ชูวิทย์ เปิดตัวละคร อาจ๋าย-ชายเล็ก-บังมัด โยง ‘ไดมอนด์’ ผับคนจีน มี ‘รองห.’ เอี่ยวรับเคลียร์

2.06.23 | 18:15 น.

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองดัง เปิดเผยถึงกรณีที่ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี หรือ ดส. เข้าจับสถานบันเทิง “ไดมอนด์” เมื่อคืนที่ผ่านมา

โดยก่อนที่จะแถลงได้นำโคมไฟสีแดง หรือเต็งลั้ง 1 คู่ เข้ามาด้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคนจีนที่นิยมติดไว้หน้าห้างร้าน

นายชูวิทย์กล่าวว่า สถานบันเทิงแห่งนี้ต้องมีการจ่ายส่วยให้กับตำรวจเพื่อเปิดให้บริการ เนื่องจากที่นี่เป็นสถานบริการอาบ อบ นวดเก่า และเปิดริมถนนเพชรบุรี ถือว่าเป็นสถานที่โจ่งแจ้ง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีการเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ ส่วนเจ้าของสถานบันเทิงนี้คือ อาจ๋าย ที่ได้ติดต่อผ่าน ชายเล็ก คนนี้เป็นที่รู้จักของตำรวจ สน.มักกะสัน เป็นอย่างดี และในพื้นที่อื่นๆ เนื่องจาก “ชายเล็ก” เป็นนายหน้าจัดหาหญิงบริการมาให้กับสถานบริการหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร

และเป็นคนชักชวนให้ “อาจ๋าย” เข้ามาลงทุนเปิดสถานบันเทิง ส่วนพนักงานภายในร้านก็จะใช้ผู้หญิงชาวจีน และประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงาน นอกจากนั้นยังพบว่ามี “บังมัด” ผู้กว้างขวางในย่านคลองตัน เป็นคนออกหน้าเพื่อเคลียร์กับตำรวจในพื้นที่คือ “รอง ห.” ซึ่งเป็นตำรวจตำแหน่งรองผู้กำกับการในพื้นที่

สำหรับการเข้าจับสถานบันเทิง “ไดมอนด์” ครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นความขัดแย้งของหน่วยงานรัฐกับรัฐ หรือเป็นระหว่างหน่วยงานรัฐกับเจ้าของสถานบันเทิง โดยมี “รอง ห.” เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่จะเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งกับตำรวจ ดส.หรือไม่ ยังบอกไม่ได้ แต่ก็เห็นว่า ตำรวจ ดส.ทำหน้าที่คล้ายพ่อบ้านให้กับกองบัญชาการตำรวจนครบาล

Advertisement

ส่วนสถานบันเทิง “ไดมอนด์” พบว่ารูปแบบการประกอบกิจการเป็นรูปแบบเดียวกับ “จินหลิงผับ” ซึ่งมีเครือข่ายคนจีนเทากว่า 10 คน มาร่วมลงทุนให้ “อาจ๋าย” ในวงเงินรวมประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งมีทุนน้อยกว่า “ตู้ห่าว”

นายชูวิทย์กล่าวว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยังเปิดโอกาสให้กลุ่มจีนเทาเข้ามาในไทยมากขึ้น ทำให้คนจีนมาทำธุรกิจสีเทาในกรุงเทพมหานครและพัทยา จังหวัดชลบุรีมากขึ้น และประเทศไทยกำลังจะเป็นศูนย์กลางของคนจีนหมายจับแดง เพราะเข้ามาในไทยได้ง่ายด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และวีซ่าพิเศษ ที่มีคนจีนใช้เข้าออกประเทศปีละ 5 แสนคน ส่วนในประเทศไทย ขณะนี้มีคนจีนมาอยู่แล้วกว่า 3 ล้านคน โดยที่ไม่มีระบบตรวจสอบหมายจับของจีน ทำให้คนจีนเลือกมาอยู่ประเทศไทยจำนวนมาก

นายชูวิทย์กล่าวว่าอีกว่า ส่วนภายในสัปดาห์นี้กำลังจะมีการเปิดสถานบันเทิงของทุนจีนสีเทาในพื้นที่ สน.สุทธิสาร ขึ้นอีก ซึ่งเป็นอดีตสถานบริการที่เคยปิดตัวไป ขณะนี้กำลังปรับปรุงและตกแต่งให้คล้ายกับสถานบันเทิงที่ถูกจับได้ ซึ่งตามกำหนดแล้วจะเปิดวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา และยังอยู่ระหว่างจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน มีตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจท้องที่ กองบังคับการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมทั้งหน่วยงานกลาง ทั้งกองปราบปราม ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจ ดส. และ 191

สำหรับการปราบปรามกลุ่มจีนเทาของเจ้าหน้าที่เห็นว่ายังไม่จริงจัง ไม่ได้ถอดบทเรียนจากการจับ “จินหลิงผับ” เพราะหลังจากนั้นก็มีสถานบันเทิงที่ให้บริการเหมือนกันเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ และหลังจากนี้ก็เชื่อว่าจะมีเกิดขึ้นอีก โดยเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้พรรคก้าวไกล ซึ่งระหว่างการแถลงข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อกับนายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล เพื่อเตรียมส่งข้อมูลให้ปราบปรามหากได้เป็นรัฐบาลในอนาคต