ฟางเส้นสุดท้าย เปิดบทสนทนา ก่อนเกิดเหตุยิงดับบนสน.หลักสอง ตร.นำมือยิงฝากขังศาล รองผบก.9 ชี้เหตุซึ่งหน้า

17.12.22 | 12:35 น.

ฟางเส้นสุดท้าย เปิดบทสนทนา ก่อนเกิดเหตุยิงดับบน สน.หลักสอง ตร.ฝากขังมือยิง รองผบก.9 อ้างเหตุซึ่งหน้าทั้งสองฝ่ายไม่มีท่าทีก่อเหตุร้าย ล้อมคอกเข้มพกปืนสถานที่ราชการ


เหตุยิงกันบน สน.หลักสอง ซอยเพชรเกษม 98 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. พบศพนายคมสัน อินทร์ฤทธิ์ หรือม่อน อายุ 32 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ บาดแผลถูกอาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงเข้าที่ตามลำตัว 5 นัด และนายอนุสร วิชาธร อายุ 33 ปี ทนายความผู้เสียชีวิตถูกยิงเข้าที่แผ่นหลัง 3 นัด อาการสาหัสถูกนำตัวส่ง รพ.เกษมราษฎร์บางแค ส่วนมือปืนคือ นายพีรสิน กุลชุติสิน หรือพี อายุ 27 ปี พ่อค้าขับรถส่งพริกและสินค้าทางการเกษตร ขับรถกระบะตู้ทึบหลบหนีไปพร้อมกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าหลบหนีกลับไปบ้านพักย่านถนนพระราม 2 โดยระหว่างเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายระหว่างเรียกพูดคุยกับพนักงานสอบสวน เหตุนายพีรสินถูกทำร้ายร่างกายบนถนนเมื่อ 4 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ว่า พนักงานสอบสวน สน.หลักสอง ควบคุมตัว นายพีรสิน หรือพี อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงนายคมสัน หรือม่อน อายุ 32 ปี เสียชีวิตบน สน.หลักสอง และยิงทนายความของนายคมสันจนได้รับบาดเจ็บ ได้เวลา 18.00 น. เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่บ้านพักย่านพระราม 2 นำตัวไปสอบสวนกองบังคับการตำวจนครบาล 9 และไปขออำนาจศาลอาญา ธนบุรี ฝากขังผัดแรก หลังไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจาก เป็นคดีอุกฉกรรจ์ โดยแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งแนบเรื่องคัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

นายพีรสิน ถูกนำตัวออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหาบนโรงพักได้เดินลงมาขึ้นรถส่งตัวผู้ต้องหาโดยใช้ เสื้อแจ๊กเก็ตคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าตลอดเวลา และไม่ได้กล่าวคำสัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน ที่ไปรอบันทึกภาพทำข่าวกันอย่างเนืองแน่น

Advertisement

พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำตลอดทั้งคืน เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพก่อเหตุจริง

แต่ระหว่างสอบปากคำ แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ก็มีความเครียด และความกังวลเล็กน้อย โดยปมสังหารครั้งนี้ พบว่า มาจากความเครียด หลังผู้ต้องหา ถูกผู้ตายใช้สนับมือต่อยที่ใบหน้า จนบาดเจ็บสาหัส เนื่องจาก ขัดแย้งกันจากเหตุรถชน เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 และ

นับตั้งแต่วันเกิดเหตุผู้ต้องหา ก็ไม่เคยเจอกับผู้ตายแม้แต่ครั้งเดียว กระทั่งได้มาเจอเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่พนักงานสอบสวนนัดทั้งสองคนมาไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหาย ซึ่งก่อนเกิดเหตุยิงกัน ขณะที่พนักงานสอบสวน ได้ตัดสินใจว่า จะส่งสำนวนคดีฟ้องศาล เนื่องจาก ทั้งสองฝ่ายไกล่เกลี่ยกันไม่ลงตัวนั้น แฟนของผู้ก่อเหตุได้ถาม ผู้ตายว่าเหตุใดไม่คิดขอโทษ ผู้ตายจึง กล่าวขอโทษ ด้วยน้ำเสียง และกิริยาที่ไม่เต็มใจ ทำให้ผู้ก่อเหตุ ตัดสินใจลุกจากเก้าอี้ และเดินออกจากห้องสอบสวน จากนั้น ไม่นาน ผู้ก่อเหตุ ก็หวนกลับมาก่อเหตุยิงผู้ตาย

ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสงสัย เหตุใด ตำรวจ สน.หลักสอง จึงปล่อยประชาชนให้พกปืน ขึ้นมาที่สถานที่ราชการ พ.ต.อ.ธีระชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 ธนวาคม ทั้งสองฝ่ายเดินทางมากับทนาย และครอบครัว และไม่มีท่าทีจะก่อเหตุร้าย จึงไม่ได้ตรวจร่างกายเข้มงวด ซึ่งนับว่ากรณีดังกล่าวเป็นเหตุซึ่งหน้า ยืนยันทางผู้บังคับบัญชา จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะเร่งพิจารณา หามาตรการรักษาความปลอดภัย ในเรื่องการพกปืนเข้าสถานที่ราชการต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจแจ้งข้อหาแก่นายพีรสิน คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองและพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ