ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเจ้าหน้าที่อรินทราชและชุดหนุมานของกองปราบ เดินทางมายังซอยสายไหม 56 กทม. เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์เหตุสารวัตรสันติบาลคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืนกราดยิงออกมาจากบ้าน โดยเจ้าหน้าที่พยายามเจรจาแต่ไม่เป็นผล ว่า เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ใช้โดรนบินขึ้นดูสถานการณ์โดยรอบ พร้อมกับจัดกำลังเจ้าหน้าที่อรินทราชเรียงแถวโดยใช้โล่ห์เข้าไปบริเวณบ้านพักของสารวัตรกานต์ พร้อมกับเจรจากับสารวัตรกานต์ว่า สารวัตรกานต์ยังสามารถประโยชน์ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ใจเย็นๆค่อยๆพูดจากัน หากต้องการอะไรขอให้บอก เจ้าหน้าที่จะจัดการให้ แต่ปรากฎว่าไม่มีเสียงตอบรับจากสารวัตรกานต์แต่อย่างใด และร้องขอสารวัตรเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายใน
ต่อมาเวลา 17.20 น.พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.เดินทางมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเอง แล้วได้เข้าร่วมประเมินสถานการณ์ร่วมกับทีมนครบาล นำโดย พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.
ต่อมาเวลา 17.30 น.หน่วยอรินทราช 26 เตรียมใช้ระเบิดแก๊ซน้ำตาบุกเข้าชาร์ตตัว สารวัตรกานต์ ภายในบ้านพัก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนตรึงกำลังรายล้อมบ้านที่เกิดเหตุไว้ พร้อมเกลี้ยกล่อม โดยขณะนี้ผ่านไป ร่วม 8 ชม. แล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมมอบตัวแต่อย่างใด
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ประชาชนตอนนี้อย่าเพิ่งเข้าบ้าน เพราะอาจเป็นอันตราย ตอนนี้ยังมีการเจรจากันอยู่ แต่สารวัตรไม่ได้สนใจและเปิดเพลงเสียงดัง ซึ่งคนเจรจาได้รับการฝึกมา จะไม่ไปกดดัน ตอนนี้รู้สึกว่าสงบลง ไม่มีการยิงปืนออกมา มีการเปิดเพลงอยู่ในบ้าน ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง รอให้เขาอารมณ์สงบลงระหว่างนี้เจรจาไปก่อน ตำรวจตรวจการณ์ได้แค่นั้นพอ มีอุปกรณ์ช่วยให้การทำงาน ทำให้สะดวกขึ้น
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า พอสถานการณ์ความมืดเข้ามาอาจกดดัน แต่ขณะเดียวกันได้มีทีมแพทย์เตรียมพร้อมไว้ การเจรจาจะประเมินสถานการณ์ผู้ป่วยว่าเสี่ยงทำร้ายต้วเองหรือไม่ ซึ่งตำรวจนครบาลได้ฝึกไว้
“อย่าไปคิดว่าทำไมไม่บุก ไม่ชาร์จเลย สถานการณ์มีแต่ลบไม่มีบวก ต้องคิดว่าเขาคือผู้ป่วยไม่ใช่ตำรวจ สิ่งไหนที่เขาถูกกดดัน ทั้งในหมู่บ้าน และเรื่องส่วนตัว ก็ต้องแก้ที่สาเหตุ ให้รู้สึกไว้วางใจ ถ้าใส่เครื่องแบบอยู่ ต้องอยู่ห่างๆ อย่ากดดัน ถ้าสารวัตรดูอยู่ วันนี้พี่มารับรองความปลอดภัย แล้วสิ่งที่เผชิญอยู่จะแก้ไขให้ ที่มาไม่ได้ทำร้าย แต่เป็นคนที่ต้องดูแลช่วยเหลือมากกว่า ไม่คิดว่าคือคนร้าย แต่เป็นผู้ป่วย “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าว และว่า สำหรับผู้ที่สารวัตรไว้วางใจ ไม่ว่าพี่ชาย และผู้ร่วมงาน เขายังไม่ฟังเลย เคยมีกรณีหนองบัวลำภูแล้ว ไม่อยากกดดัน จนท.ทุกคนไม่ได้กดดัน ไม่ให้เหตุลุกลาม ไม่ได้หวังทำร้าย ต้องการให้เหตุสงบเร็วที่สุด
สำหรับปัญหาที่เป็นตัวกระตุ้นสารวัตรนั้น อาจมีกระทบกระทั่งเรื่องทิ้งขยะ และมีปัญหาส่วนตัว ซึ่งต้องหาคนที่ให้ระบาย ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เฝ้าระวังตำรวจที่ป่วยแบบนี้แต่สกรีนไม่ได้ 100 เปอร์เซน และขอให้ประชาชนในหมู่บ้านอย่าบูลลี่กัน มีปัญหาอะไรแจ้งตำรวจจะเข้ามาแก้ที่ต้นเหตุ
“เจรจาไปเรื่อยๆ ให้เวลา รอให้เขาสงบลง โดยหาคนที่เขาไว้วางใจมาเจรจา ซึ่งกรณีนี้จะไม่ให้ใช้กำลัง เพราะเขาไม่เป็นคุกคามต่อใคร ทุกคนเชียร์ให้เอาเลย แต่ถ้าตำรวจเข้าไปปะทะ แล้วถ้าสารวัตรคนนี้ตาย ตำรวจโดนอีกทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่หลักการเจรจามียุทธวิธี มีการประเมินทีละขึ้น โดยมีจิตแพทย์ประเมินร่วม”พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าว

