แม่แห่โลงศพลูกสาวตั้งครรภ์ 8 เดือน เสียชีวิตหลังเข้ารักษาคลินิก ร้อง ยธ.ขอความเป็นธรรม

8.12.22 | 18:03 น.

แม่แห่โลงศพลูกสาวตั้งครรภ์ 8 เดือน เสียชีวิตหลังเข้ารักษาคลินิก ร้อง ยธ.ขอความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม รับเรื่องร้องทุกข์จาก นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” พร้อมด้วย น.ส.สายม้าน แฉกกระโทก อายุ 43 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ร่วมกันแห่โลงศพที่บรรจุร่างไร้วิญญาณ 2 ร่าง คือ น.ส.อารยา ชูขวัญ หรือบีม อายุ 19 ปี ซึ่งตั้งครรภ์บุตรชาย อายุครรภ์ 8 เดือน เดินทางมาจาก ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีการเสียชีวิตของบุตรสาวอาจเกิดจากการรักษาที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว ขอให้ช่วยเร่งรัดติดตามคดี และพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต

น.ส.สายม้านกล่าวว่า วันที่ 4 พ.ย.65 พาลูกสาวไปพบแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว ที่ได้ฝากครรภ์ไว้ และมีกำหนดคลอดในวันที่ 12 ธ.ค. เนื่องจากลูกสาวเกิดอาการเจ็บท้อง ประกอบกับมีไข้อ่อนๆ และแพทย์ได้คลำบริเวณอวัยวะเพศรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ บางอย่าง จึงทำการกรีดก้อนเนื้อแข็งๆ ที่อยู่บริเวณอวัยวะเพศ เนื่องจากสันนิษฐานว่าอาจเป็นฝีมีหนอง แต่หลังจากกรีดออกแล้วกลับพบว่าไม่ใช่ฝีและไม่มีหนอง เมื่อลูกสาวลุกเดินปรากฏมีเลือดไหลออกมาเป็นลิ่มๆ และไหลไม่หยุด แพทย์จึงได้ส่งตัวลูกสาวไปรักษาที่ รพ.อรัญประเทศ เพราะเสียเลือด ประมาณ 800 cc จึงเข้าแอดมิตรักษาอาการ

น.ส.สายม้านกล่าวอีกว่า วันที่ 8 พ.ย. รพ.อรัญประเทศ ได้ส่งตัวลูกสาวไปรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต และแพทย์ได้ทำการผ่าเอาทารกออกจากครรภ์เพราะทารกในครรภ์ได้เสียชีวิตแล้ว และรักษาตามอาการเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 18 พ.ย. ลูกสาวได้เข้าห้อง ICU อีกครั้ง และแพทย์แจ้งว่าลูกสาวเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 4 ระยะลุกลามแล้ว จนล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา แพทย์ได้แจ้งว่าลูกสาวเสียชีวิต ส่วนศพของทารกในครรภ์บุตรสาวได้เก็บไว้ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต เช่นกัน

“อยากให้คุณหมอที่คลินิกออกมาชี้แจงเรื่องการผ่าตัดโดยพลการทำให้บุตรสาวตนเลือดไหลไม่หยุด และขอให้มีคำขอโทษ หรือคำพูดของจรรยาบรรณแพทย์ และหากเป็นไปได้จะเรียกร้องให้คุณหมอช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวบ้าง เพราะหลังจากการผ่าตัดโดยไม่แน่ชัดของคุณหมอทำให้ท้ายสุดแล้วลูกสาวและหลานเสียชีวิตลง” นางสายม้านกล่าว

นางสายม้านกล่าวทิ้งท้ายทั้งน้ำตาว่า ขอบคุณกระทรวงยุติธรรมและเลขานุการ รมว.ยุติธรรม ที่ช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งแต่สูญเสียบุตรสาวพร้อมกับหลานนั้นตนรู้สึกแย่ เพราะมีลูกสาวคนเดียว และเขาเป็นเสาหลักครอบครัวด้วย

Advertisement

ด้าน ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต เปิดเผยว่า ขอให้คุณแม่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุ เพื่อที่จะได้นำเอกสารการร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าวมาใช้ประกอบการพิจารณาขอผ่าพิสูจน์ศพกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทราบว่าผลการพิสูจน์ศพจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ยังไม่ออก

“ทั้งนี้ ได้แจ้งเรื่องราวนี้ไปยัง พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอให้รับเรื่องและเก็บศพไว้ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี ระหว่างการรอเอกสารผลการผ่าพิสูจน์ศพจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ” ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตกล่าว

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวด้วยว่า จะมอบหมายให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสระแก้ว ประสานไปยังพนักงานสอบสวนด้วย อีกทั้งประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบกระบวนการรักษาและให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมตรวจสอบคลินิกดังกล่าว ตรวจสอบจรรยาบรรณแพทย์ของคลินิกว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรักษาหรือไม่ และหากมีการรักษาผิดพลาดจริง ตนจะให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ดูแลเรื่องการเยียวยาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “กัน จอมพลัง” พร้อมด้วย น.ส.สายม้าน และครอบครัว ได้พาว่าที่ ร.ต.ธนกฤต เลขานุการ รมว.ยุติธรรม และคณะทำงาน เดินไปทำการเคารพศพผู้เสียชีวิตที่บรรจุมาในโลงอยู่ในรถร่วมกตัญญู พร้อมกับจุดธูปบอกกล่าวพร้อมเคาะฝาโลงเพื่อบอกให้ผู้เสียชีวิตรู้ว่ากระทรวงยุติธรรมจะช่วยเหลือให้เต็มที่ที่สุด ก่อนเตรียมเคลื่อนโลงศพไปร้องทุกข์ยังกระทรวงสาธารณสุขต่อไป