ทส.เตรียมประกาศเขตห้ามล่าฯศรีสวัสดิ์ กรมธนารักษ์เห็นชอบแล้ว

เห็นชอบนำที่ราชพัสดุ 3 ตำบล กว่า 7 หมื่นไร่ ประกาศเป็น ‘เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์’ กรมธนารักษ์เห็นชอบ อยู่ระหว่างพิจารณา

 

วันที่ 17 ธันวาคม นายประวุธ เปรมปรีดิ์ หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.65  ตนพร้อมด้วย นายมานะ เพิ่มพูล ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า (ผอ.สอส.)สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference)โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน มีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ รองประธาน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานฯ เลขาฯ นางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ รวมทั้งนายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ผลการประชุมคณะกรรมการฯมีมติ 1.เห็นชอบการกำหนดพื้นที่ที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ในท้องที่ตำบลนาสวน ตำบลด่านแม่แฉลบ ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เนื้อที่ 72,877 ไร่ เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยให้รอผลการพิจารณาจากกรมธนารักษ์ และผลตรวจสอบความถูกต้องของท้องที่การปกครองและแนวเขตการปกครองกับกรมการปกครอง

Advertisement

2.เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดพื้นที่ที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ในท้องที่ตำบลเขาโจด ตำบลนาสวน ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า พ.ศ. … พร้อมแผนที่และบัญชีชนิดสัตว์แนบท้ายประกาศกระทรวงดังกล่าว และ 3.เห็นชอบ และรับรองให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการตามขั้นตอนการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยไม่ต้องรอรายงานการประชุม ขณะเดียวกันกองทัพบก โดยกองพลทหารราบที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรี ได้เห็นชอบการนำที่ดินราชพัสดุ แปลง กจ.209 อำเภอศรีสวัสดิ์ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ อีกด้วย

นายประวุธ  กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ทำงานในรูปแบบมวลชนด้วยการเดินสำรวจพื้นที่ร่วมกับผู้นำชุมชน และทำความเข้าใจกับประชาชนที่มีที่ดินอยู่ติดกับแนวเขต รวมทั้งประชุมชี้แจงกับส่วนราชการ เช่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน และได้ข้อยุติตลอดแนวเขตที่สำรวจ การดำเนินการดังกล่าวจึงไม่ส่งผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่แต่อย่างใด

ซึ่งการทำงานมวลชน ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ประกอบด้วยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน และมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตไทรโยค เข้ามาส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้าน เช่น การสนับสนุนให้ชาวบ้านเลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลาดุก เอาไว้กินเอง เพื่อลดการลักลอบล่าสัตว์ป่า รวมทั้งตรวจและฉีดวัคซีน ให้ความรู้ผู้เลี้ยงโค-กระบือ เพื่อป้องกันการเกิดติดต่อโรคระหว่างสัตว์ป่ากับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image