‘ส.ว.จเด็จ’ เจอ ‘ศิธา-สรยุทธ’ ถาม เสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แล้วเลือกตั้งไปทำไม?

1.06.23 | 12:42 น.

‘ส.ว.จเด็จ’ เจอ ‘ศิธา-สรยุทธ’ ถาม เสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แล้วเลือกตั้งไปทำไม?

นายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวตอนหนึ่งในรายการ “คุยข่าวนอกจอ” ของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ให้สัมภาษณ์ประเด็นการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า เป็นความคิดส่วนตัวของตน เพราะมองว่า 15 วันผ่านไป ความคืบหน้าการตั้งรัฐบาลดูไม่จริง ไม่ชัด แม้จะโอบกอดดัน แต่ดูไม่จริง ไม่ชัด ยังดูเป็น 50-50 คือ ยังไม่ราบรื่น ยังไม่จบ แค่ประเด็นประธานสภายังไม่จบเลย

นายจเด็จ กล่าวว่า การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เป็นเรื่องเก่า มีมานานแล้ว แต่ทำไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญไทย ไม่ได้ห้าม สามารถทำได้

ทั้งนี้ สรยุทธถามว่า มันต้องมีสถานการณ์ที่ทำให้ติดล็อกอะไรบางอย่างทำให้ไปต่อไม่ได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีสถานการณ์ที่ว่าเกิดขึ้นเลย ตอนนี้รอโหวตประธานสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีเท่านั้น นายจเด็จ กล่าวว่า ต้นเดือนสิงหาคมกว่าหรือเหลือเวลา 60 วันเท่านั้น ที่จะได้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ส.ว.โดยตรง

ส่วนเรื่องรูปแบบรัฐบาลนั้น ตนแสดงความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ว่า อีก 60 วัน ควรจะนำส่วนดีของพรรคต่างๆ มา สร้างเป็นรัฐบาลแห่งชาติ 

Advertisement

ส่วนคำถามที่ว่า มีวิกฤตอะไรที่จะต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ นายจเด็จ กล่าวว่า ไม่ได้วิกฤตอะไร แต่ตนมองว่ายังมีเวลา และการตั้งรัฐบาลตอนนี้ยังไม่จบ และดูท่าไม่จบง่ายๆ จึงนำเสนอว่าในเวลา 60 วัน ลองคิดในมุมอื่นๆ บางหรือไม่ ว่าเราจะร่วมมือกันอย่างไร

“ผมไม่มีความรู้สึกว่าผมผิดอะไร ที่เรียกร้องให้ทุกคนสามัคคี เรามาทำการเมืองที่มีความสามัคคี การเมืองสร้างสรรค์ การเมืองของประชาชน ไม่ใช่การเมืองของนายทุน การเมืองที่เกิดความปรองดอง นี่คือรัฐบาลแห่งชาติ” นายจเด็จ กล่าว

ส่วนคำถามที่มองว่า แม้จะเสนอ “พิธา” เป็นนายกรัฐมนตรี หรือ “เศรษฐา ทวีสิน” เข้าไป ถ้าไม่ได้คะแนนเสียงถึง 376 เสนอไปกี่รอบก็ไม่ผ่าน ถ้าไม่ต่อไม่ได้ ต้องมาคุยกันในเกิดรัฐบาลแห่งชาติ นายจเด็จ กล่าวต่อว่า ทำนองนั้น แต่ตนตอบแทน ส.ว.ทุกคนไม่ได้ เพียงเสนอแนวคิดที่ให้เกิดการรวมพลังและเลือกคนที่มีความเหมาะสมที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้ 3 สถาบันของชาติ ซึ่งตนเชื่อว่า ส.ว.จะเอาด้วย

ทั้งนี้ น.ต.ศิธา ทิวารี นั่งอยู่ในรายการด้วย ได้สอบถาม นายจเด็จ ว่า การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพราะบ้านเมืองเกิดปัญหาเกิดวิกฤต แต่ขอถามว่า ถ้ากลับกันการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่ก้าวไกล และเพื่อไทย แต่เป็นพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ที่รวมคะแนนเสียงกันได้ 300 เสียง จะเสนอความคิดแบบนี้หรือไม่ และจะเลือกตั้งไปทำไมถ้าตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

นายจเด็จ กล่าวว่า ตนก็ยังเสนอ ส่วนถ้าตั้งรัฐบาลแห่งชาติแล้วจะเลือกตั้งทำไมนั้น มองว่า การเลือกตั้งเป็นการคัดหัวกะทิ มาทำงานการเมือง

ทั้งนี้ นายจเด็จ ได้กล่าวถึงบทเฉพาะกาลในมาตรา 272 ที่ ส.ว.อำนาจในการเลือกนายกฯ ว่า เหลืออีกไม่ถึงปี ส.ว.ก็หายไปแล้ว อดทนหน่อยไม่ได้หรือ อย่าไปคิดว่าเป็นจระเข้ขวางคลองเลย เพราะมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ผ่านประชาพิจารณ์มา

“เรายังมีเวลาอีก 60 วัน ที่พูดถึงรัฐบาลแห่งชาติ เพราะอยากให้มีการเมืองสร้างสรรค์ อย่าไปว่า ส.ว.เป็นกากเดน ทรราช ผมไม่ได้เป็นกากเดนของใครทั้งสิ้น ผมเป็นตัวของตนเอง ผมเพียงเสนอกติกาใหม่ขึ้นมา และรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ห้าม

รัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่าต้องรอให้บ้านเมืองมีปัญหาแล้วค่อยทำ แล้วทำไมเราต้องรอให้มันมีปัญหา เราควรจะทำรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่ปรองดองสมานฉันท์กันดีกว่า คือเอาส่วนดีๆ มาทำเรื่องดีๆ กันดีกว่า

ผมเรียกร้องความสมัครสมานสามัคคี เพื่อไม่ให้เกิดการเมืองบนถนน เพราะถ้าปล่อยไว้ แล้วไม่ได้” นายจเด็จ กล่าว

ส่วนใครที่จะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ใครควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายจเด็จ กล่าวว่า ก็เลือกกันไป ใครเหมาะสมก็ว่าไป ทั้งนี้ ส.ว.ไม่ได้ดูว่าคุณได้เสียงข้างมากต้องเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้บอกว่าต้องเลือกคนที่ได้เสียงข้างมาก แต่ต้องเลือกคนที่เหมาะสม ซึ่ง ส.ว.ก็มีความคิดของตน

ส่วนรู้สึกอย่างไรที่ 25 ล้านคน เลือกพรรคก้าวไกล กัลพรรคเพื่อไทยให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่กลับมี ส.ว. 250 คนที่มีสิทธิจะยับยั้ง ไม่เห็นตามคน 25 ล้านคนที่มาใช้สิทธิ นายจเด็จ กล่าวว่า “ถ้ามีคนมาพูดแบบนี้ ผมไม่เจ็บหรอก ไม่ใช่ว่าผมหน้าด้านนะ แต่ถูกสอนมาว่าต้องดูแลเสียงส่วนใหญ่ เคารพเสียงส่วนน้อย และดูความเหมาะสมของคนที่มาบริหารประเทศ”

ทั้งนี้ยังยืนยัน นายจเด็จ กล่าวต่อว่า  “ผมไม่ยอมรับ คุณพิธา”