เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ห้องประชุม สน.ทองหล่อ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศิรณวิชญ์ อินทร ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.ปุณณวิช อรรคนันท์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พร้อมฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น.และกก.สส.บก.น.5 และสน.ทองหล่อ ร่วมประชุมภายหลังควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย
สัญชาติจีน 3 ราย ก่อเหตุอุ้มผู้เสียหายเรียกค่าไถ่กว่า 3.2 ล้านบาท จากร้านอาหารย่านเอกมัยไปทิ้งไว้ ย่านมีนบุรี และถูกจับกุมได้ที่ริมถนน กม.5 ฝั่งซ้าย ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ธิติ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกันกว่า 1 ชม.ว่าเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนไม่ให้การใดๆแต่ตำรวจจะเร่งรวบรวมหลักฐานและประสานผู้เสียหายมาชี้ตัวเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ ฐานความผิดร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ และร่วมกักขังหน่วงเหนี่ยวฯ ภายในวันนี้ รวมถึงจะเร่งสืบสวนขยายผลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอีก เบื้องต้นเชื่อว่านอกจากผู้ต้องสงสัย 3 คน มีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์อีกไม่น้อยกว่า 1 คนเป็นชาวต่างชาติ ส่วนจะมีคนไทยร่วมขบวนการด้วยหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีส่วนในการก่อเหตุหรือไม่ เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องชาวต่างชาติบางรายมีครอบครัวเป็นคนไทย
นอกจากนี้ ตำรวจเชื่อว่าขบวนการดังกล่าวอาจเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับผู้เสียหายรายอื่นอีกจากพฤติกรรมหลังถูกจับกุมไม่มีความตื่นตระหนก แต่กลับแสดงอาการนิ่งเฉยทั้งยังรู้เส้นทางก่อเหตุและเส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี หลังก่อเหตุไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็หลบหนีไปเกือบถึงชายแดนเพื่อออกนอกประเทศแล้ว และเชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการรอรับอยู่ที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอีกเพียง 5 นาทีด่านชายแดนก็จะเปิดแต่ตำรวจจับกุมตัวได้ก่อน
ส่วนจะเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศเพื่อนบ้าน หรือแก๊งจีนเทาที่ควงปืนเรียกค่าไถ่จากกลุ่มคนรวยในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งตำรวจกำลังไล่เส้นทางการเงินที่ผู้เสียหายโอนให้กับกลุ่มคนร้ายว่ามีการโอนต่อไปยังบัญชีใดบ้าง แต่เนื่องจากมีการโอนหลายสกุลเงินและส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินดิจิทัลทำให้ต้องใช้เวลา เบื้องต้นยังไม่พบว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนมีประวัติถูกหมายจับทั้งในไทยและประเทศจีน
ตรวจสอบเบื้องต้นมีข้อมูลพบว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยเข้าออกประเทศไทย 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว ส่วนเพื่อนสาวที่ทำหน้าที่เป็นนกต่อมีการเข้ามาตีสนิทและรู้จักคบหากับผู้เสียหายมาเวลาประมาณหนึ่งปี โดยมีการติดต่อเฉพาะเวลาที่ผู้เสียหายเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเท่านั้น คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะทราบข้อมูลที่ผู้เสียหายได้รับเงินจากการเวนคืนที่ดินที่ประเทศจีน จึงร่วมกันวางแผน และพบว่ายังมีความพยายามจะก่อเหตุมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่ผู้เสียหายไม่เดินทางมาตามนัดก่อนจะก่อเหตุเมื่อวันที่ 16 มี.ค. เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหาและนำตัวดำเนินคดี
สำหรับพฤติการณ์ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดแบ่งหน้าที่ทำงานรายที่ 1 คือ นายหราน เสียว หย่ง เป็นผู้ใช้กรรไกรจี้และบังคับข่มขู่ผู้เสียหายขึ้นไปบนรถตู้ และให้โอนเงินดังกล่าว ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 คือ นางเนี่ย ลี่ เจี่ยว หรือเสี่ยวอี้ เป็นเพื่อนผู้เสียหายทำหน้าที่เป็นนกต่อ และผู้ต้องหาที่ 3 คือ นายเนี่ย ฉี เจิ่น เป็นพลขับรถตู้คันก่อเหตุ ส่วนจะมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุแบบนี้มาก่อนหน้านี้หรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม และหากพบว่ามีการกระทำใดเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมก็จะดำเนินการแจ้งข้อหาอีกครั้ง

