รวบขบวนการค้าไอซ์ใหญ่ภาคกลาง เช่าบ้านหรูพักยา สลับทะเบียนรถด้วยรีโมต หนีจับกุม (คลิป)

24.10.22 | 14:57 น.

ตำรวจ 191 รวบขบวนการค้ายารายใหญ่ เช่าบ้านหรูพักยาเสพติดส่งลูกค้า ตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยวิธีการสลับทะเบียนรถแบบใช้รีโมตควบคุม เพื่อหลบหนีการติดตาม


เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.โฆษก บช.น. พล.ต.ต.โชคชัย นามวงศ์ รองผบช.น. แถลงผลงานของตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ที่สามารถสืบสวนและติดตามจับกุมขบวนการค้ายาไอซ์​รายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง หลังขยายผลจากการจับกุมผู้ค้ายารายย่อย เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ว่า รับซื้อยาเสพติดมาจากกลุ่มของนายกิตติศักดิ์กับพวกรวม 3 คน ซึ่งใช้รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์​เป็นพาหนะ

หลังได้ข้อมูลตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ได้นำประวัติของผู้ต้องหาในคดียาเสพติดมาตรวจสอบ พร้อมให้ผู้ต้องหา หรือผู้ค้ายารายย่อยชี้ตัว และติดตามความเคลื่อนไหวของนายกิตติศักดิ์มาโดยตลอด จนทราบว่านายกิตติศักดิ์กับพวก ซึ่งประกอบด้วยนายแชมป์และนายแจ็ค ได้เช่าบ้านหรูในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ถึง 2 หลัง โดยหลังแรกผู้ต้องหาใช้ในลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยและสถานที่ทำงาน ส่วนอีกหลังมีลักษณะผิดปกติ คล้ายเป็นจุดพักยา ตำรวจจึงเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านย่านบางใหญ่ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยในระหว่างที่เข้าตรวจค้นพบว่าทั้ง 3 คนกำลังวางแผนส่งยาให้กับผู้ค้ารายย่อยอยู่ จากการตรวจค้นภายในบ้านพักหลังดังกล่าว พบอาวุธปืนสงคราม 1 กระบอก ปืนยาว 1 กระบอก และปืนสั้นอีก 1 กระบอก

สอบสวนนายกิตติศักดิ์และเพื่อนอีก 2 คน รับสารภาพใช้เป็นจุดบัญชาการรับคำสั่งส่งยาจากนายทุนและเป็นสถานที่วางแผนการส่งยาให้กับลูกค้า ส่วนบ้านอีกหลังย่านถนนประชาอุทิศ ตำบลบางแม่นาง ในอำเภอเดียวกัน ใช้เป็นคลังเก็บยาเสพติด ก่อนนำตำรวจเข้าทำการตรวจค้นบ้านอีกหลัง พบเฮโรอีนถึง 120 แท่ง ยาไอซ์น้ำหนัก 162 กิโลกรัม รวมถึงวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 เคตามีน อีก 97 กิโลกรัม

Advertisement

นายกิตติศักดิ์ยังยอมรับว่า ยาดังกล่าวรับมาจากพื้นที่ภาคเหนือก่อนถูกลำเลียงส่งให้กับตน โดยพวกตนได้รับค่าจ้างเดือนละ 200,000 บาท และทำมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนถึงปัจจุบัน รับยามาแล้วถึง 4 ครั้ง ส่วนการส่งยาให้กับผู้ค้ามีการส่งอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกระบวนการค้ายารายนี้ได้ใช้รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ เป็นยานพาหนะในการขนส่งยาและมีการตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยวิธีการสลับทะเบียนรถโดยใช้รีโมตคอนโทรลในการควบคุม กลับเปลี่ยนป้ายทะเบียน เพื่อหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยตำรวจชุดจับกุมยอมรับว่าวิธีการใช้เทคโนโลยีรีโมต พลิกกลับปรับเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถ เริ่มถูกนำมาใช้มากขึ้นในหมู่ของผู้ก่อคดีอาชญากรรม โดยเฉพาะขบวนการค้ายาเสพติด เมื่อสอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าสั่งซื้อระบบพลิกกลับเปลี่ยนป้ายทะเบียนมาจากเว็บไซต์สินค้าออนไลน์ ในราคา 30,000 บาท ก่อนนำมาติดตั้งกันเอง