SSP กำไรปี 65 โต 51.5% กว่า 1,300 ล้าน บอร์ดแจกปันผลเป็นหุ้น-เงินสด พร้อมลงทุนธุรกิจอนาคต

บมจ. เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น โชว์ผลงานปี 65 กำไรพุ่ง 51.5 % แตะระดับ 1,302 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล และจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.0611111114 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 3 พ.ค.นี้

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 443 ล้านบาท หรือ 51.5% จากงวดเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้กำไรพิเศษในไตรมาสที่ 2/2565 จากขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ฮิดากะ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีกำไร 348 ล้านบาท แต่หากไม่รวมรายการดังกล่าว SSP มีกำไรจากการดำเนินงานปกติที่ 1,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้กำไรเต็มปีของโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ LEO 1 ในประเทศญี่ปุ่น สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ในประเทศเวียดนาม สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 48 เมกะวัตต์ และนอกจากนี้ยังมีการรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าวินด์ชัยฟาร์ม สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 45 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 25% ในเดือนมีนาคม 2565 และจะเห็นว่า โครงการต่างๆ ที่บริษัทเข้าไปลงทุนล้วนเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้ในระดับที่ดีมาโดยตลอด

ขณะที่ผลดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2565 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีกำไรหลักจากการดำเนินงาน 180.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 178.7 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 698 ล้านบาท

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงมีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล และจ่ายปันผลเป็นเงินสดอีก 0.0611111114 ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 3 พฤษภาคม กำหนดจ่ายวันที่ 25 พฤษภาคมนี้

Advertisement

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท และเมื่อรวมกับปันผลสำหรับครึ่งปีหลังของปี 2565 อีกในอัตราหุ้นละ 0.0611111114 บาท/หุ้น กับการจ่ายหุ้นปันผลในอัตรา 10:1 ที่ราคาพาร์ 1 บาท หรือ 0.1 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินปันผลตลอดทั้งปีเท่ากับ 0.3611111114 บาท/หุ้น สำหรับผลการดำเนินงานปี 2565

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SSP กล่าวว่า การจ่ายปันผลเป็นหุ้นจะช่วยให้บริษัทมีฐานเงินทุนที่พร้อมสำหรับการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต โดยบริษัทได้มีการเข้าร่วมการยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT ในประเทศไทย ซึ่งจะมีความชัดเจนในเดือนมีนาคมนี้ การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ LEO 2 ในประเทศญี่ปุ่น สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 17 เมกะวัตต์  ซึ่งคาดว่ามีความพร้อมที่จะจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ไตรมาส 4 ปี 2567 การลงทุนเพิ่มเติมในโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม ซึ่งจะสนับสนุนให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเท่าตัวทะลุ 500 เมกะวัตต์ ในปี 2568 จากปัจจุบันกำลังการผลิตอยู่ที่ 236 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้จัดตั้งบริษัทลงทุน Sermsang Next Ventures เพื่อลุยธุรกิจใหม่ โดยเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสในการเติบโต และสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สร้าง New S-curve สนับสนุนผลงานในอนาคตให้เติบโตก้าวแบบกระโดด

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า SSP ประสบความสำเร็จในการเป็นโรงไฟฟ้า Renewable เต็มรูปแบบ มีทั้งการเริ่มพัฒนาโครงการตั้งแต่ต้น และการใช้กลยุทธ์ทำ M&A โดยเชื่อว่าหลังจากนี้จะได้เห็นพัฒนาการในการเติบโตอย่างชัดเจน ทำให้มั่นใจว่าภาพรวมทั้งปี 2566 บริษัทจะมีแนวโน้มรายได้และกำไรที่ดีอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้” นายวรุตม์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image