สืบสวนนครบาลรวบ ‘นิว คนสามโคก’หลอกขายอะไหล่ รถยนต์ บิ๊กไบค์ สูญกว่า 3 ล้านบาท พบคดีติดตัวอื้อ

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ , พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี , พ.ต.อ.กมล นุ่มหอม รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น , พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ,พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้สืบสวนติดตามจับกุมตัว นายกฤษณะ เข็มทอง อายุ 31 ปีที่อยู่ 66/232 หมู่ 5 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสุพรรณบุรี ที่ จ.178/2565 ลงวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่ามกันฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมิได้กระทำต่อประชาชน ” ได้ที่บริเวณกลางซอย 4/1 ภายในหมู่บ้านคันทรีพาร์ค 15 ตำบล สามโคก อำเภอสามโคก ปทุมธานี เมื่อวันที่ 7 มกราคม เวลาประมาณ 19.00 น.

จากการแนวทางสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบการวิเคราะห์แผนประทุษกรรมการก่อเหตุของคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. มีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุข้างต้นคือ นายกฤษณะ เข็มทอง หรือนิว คนสามโคก จึงได้ตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปรากฏพบว่า ณ ปัจจุบันนายกฤษณะ เข็มทอง ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 5 หมายจับ ประกอบด้วย
1) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสุพรรณบุรี ที่ จ.178/2565 ลงวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่ามกันฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมิได้กระทำต่อประชาชน ” ท้องที่ สภ.ทุ่งคลี ภ.จว.สุพรรณบุรี
2) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครไทย ที่ 50/2565 ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน ” ท้องที่ สภ.นครไทย ภ.จว.พิษณุโลก
3) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ที่ จ.109/2565 ลงวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน ” ท้องที่ สภ.ตลุกดู่ ภ.จว.อุทัยธานี
4) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 289/2565 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” ท้องที่ สภ.เหนือคลอง ภ.จว.กระบี่
5) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระนอง ที่ จ.115/2565 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” ท้องที่ สภ.กะเปอร์ ภ.จว.ระนอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบดำเนินการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตามหมายจับและอายัดตัวดำเนินคดีตามกฎหมายตามหมายจับที่ยังต้องการตัวให้ครบถ้วน ประกอบกับตรวจสอบพยานหลักฐานที่ชุดสืบสวนเชื่อว่าจะสามารถพิสูจน์ทราบถึงความเชื่อมโยงกับคดีที่เพิ่งเกิดขึ้นตามที่มีผู้เสียหายโพสต์แจ้งเตือน/ร้องเรียนในกลุ่ม Triumph Scramber Club Thailand , Triumph-Thailand

ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การว่ารับสารภาพตามข้อกล่าวหาตามหมายจับ พร้อมให้ข้อมูลว่าตนเริ่มมีพฤติกรรมโพสต์หลอกขายสินทางทางออนไลน์มาตั้งแต่ประมาณปี 2553 โดยเริ่มจากการหลอกขายโทรศัพท์มือถือที่ไม่ตรงกับคำสั่งซื้อของลูกค้า ในเว็บไซต์ siamphone ( https://www.siamphone.com/ ) จนมาถูกจับกุมในข้อหา “ ฉ้อโกง ” เมื่อช่วงปลายปี 2554 ครั้งนั้นถูกศาลตัดสินจำคุก 3 ปี แต่เนื่องจากตนให้การรับสารภาพศาลจึงลดโทษเหลือ 1 ปี 6 เดือน โทษ 1 ปี 6 เดือนให้รอลงอาญา 2 ปี ต่อมาปี 2555 ถูกจับกุมในข้อหา “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.ท่าช้าง ภ.จว.สิงบุรี ครั้งนี้ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 9 เดือน หลังพ้นโทษได้หลอกขายอะไหล่รถยนต์ในเพจ/กลุ่ม เฟซบุ๊ก ต่างๆ กว่า 50 กว่ากลุ่ม เช่น กลุ่ม BMW F10 & Series 5 (Thailand) , กลุ่ม ซื้อขาย เต็นท์บนหลังคารถ เต็นท์พื้นสนาม อุปกรณ์แคมป์ปิ้งราคาแบ่งปัน , กลุ่ม BMW X1 E84 Club Thailand , กลุ่ม โตโยต้า ไทเกอ ดีโฟดี , กลุ่ม ซื้อขายอะไหล่ ฮุนได H1 และรถ H1 มือสอง , Coleman Thailand ห้องซื้อ-ขาย , HILUX TIGER AND SPORT CRUISER 4X4 CLUB THAILAND (พูดคุย สอบถาม) , Range Rover P3 Thailand , กลุ่ม ชมรม คนรักรถจิ๊ปทหาร ซื้อ – ขาย , Haval H6 Club Thailand โดยใช้บัญชีธนาคารในนามชื่อบัญชีธนาคารของตนเอง กว่า 14 บัญชี

Advertisement

ล่าสุดรับสารภาพว่าเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “ อ๊อฟ แลนพีสามแปด (คุณอ๊อฟฯ) ” เข้าไปโพสต์หลอกขายอะไหล่รถจักรยานยนต์ Triumph เช่น ท่อไอเสีย ไฟเลี้ยว กันตก เบาะ ในกลุ่ม Triumph Scramber Club Thailand , Triumph-Thailand โดยใช้บัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่บัญชี 8014647871 ชื่อบัญชี นายธนพล เที่ยงธรรม และบัญชีธนาคารธนชาตทหารไทย เลขที่บัญชี 6342526578 ชื่อบัญชีนายไพรสน ก้างออนตา และบัญชีอื่นๆ ซึ่งได้ไปเช่ามาเพื่อใช้รองรับเงิน จากกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อขายบัญชีธนาคาร เช่น กลุ่ม “ ดีลงาน/บัญชี/ซื้อ-ขาย ” , กลุ่ม “ ซื้อ ขาย บัญชี ธนาคาร ” , กลุ่ม “ ซื้อขาย บัญชีธนาคาร ใน กทม. ” รวมทั้งซื้อผ่านเฟซบุ๊กชื่อบัญชี “ Noone Champ ” , ชื่อบัญชี “ อยากเป็นคนที่ใช่ ในวันที่เทอเจ็บ ” , ชื่อบัญชี “ Pueng Noi ” โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าบัญชีประมาณ 900 บาท โดยจะได้ทั้งเลขบัญชีธนาคารและรูปถ่ายบัตรประจำตัวชาชนของเจ้าของบัญชีมาเพื่อใช้ในการรองรับเงินที่หลอกได้จากผู้เสียหาย

จากการก่อเหตุตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบันผู้ต้องหารับว่าได้เงินจากการก่อเหตุมากกว่า 3,000,000 (สามล้านบาท) เงินที่ได้ส่วนใหญ่นำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในครอบครัว รวมทั้งซื้อสิ่งของที่ตนอยากได้

เมื่อตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหาในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีรวมทั้งหมด ทั้งที่เคยถูกจับกุมได้ และยังต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวนรวม 13 คดี ประกอบด้วย
– คดีที่ 1 ปี 2553 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.ท่าศาลา สถานะรอออกหมายจับ
– คดีที่ 2 ปี 2554 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.คลองห้า สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
– คดีที่ 3 ปี 2555 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.ท่าช้าง สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
– คดีที่ 4 ปี 2555 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.พังโคน สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
– คดีที่ 5 ปี 2555 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.เถิง สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
– คดีที่ 6 ปี 2555 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สน.พญาไท สถานะควบคุมตัว/ถอนหมายจับ
– คดีที่ 7 ปี 2556 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.ประตูน้ำจุฬา สถานะรอออกหมายจับ
– คดีที่ 8 ปี 2556 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.สามชุก สถานะควบคุมตัว/ไม่ได้ออกหมายจับ
– คดีที่ 9 ปี 2565 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่ามกันฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมิได้กระทำต่อประชาชน ” ท้องที่ สภ.ทุ่งคลี สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้
– คดีที 10 ปี 2565 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน ” ท้องที่ สภ.นครไทย สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้
– คดีที่ 11 ปี 2565 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน ” ท้องที่ สภ.ตลุกดู่ สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้
– คดีที่ 12 ปี 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” ท้องที่ สภ.เหนือคลอง สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้
– คดีที่ 13 ปี 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” ท้องที่ สภ.กะเปอร์ สถานะหมายจับมีผลบังคับใช้
ซี่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำหนังสือประสานเพื่อให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแต่ละคดีทำการอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติอย่างหลงเชื่อกลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ เสนอขาย หรือชักชวนลงทุนในด้านต่างๆ แจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image