หน้าแรก เศรษฐกิจ ดร.ณัฐวุฒิ รุ...

ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ กูรูหุ้น เก็ง บลจ.บัวหลวง คัทลอส STARK 290 ล้านหุ้น สิ้นมิ.ย.นี้ หรือ ยืนขาตาย

7.06.23 | 17:51 น.

ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ กูรูหุ้น เก็ง บลจ.บัวหลวง คัทลอส STARK 290 ล้านหุ้น สิ้นมิ.ย.นี้ หรือ ยืนขาตาย ลุ้นเข้าแผนฟื้นฟู

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับบลจ.บัวหลวง ที่ถือหุ้น STARK ผ่านกองทุน โดยจาก 916 ล้านหุ้น มูลค่า 3,850 ล้านบาท ตอนนี้เหลือ 290 ล้านหุ้น มูลค่า 52 ล้านบาท พร้อมกับวัดใจบลจ.บัวหลวงว่าภายในสิ้นเดือนนี้ จะเลือกตัดอวัยวะรักษาชีวิต หรือจะปล่อยให้กลายเป็นศูนย์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

แข่งเวลาหนีตายภายในสิ้นเดือนนี้ จาก 916 ล้านหุ้น มูลค่า 3,850 ล้านบาท ตอนนี้เหลือคามือ 290 ล้านหุ้น มูลค่า 52 ล้านบาท กองบัวหลวงต้องแข่งเวลาหนีตายภายในสิ้นเดือนนี้ ระหว่างตัดอวัยวะรักษาชีวิต หรือจบเศร้ากลายเป็นศูนย์

30 สิงหาคม 2565 บลจ.บัวหลวงถือครองหุ้น STARK ผ่านกองทุนต่างๆ ในเครือ 560 ล้านหุ้น (ดูจากรายงาน ที่ StockRadars https://www.facebook.com/tontancorp/posts/625652929600435 )

28 กันยายน 2565 บลจ.บัวหลวง แจ้งรายงานต่อสำนักงานก.ล.ต.ว่า ได้ถือหุ้น STARK ทั้งสิ้น 596 ล้านหุ้น ราคาที่ซื้อมาสูงสุด 4.46บาท/หุ้น ( ดู https://market.sec.or.th/public/idisc/th/r246) ซึ่งก็หมายความว่า บลจ.บัวหลวงคงซื้อเพิ่มมาจากครั้งก่อนราว 36 ล้านหุ้น จนถือครอง STARK เกิน5% จึงต้องแจ้งต่อ ก.ล.ต.ตามกฎหมายกำหนด

Advertisement

10 ตุลาคม 2565 บลจ.บัวหลวงแจ้งรายงานต่อ ก.ล.ต.ว่า ได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง STARK เพิ่มมาอีก 320 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 3.72 บาท ( ดู https://weblink.set.or.th/dat/news/202210/22121013.pdf)
เมื่อรวมกันแล้ว บลจ.ควรจะถือหุ้น STARK รวมกัน ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2565 จำนวนรวมกัน 916 ล้านหุ้น มูลค่ารวมราวๆ 3,850 ล้านบาท

31 พฤษภาคม 2566 บลจ.บัวหลวงแจ้งในแถลงการณ์ว่า เหลือหุ้น ST ARK ในมือเพียง 290 ล้านหุ้น คิดเป็นสวัดส่วนเพียง 0.4-0.6% ผลกระทบต่อกองทุนมิได้มากจนน่ากลัวตามข่าวออกมา (ดู https://www.facebook.com/photo?fbid=629448409212590&set=a.620328540124577)

6 มิถุนายน 2566 (หรือหลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ให้หุ้น STARK กลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ไปสิ้นสุด 30 มิถุนายน) รายการข่าวหุ้นทีวีออนไลน์ เผยว่าแหล่งข่าวในบลจ.บัวหลวงให้ข้อมูลว่าเหลือมูลค่าลงทุนใน STARK ถือผ่าน 4 กอง คิดเป็น 0.4-0.6% ไม่ได้มากจนน่ากลัวแต่อย่างใด แต่ที่ บลจ. บัวหลวงไม่ได้อธิบาย มีดังต่อไปนี้

1.จากที่เคยถือหุ้น STARK อยู่มาก 916 ล้านหุ้น เกือบพันล้านหุ้น เป็นมูลค่าเกือบ 4,000 ล้านบาท มาล่าสุดเหลือเพียง 290 ล้านหุ้น ได้ขายไปเมื่อใด ราคาไหน ผลขาดทุนหรือกำไรเท่าไร

2.จากที่เหลือในมือเวลานี้ รวม 290 ล้านหุ้น คิดมูลค่า ณ ราคาตลาด ที่ราคาปิดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ที่ 52 ล้านบาทจะทำประการใด เพราะต้องแข่งกับเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ซื้อขายได้ถึงสิ้นเดือนนี้ ที่เหลืออีกไม่กี่วันแล้ว

ระหว่าง ก.ยอมขายออกไป ก็ยังพอเหลือเงินติดมือไปฝากผู้ถือหน่วยราว 50 ล้านบาท (สมมุติมีต้นทุนมา 3.72 บาท 1,079 ล้านบาท ก็เกิดขาดทุนจริง 1,026.6 ล้านบาท)

หรือ ข.ยืนขาตาย ไม่ทำอะไรเลย ลุ้นการเข้าแผนฟื้นฟู ลดทุน เพิ่มทุน หากกลับมามีชีวิตใหม่ก็อาจโดนลดทุนไปไม่เหลือเท่าไหร่ แต่หากแแผนฟื้นฟูล้มเหลว สุดท้ายกลายเป็นศูนย์
เหลือเพียงเศษกระดาษให้ผู้ถือหน่วยลงทุนดูเป็นที่ระลึก

ขอให้กำลังใจ บลจ บัวหลวงมาในโอกาสนี้ครับ หวังว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปด้วยความราบรื่นทุกประการ

อ่าน
: ‘ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์’ ซัด ‘วรวรรณ’ ตรรกะเป็นเท็จ ปมโพสต์ ‘ยกเลิกทุกนโยบายว่าที่รบ. เขียวทั้งกระดานทันที’
:  ‘วรวรรณ’ ผู้บริหารกองทุนรวมบัวหลวง โพสต์ ‘ยกเลิกทุกนโยบายว่าที่ รบ. เขียวทั้งกระดานทันที’
บลจ.บัวหลวง แจง ลงทุนหุ้น STARK แค่ 0.4-0.6% กระทบไม่มากตามข่าว ยันระมัดระวังมาตลอด: 2 บลจ. ‘กรุงไทย-วรรณ’ แจงขายหุ้น STARK เกลี้ยงพอร์ตตั้งแต่ต้นปี’66