
‘อำนาจ’ รอง อสส.ตั้งคณะทำงานย่อยร่างระเบียบแนวปฏิบัติของอัยการพร้อมรับ พ.ร.บ.ป้องกันทรมานอุ้มหายฯ บังคับใช้ตั้ง ‘กุลธนิต’ เป็น หน.คณะทำงาน ‘วัชรินทร์’ อัยการเอฟบีไอนั่งรองหัวหน้า ‘สราวุธ-ธนกฤต’ อยู่ในคณะทำงาน
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 เเละจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไปโดยมีหลักสาระสำคัญ เจ้าหน้าที่รัฐควบคุมตัวบุคคลใดต้องแจ้งอัยการหรือฝ่ายปกครองโดยทันที บุคคลใดพบเหตุทรมานหรืออุ้มหายให้แจ้งได้ทันที ศาลมีอำนาจสั่งยุติการทรมานและอุ้มหาย ให้หน่วยงานต่างๆ และอัยการมีอำนาจสอบสวน หากสอบสวนโดยหน่วยงานอื่น อัยการมีอำนาจตรวจสอบและกำกับการสอบสวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 ก.ย.65 นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุดในขณะนั้น ได้มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 1642/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทํางานเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. … และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยที่ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. … มีบทมาตราที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียม ความพร้อมในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นไป ด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงแต่งตั้งคณะทำงานเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตาม ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. … และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมี นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ รองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงานเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย
มีสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย สำนักงานวิชาการ เป็นเลขานุการคณะทำงาน เเละมีคณะทำงานรวม 27 คน ซึ่งมีอัยการระดับอธิบดีอัยการสำนักงานสำคัญรวมอยู่ เป็นจำนวนมาก
ให้คณะทํางานมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 1.ยกร่างระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …
2.ยกร่างแนวทางปฏิบัติ หนังสือเวียน หรือคู่มือเกี่ยวกับการดำเนินการตามร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …
3.ให้หัวหน้าคณะทำงานมีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อพิจารณาดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ตามความเหมาะสม และมีอำนาจเชิญบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุดที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติงานตามอำนาจและหน้าที่ของคณะทำงานด้วย
4.ให้หัวหน้าคณะทำงานมีอำนาจเชิญผู้แทนจากหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ของคณะทำงานได้ตามความเหมาะสม
5.ดำาเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งต่อมานายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ รองอัยการสูงสุดหัวหน้าคณะทำงานได้มีคําสั่งหัวหน้าคณะทํางานเมื่อวันที่ 28 พ.ย.65 ที่ผ่านมา แต่งตั้งคณะทำงานย่อยจัดทำร่างระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดหรือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย
โดยที่มีความจำเป็นต้องจัดทำระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดหรือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ-การดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงานอัยการสูงสุด จึงแต่งตั้งคณะทำงานย่อยจัดทำร่างระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด หรือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 โดยมีองค์ประกอบดังนี้
1 .นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สํานักงานการสอบสวน เป็น หัวหน้าคณะทํางาน
2.นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสํานักงานการสอบสวน รองหัวหน้าคณะทํางาน
3.หม่อมหลวงศุภกิตติ์ จรูญโรจน์ เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ เป็นคณะทํางาน
4.นายสราวุธ ปิตุเตชะ เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด คณะทํางาน
5.ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวน และการดำเนินคดี เป็นคณะทำงาน
6.นายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 เป็นคณะทำงาน
7.นายปรัชญา ทัพทอง อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 4 เป็นคณะทํางาน
8.นายฉัทปณัย รัตนพันธ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญคณะทํางาน
9.ร.ต.ท.โสภณ เกษมพิบูลย์ไชย อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด คณะทํางาน
10.นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด คณะทำงาน
11.นายบวร บุญลพ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด คณะทำงาน
12.นายปราณพงษ์ ติลภัทร อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด คณะทํางาน
13.นายวีระชัย ตั้งติยะพันธ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ คณะทํางานและเลขานุการ
14.นายศิริพล ตันติพูล อัยการประจํากอง คณะทํางานและผู้ช่วยเลขานุการ
15.นางปัฐมณ เดชเดโช นิติกรชำนาญการพิเศษ คณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ
16.น.ส.ปราณี ฉวยกระโทก นิติกรชำนาญการ คณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ
โดยให้คณะทํางานย่อยมีอำนาจและหน้าที่
1.ยกร่างระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดหรือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 และเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้นำเสนอหัวหน้าคณะทำงานเตรียมความพร้อมในการดำเนินการ ตามร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. … และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในส่วนของสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาต่อไป
2.ดำเนินการอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะทำงานย่อยดังกล่าวที่มีหน้าที่ยกร่างระเบียบฯเพื่อรองรับกฎหมายใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานอัยการจากสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย เเละสำนักงานวิชาการ โดยมีการดึงระดับผู้บริหารของสำนักงาน เเละอัยการฝีมือดี ชื่อดังมาร่วมคณะทำงานหลายคน อาทิ นายกุลธนิต อธิบดีอัยการ สํานักงานการสอบสวน, นายวัชรินทร์ รองอธิบดีอัยการ มือสอบสวนฝีมือดีทำคดีสำคัญหลายเรื่องจบหลักสูตรเอฟบีไอ จากสหรัฐ, นายสราวุธ ปิตุเตชะ เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด คนปัจจุบัน, นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการนักวิชาการชื่อดังเเห่งฝ่ายพัฒนากฎหมาย สำนักงานวิชาการ
