อาหารแช่แข็งกำไรงาม แห่ลงทุน-เปิดบริษัทใหม่เพิ่ม 84% ชิงตลาด 3 แสนล้าน

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจอาหารแช่แข็งของไทย กำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มีความแข็งแกร่งของธุรกิจสะท้อนจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ธุรกิจอาหารแช่แข็งคงเติบโตได้ดี โดยดูจากมูลค่าตลาดเฉลี่ย 3 ปี มีตัวเลขกว่า 3 แสนล้านบาท ปี 2562 มูลค่าตลาด 307,089 ล้านบาท ปี 2563 มูลค่า 283,865 ล้านบาท และ ปี 2564 มูลค่า 303,556 ล้านบาท ขณะที่ ผลประกอบการยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 2564 มีผลกำไรถึง 10,568.88 ล้านบาท ปี 2562 กำไร 7,363 ล้านบาท ปี 2563 กำไร 7,001 ล้านบาท

นายสินิตย์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากจำนวนนักลงทุนที่เข้าสู่ธุรกิจ ช่วงมกราคม – ตุลาคม 2565 เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน พบว่า จัดตั้งนิติบุคคลใหม่เพิ่มขึ้น 84% หรือ เพิ่มขึ้น 42 ราย ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 283.62% หรือ เพิ่มขึ้น 221.28 ล้านบาท ภาพรวมของการลงทุนในธุรกิจฯ นักลงทุนชาวไทยครองแชมป์อันดับ 1 มูลค่าทุน 48,091.14 ล้านบาท หรือ 86.20% รองลงมา คือ ญี่ปุ่น 3,629.82 ล้านบาท จีน 1,038.45 ล้านบาท สิงคโปร์ 813.89 ล้านบาท และ สัญชาติอื่นๆ 2,213.40 ล้านบาท

นายสินิตย์ กล่าวต่อว่า สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกสินค้าแช่แข็งของไทยไปตลาดโลก จำนวน 8 รายการ (ผลไม้แช่แข็ง ผักสดแช่เย็นแช่แข็ง กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ปลาหมึกสดแช่เย็นแช่แข็ง เนื้อปลาและปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง ปูสดแช่เย็นแช่แข็งนึ่งหรือต้ม ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และเป็ดสดแช่เย็นแช่แข็ง) พบว่า ช่วงเวลา 9 เดือนปี 2565 มูลค่าการส่งออก 87,896 ล้านบาท มากกว่าการส่งออกของปี 2563 ทั้งปี จำนวน 2,682 ล้านบาท

ขณะที่การส่งออกทั้งปี 2564 มีมูลค่า 94,847 ล้านบาท ปัจจุบัน มีธุรกิจอาหารแช่แข็งดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย 833 ราย คิดเป็น 0.10% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ มีมูลค่าทุน 55,786.70 ล้านบาท คิดเป็น 0.28 % ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ (20.56 ล้านล้านบาท) กิจการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในภาคกลาง 35.05% รองลงมา คือ กรุงเทพฯ ภาคใต้ และจังหวัดในภูมิภาคที่มีนิติบุคคลคงอยู่สูงสุด คือ สมุทรสาคร
เมื่อพิจารณาเฉพาะสัดส่วนของธุรกิจอาหารแช่แข็งพร้อมทาน ซึ่งอยู่ในกลุ่มอาหารแช่แข็งพบว่า ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) คิดเป็น 89.5 % รองลงมา คือ ธุรกิจขนาดกลาง และธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งรายได้ปี 2564 ลดลงจากปี 2563 ประมาณ 2.56% ขณะที่กำไรเพิ่มขึ้นกว่า 1.7 เท่า

Advertisement

” ธุรกิจอาหารแช่แข็งมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นทั้งการจำหน่ายเพื่อบริโภคในประเทศ และเพื่อการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ เนื่องจากอาหารแช่แข็งสามารถเก็บรักษาได้นาน มีความได้เปรียบในการรักษาความสด และช่วยลดความถี่ในการออกไปซื้อของที่ตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต โดยอาหารแช่แข็งมีกลุ่มลูกค้าทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยร้านอาหารซื้อเพื่อเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารสำหรับจำหน่ายให้ลูกค้า ส่วนผู้บริโภคซื้อเพื่อนำไปประกอบอาหารทานเองที่บ้าน หรือซื้ออาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานเพื่อความสะดวกในการบริโภค ธุรกิจอาหารแช่แข็ง คงมีพื้นที่สำหรับนักลงทุนรายใหม่และพร้อมให้รายเก่าขยายกิจการเพิ่มมากขึ้น โดยมีปัจจัยต้องคำนึง คือ ต้นทุนด้านวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ” นายสินิตย์ กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image