโมยไปด้วย

นายธนากรกล่าวว่า คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือจากอดีตแฟนสาวที่เลิกรากันไปได้ 2 เดือน ตามมาคุกคามข่มขู่เพื่อให้ตนเองหวาดกลัวและต้องการให้กลับไปคืนดี ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ทำให้ตนตัดสินใจจะขายบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังนี้ เพื่อหนีไปทำอาชีพบาริต้าร้านกาแฟที่ประเทศออสเตรเลียแทน เพื่อหนีปัญหาจากการถูกคุกคาม

Advertisement

นายธนากรกล่าวอีกว่า หลังจากตนได้ขอยุติความสัมพันธ์กับ ดร.แฟนสาว มาได้ประมาณ 2 เดือนนับตั้งแต่ตนจับได้ว่า อดีตแฟนสาวได้ติดต่อพูดคุยกับชายอื่นในลักษณะเรียกแทนตัวกันว่าที่รัก ทำให้เริ่มถูกอดีตแฟนสาวตนตามระราน ทั้งที่ทำงานและสถาบันที่ไปเรียน รวมทั้งบุคคลในครอบครัว โดยตนจับได้อีกว่าเขาส่งคนมาติดตามสอดแนมความเคลื่อนไหวของตนตลอดเวลาทั้งที่บ้านพักส่วนตัวและสถาบันที่ตนไปเรียน จนสถานการณ์เริ่มหนักข้อขึ้นเหมือนเขารู้ว่าตนทำเรื่องขอวีซ่าเพื่อจะไปทำงานต่อที่ประเทศออสเตรเลีย

เขาส่งข้อความมาบอกกับตนว่า ต่อให้ไปไกลแค่ไหนตนก็จะต้องกลับมาหาเขาอยู่ดี ซึ่งก็ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจ ทำให้ตนได้ย้ายหนีไปหลบพักอาศัยอยู่ที่บ้านน้าย่านบางใหญ่ได้ไม่นาน ก็ถูกทางเลขาของเขาขับรถมาตามถึงที่บ้านน้าที่ตนหลบไปอาศัยอยู่ แต่ตนไม่ได้ออกมาพบเพื่อหลีกเลี่ยงการพบหน้ากัน จนกระทั่งบ้านของน้าตนมาถูกคนร้ายบุกมาปาหินใส่กลางดึก ตามคลิปที่ตนได้ร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด เพราะเกรงว่าจะไม่มีความปลอดภัยในชีวิต

แม้ทั้งสองเหตุการณ์ที่บ้านตนและบ้านน้า ถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุทั้งๆ ที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน ตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้หมดแล้ว ซึ่งหลังเกิดเหตุตนก็ได้เคยโทรไปเพื่อสอบถามถึงสาเหตุ แต่ทางฝ่ายหญิงอ้างว่าไม่รู้เรื่องและไม่ยอมเลิกรากับตน และอยากให้กลับมาคืนดีคบกันเหมือนเดิม แต่ตนคิดว่าการกระทำแบบนี้ มันทำให้ตนหมดความรักไปแล้ว คบกับเขาก็ไม่เคยหวังอะไรจากเขา นอกจากจะเห็นว่าเขาเป็นผู้ใหญ่กว่า น่าจะมีความคิดความอ่านที่สุขุมรอบคอบมากกว่า แต่พอตนมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ทำให้ตนตัดสินใจเด็ดขาดที่จะเดินหน้าต่อด้วยการไปตามความฝันกับอาชีพบาริสต้าร้านกาแฟที่ออสเตรเลียแทน ไม่อยากมีชีวิตอยู่แบบหวาดระแวงอีกต่อไป และยังคงเปิดโอกาสให้เขาติดต่อมาพูดคุยเพื่อจบปัญหาระหว่างกันด้วยดี เพื่อให้ต่างคนต่างไปตามเส้นทางของแต่ละคน แต่หากจะไปคุกคามบ้านญาติหรือบ้านของคนในครอบครัวตนแบบนี้เป็นเรื่องที่ตนรับไม่ได้