หนุ่มเลือดร้อนฉุน! อดีตทหารขี่รถ จยย.ช้าคว้าเหล็กแป๊บตีหัวแตกเย็บ 5 เข็ม

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพเหตุการณ์พร้อมบรรยาย ขอความเป็นธรรมให้กับพ่อวัย 60 ปี ถูกชายปริศนาทำร้ายร่างกาย โดยอ้างสาเหตุว่าพ่อขับขี่รถ จยย.ช้าและขวางทางทำให้คู่กรณีไม่พอใจจึงใช้แป๊บเหล็กทุบตีจนบาดเจ็บ ศีรษะแตก เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.พ. บริเวณถนนประชาอุทิศระหว่างซอย 14 ถึงซอย 16 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ นายสิร (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ร้อยตรี วิเชียร รำพึงวรณ์ อายุ 64 ปี นายทหารนอกราชการ เข้าพบ ร.ต.อ.พงศ์ศิริ สินอุดม รอง สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ” ภายหลังสอบปากคำกว่า 2 ชั่วโมง นายสิร เดินทางกลับพร้อมชูมือหลังถูกพิมพ์มือ โดยระบุว่าส่วนตัวขอโทษผู้เสียหายแล้วตั้งแต่วันเกิดเหตุสาเหตุที่ทำร้ายเพราะความอดทนมีขีดจำกัด วันเกิดเหตุไม่ได้เตรียมอาวุธติดตัวแต่อย่างใด แต่หยิบจากบริเวณที่ก่อเหตุ ขณะที่ผู้เสียหายอ้างว่ามีการท้าทายกันนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีการท้าทายแต่อยากให้ไปถามผู้เสียหายว่าวันเกิดเหตุพูดอะไรไว้ส่วนเรื่องที่ระบุว่าตนเป็นขาใหญ่ในพื้นที่ไม่เคยพูดหรืออ้างตัว มีแต่ฝ่ายผู้เสียหายอ้างว่ารู้จักนายพัน ต่อจากนี้ยืนยันว่าจะไม่หัวร้อนและก่อเหตุแบบนี้อีก

ต่อมาผู้สื่อข่าวไปบ้านพัก ร.ต.วิเชียร ผู้บาดเจ็บซอยประชาอุทิศ 14 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม.เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่าวันเกิดเหตุออกจากบ้านเพื่อไปบ้านลูกพร้อมซื้ออาหารไปให้กับภรรยา ระหว่างออกจากซอยจะเลี้ยวขวามีรถคู่กรณีขับขี่มาที่เลนขวาด้วยความเร็วก่อนที่จะชะลอจึงเลี้ยวข้ามและพยายามชิดซ้ายแต่กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุจึงขับขี่ช้า ทำให้คู่กรณีไม่พอใจเปิดกระจกด่าทอ ทั้งพยามขับไล่จนมาถึงจุดเกิดเหตุก่อนชะลอรถและคู่กรณีปาดหน้ารถลงมาด่าทออีกครั้ง ก่อนคู่กรณีจะหยิบแป๊บเหล็กออกมาจากท้ายรถ ซึ่งตนพยายามบอกกับทางคู่กรณีมาโดยตลอดว่าไม่อยากมีเรื่อง แต่คู่กรณีไม่รับฟังเริ่มใช้แป๊บเหล็กตีเข้าที่ขาด้านซ้ายและตามร่างกาย พยายามปัดก่อนเสียหลักก้มลงคู่กรณีจึงใช้แป๊บเหล็กตีที่กลางศีรษะเกิดบาดแผลแตก ยอมรับว่ากลัวเป็นอย่างมากและไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่าเหตุใดคู่กรณีจึงใช้ความรุนแรงแบบนี้ สาเหตุที่ขับช้าไม่ใช่ต้องการที่จะกลั่นแกล้งรถบนถนนแต่เป็นเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ ประกอบกับในพื้นที่มีการจราจรหนาแน่นยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังจึงอาจทำให้ดูเหมือนขับช้า

ร.ต.วิเชียรกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุเดินมาที่บ้านพักลูกและไปรักษาที่โรงพยาบาลแพทย์เย็บบาดแผล 5 เข็มและให้ติดตามอาการอีกครั้งจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ไว้เป็นหลักฐานแต่ในขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางเจ้าของคดีว่าคดีดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด จึงอยากฝากไปถึงทางคู่กรณีว่าอยากให้ใจเย็นกว่านี้และไม่อยากให้ก่อเหตุแบบนี้กับคนอื่นอีก ขณะที่ในส่วนของตำรวจก็อยากให้ดำเนินการทางคดีกับทางผู้ก่อเหตุเพื่อให้ได้สำนึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำไป ขณะเกิดเหตุพยายามบอกกับทางคู่กรณีว่าไม่อยากมีเรื่องหากจะต้องมีการชกต่อยก็ขอชกต่อยเพียงแค่บนเวทีเท่านั้นเพราะเคยเป็นข้าราชการทหารก็เคยเป็นนักมวยขึ้นเวที

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนตรวจปัสสาวะผู้ก่อเหตุเบื้องต้นไม่พบมีสารเสพติดจึงสอบปากคำและแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ต้องรอผลแพทย์จากทางผู้เสียหายอีกครั้งหากแพทย์มีความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบาดเจ็บเพื่อนำเข้าสำนวนคดีและนัดวันส่งตัวผู้ต้องหาต่อศาลต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image