เพื่อไทรวมพลัง สร้างเซอร์ไพรส์เมื่อเอาชนะแชมป์เก่าในพื้นที่อุบลราชธานี และยังเข้าร่วมรัฐบาลก้าวไกลอีกต่างหาก
พรรคเพื่อไทรวมพลังมีหัวหน้าคือ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี อายุ 29 ปี ดีกรีนักเรียนนอก เป็นหลานชายของ นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีต ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ผู้ให้การสนับสนุน
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคได้ ส.ส. 2 คน หนึ่งในสองคือ นายสมศักดิ์ บุญประชม ว่าที่ ส.ส.เขต 10 อุบลราชธานี โดยชนะแชมป์เก่าอย่าง นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย ไปได้
นายสมศักดิ์ หรือ “เสี่ยเชียง” อายุ 53 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น เป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลลำปางก่อสร้าง (ศรีสมหวัง) และเป็นประธานชมรมคนรักน้ำยืน
หลังจากได้รับเลือกตั้งเปิดเผย “มติชน” ว่า นโยบายของพรรคได้รับการตอบรับ โดยชูนโยบายปลดหนี้ กำหนดให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตรกรเป็นเสมือนโรงพยาบาลหนี้ของเกษตรกร แล้วให้โอนหนี้และหลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้จาก เจ้าหนี้ไปอยู่ในโรงพยาบาลหนี้ และจัดการให้ผ่อนชำระหนี้คืนโดยปลอดดอกเบี้ย
ยังมีนโยบายให้เรียนฟรีถึงปริญญาตรี, มีงานทำ สร้างอาชีพในชุมชน ส่งเสริมธุรกิจ SME ธุรกิจออนไลน์, ลดความเหลื่อมล้ำปฏิรูปที่ทำกิน ยกเลิก ส.ป.ก. กทบ.5 ที่ราชพัสดุที่หมดสภาพความเป็นป่าและมีประชาชนอาศัยอยู่โดยออกเป็นโฉนดทุกแปลง, สร้างนวัตกรรมเกษตรไทย ปฏิรูปภาคเกษตรโดยใช้นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มผลผลิต, ด้านสาธารณสุข ยกระดับ อสม.ให้เป็นผู้ช่วยแพทย์แผนไทยประจำหมู่บ้าน
นอกจากนี้ ได้เสนอแก้ไขการเกณฑ์ทหาร เช่น ถ้าจับสลากได้ใบแดงรัฐต้องจ่ายเงินเยียวยาให้ครอบครัวปีละ 15,000 บาท หรือการตั้งราคากลางราคาข้าวชาวนาเพื่อยกระดับราคาข้าว
ให้กลุ่มเกษตรกรแต่ละตำบลกู้เงินมาตั้งโรงสี 1 ตำบล 1 โรงสี แล้วสีข้าวส่งตลาดกลาง 1 จังหวัด 1 ตลาดกลาง
สิ่งที่นายสมศักดิ์อยากผลักดันเป็นเรื่องแรก คือการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่เป็นหนี้เสีย โดยให้กองทุนฟื้นฟูฯรับซื้อหนี้ทั้งหมดที่มีในสถาบันการเงินแล้วช่วยแก้ไข
แม้พรรคเพื่อไทรวมพลังจะมี ส.ส. 2 คน แต่ก็มีนโยบายที่ไม่ต่างจากพรรคก้าวไกล จึงไม่น่าแปลกใจที่ได้รับการชักชวนให้ร่วมรัฐบาล และผลักดันให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี

