ทนายพิ้งกี้แถลงกลางศาลคดีโกงแชร์ FOREX-3D ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกิจการ หรือชวนร่วมลงทุน เป็นเพียงนักลงทุน ได้ประโยชน์ตามปกติ เผยดาราสาวเครียดเล็กน้อย ผอมลงเห็นได้ชัด
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีฉ้อโกงแชร์ FOREX-3D ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษเป็นโจทก์ฟ้อง นายอภิรักษ์ โกฎธิ อดีตผู้บริหารแชร์ FOREX-3D กับพวก รวม 24 คน เป็นจำเลย รวมทั้ง น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ นักแสดงสาวชื่อดัง นางสรินยา ไชยเดช มารดา นายกิตติเชษฐ์ ไชยเดช พี่ชาย กับพวก กรณีฉ้อโกงประชาชนคดีแชร์ FOREX-3D มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท
โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจำเลยทั้งหมดจากเรือนจำมาร่วมฟังการพิจารณา
เวลา 10.30 น. เบิกตัวจำเลยทั้งหมดเข้าห้องพิจารณคดีที่ 701 จากนั้นจำเลยทั้งหมดร่วมหารือกับทนายความหลังจากที่อัยการได้มอบบัญชีรายชื่อพยานที่แน่ชัด ทางทนายจึงต้องพูดคุยเพื่อสอบถามความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับจำเลยเพื่อจะได้เกิดการนำสืบพยานในชั้นศาลต่อไป
ต่อมา เวลา 11.20 น. ศาลได้เริ่มถามจำเลยมีทนายครบถ้วนหรือไม่ และทนายได้รับหนังสือบัญชีรายชื่อพยานจากอัยการครบหรือไม่
อัยการได้แบ่งบัญชีรายชื่อเพื่อนัดสืบพยาน 6 กลุ่ม จำนวน 122 ปาก แบ่งเป็น กลุ่มผู้กล่าวหาบุคคลใกล้ชิดผู้เสียหายผู้ว่าจ้างเปิดบัญชีและเจ้าหน้าที่
จากนั้นทนายความได้แถลงแนวทางต่อสู้คดีที่ทนายความของนายอภิรักษ์ โกฎธิ จำเลยที่ 1 และ นายสรายุทธ หรือกิตติเชษฐ์ ไชยเดช จำเลยที่ 2 ได้แถลง ว่าได้ว่าจ้างให้โบรกเกอร์ของต่างประเทศหาเงินผลจากการลงทุนนำมาชดใช้ให้กับผู้เสียหาย
ทนายความของจำเลยที่ 3, 4 และ 5 ได้แถลงว่าจำเลยมีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายเงินตราต่างประเทศจริง แต่จำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และขอนัดสืบพยานในกลุ่มนักลงทุนและโปรแกรมเมอร์เพิ่มเติมจากที่อัยการเสนอรายชื่อ
ทนายความของนายกิตติเชษฐ์ ไชยเดช หรือชื่อเดิม สรายุทธ ไชยเดช (พี่ชายพิ้งกี้ สาวิกา) อายุ 41 ปีจำเลยที่ 6 แถลงว่า มีรายชื่อเป็นกรรมการในบริษัทของจำเลยที่ 2 จริง แต่ไม่ได้มีการร่วมบริหาร
ส่วนทนายความของน.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ นักแสดงชื่อดัง อายุ 36 ปี จำเลยที่ 7และ นางสรินยา ไชยเดช อายุ 63 ปี อาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัว (มารดาพิ้งกี้) จำเลยที่ 8 ได้แถลงร่วมกันว่าจำเลยที่ 7 และ 8 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการของจำเลยที่ 2 และ 3 ไม่เคยมีการชักชวน หรือแนะนำใครมาร่วมลงทุนดังกล่าว จำเลยที่ 7 และ 8 ยืนยันว่าเป็นเพียงนักลงทุนที่ได้รับเงินจากจำเลยที่ 2 และ 3 เป็นผลตอบแทนจากการลงทุนเท่านั้น ไม่เคยได้รับประโยชน์ผิดแปลกแตกต่างจากปกติ หรือได้รับผลตอบแทนจากคำแนะนำในการเชิญชวนผู้อื่น และขอนัดสืบพยานเพิ่มอีก 8 ปาก ทั้งนี้ ในส่วนของพยานคนที่ 22 ตามบัญชีรายชื่อของอัยการ เป็นผู้มาขอร่วมลงทุนด้วยตัวเองไม่ได้มีการชักชวน
สำหรับบรรยากาศในห้องพิจารณาคดี นายกิตติเชษฐ์ หรือสรายุทธ ไชยเดช ได้ใส่กุญแจมือมาพร้อมกับอภิรักษ์ โกฎธิ ส่วนนางสรินยา ไชยเดช (มารดาของ น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้) เข้าไปจับไหล่ลูกชายและย้ายไปนั่งด้านข้าง ส่วน น.ส.สาวิกามีท่าทีเครียดเล็กน้อย และผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ญาติและเพื่อนของจำเลยรายอื่นได้อยู่ในห้องพิจารณาคดี และเข้าไปพูดคุยให้กำลังใจกับจำเลยหลังจากทนายความพูดคุยทางคดีเรียบร้อย
โดยการตรวจหลักฐานในช่วงเช้ายังไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงนัดตรวจหลักฐานช่วงบ่ายเพื่อกำหนดวันนัดสืบพยานต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จำเลยทั้ง 24 คน ประกอบด้วย นายอภิรักษ์ โกฎธิ จำเลยที่ 1, บจก.อาร์เอ็มเอส แฟมิเลีย โดย นายสรายุทธ หรือกิตติเชษฐ์ ไชยเดช จำเลยที่ 2, บจก.มีดิเพย์ โดยนายศิษฏ์ธนาฒย์ โพธิ์เงิน จำเลยที่ 3, นายศิษฏ์ธนาฒย์ โพธิ์เงิน จำเลยที่ 4, นายสุภิญโญ มีสมปราชญ์ จำเลยที่ 5, นายกิตติเชษฐ์ ไชยเดช หรือชื่อเดิม สรายุทธ ไชยเดช (พี่ชายพิ้งกี้ สาวิกา) อายุ 41 ปี จำเลยที่ 6, น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ นักแสดงชื่อดัง อายุ 36 ปี จำเลยที่ 7, นางสรินยา ไชยเดช อายุ 63 ปี อาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัว (มารดาพิ้งกี้) จำเลยที่ 8, นายณัฐธีร์ พีระชัยรมย์ หรือนายวาริท อาเช่อร์ หรือนายพสิษฐ์ ศักดิ์ธนินท์ อายุ 31 ปี อาชีพธุกิจส่วนตัว จำเลยที่ 9, นายศิราเมษฐ์ สุภัคศิริประสาน อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้าง จำเลยที่ 10, นายธรรศิวรรฒ ฉันทานุกูล อายุ 29 ปี อาชีพนักแสดงอิสระ จำเลยที่ 11, นายปฏิภาณ มะนัส อายุ 27 ปี อาชีพรับจ้าง จำเลยที่ 12, นายอนุพงศ์ จุลมุสิก อายุ 32 ปี อาชีพรับจ้าง จําเลยที่ 13, นายนวพล เรืองอักษร อายุ 36 ปี อาชีพรับจ้าง จําเลยที่ 14, นายรพีพัฒน์ ภิรมย์จันทร์ อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้าง จำเลยที่ 15, นายสุรสิทธิ์ คำยันต์ อายุ 35 ปี อาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัว จําเลยที่ 16, นายณัฐพงษ์ ปัญญาวงศ์ อายุ 28 ปี อาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัว จำเลยที่ 17, นางนงนุช โกฎธิ อายุ 50 ปี อาชีพค้าขายจำเลยที่ 18, นายกิตติชัย โกฎธิ อายุ 26 ปี อาชีพนักศึกษา จำเลยที่ 19, นายอับดุลฮากีม ปิมะแม อายุ 28 ปี อาชีพรับจ้าง จําเลยที่ 20, น.ส.ภคมน สีกุน อายุ 34 ปี อาชีพค้าขาย จำเลยที่ 21, นายกษม กลปราณีต อายุ 32 ปี อาชีพนักร้อง นักแสดง นายแบบ จำเลยที่ 22, น.ส.ธัญญนันช์ ณัฐนนท์ชญนัท อายุ 42 ปี อาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัว จำเลยที่ 23, นายทินกร โกฎธิ อายุ 55 ปี อาชีพรับจ้าง จำเลยที่ 24
ทั้งนี้ ภายหลังศาลตรวจพยานหลักฐาน โจทก์ จำเลย แล้วเสร็จ ได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 10 สิงหาคม 2566

