เช้าแรกในบ้านเกิด ‘พลายศักดิ์สุรินทร์’ อารมณ์ดี ส่งเสียงร้องดังกังวาน (มีคลิป)

เช้าที่สดใส เช้าแรกในประเทศไทย ‘ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์’ ส่งเสียงร้อง แสดงอาการดีใจ และอารมณ์ดี ด้านคชบาลฯ เริ่มกันพื้นที่ระวังโรค 100% 

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ หรือ มธุราชา อายุ 30 ปี ช้างไทยที่มีงายาว เพศผู้ ทูตสันถวไมตรี ที่ถูกขนย้ายโดยเครื่องบินมาจากประเทศศรีลังกา กลับมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา และนำมาอยู่ยังสถานที่แรกรับ ซึ่งเป็นเขตเฝ้าระวังโรค ภายในพื้นที่ศูนย์วิจัย และเฝ้าระวังโรคของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

ชีวิตของช้างเช้าวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเช้าวันแรกของช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ในประเทศไทย หลังเดินทางกลับมายังมาตุภูมิ ประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นเช้าที่สดใสของช้าง ที่ไปจากบ้านเกิดประเทศไทยนานกว่า 20 ปี หลังในอดีตเมื่อปี 2544 รัฐบาลไทยมอบให้ไปอยู่ที่ประเทศศรีลังกาตั้งแต่เด็ก ในฐานะทูตสันถวไมนตรี ในการไปอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว พระบรมสารีริกธาตุ ในงานแห่พระธาตุประจำปี ที่ประเทศศรีลังกา กระทั่งเกิดเจ็บป่วย จากการถูกใช้งานหนัก จึงนำพากลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย

Advertisement

เช้าวันนี้ ที่คอกเลี้ยงช้าง พลายศักดิ์สุรินทร์ส่งเสียงร้องเป็นระยะ ซึ่งทางควาญช้างไทยที่ไปดูแลและไปฝึกช้างเชือกนี้ก่อนขึ้นเครื่องบิน ตั้งแต่ประเทศศรีลังกา บอกว่า วันนี้ช้างอารมณ์ดีอย่างมาก ดีกว่าทุกวันที่ผ่านมา จึงส่งเสียงร้องออกมาเป็นระยะ ซึ่งช้างรู้ตัวเองว่า ได้ถูกปลดปล่อย และพามาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ช้างรู้สึกได้กลับบ้านแล้ว

นอกจากนี้ ช้างยังแสดงอาการขยับหัว หรือส่ายหัว และงวงไปมาด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอาการของช้างที่มีความสุข ซึ่งควาญช้างยังบอกอีกว่า อาการเช้าวันนี้ของช้างที่ จ.ลำปาง ประเทศไทย ถือว่าเป็นอาการที่ดีกว่าที่อยู่ในประเทศศรีลังกาอย่างมาก

ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ กินอาหาร และน้ำได้ดี ซึ่งทางควาญช้างได้ให้กล้วย หยวกกล้วย อ้อย และหญ้าเลี้ยงสัตว์ เนเปียร์ ซึ่งเป็นหญ้าที่ใช้เลี้ยงช้าง ซึ่งเป็นหญ้าที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เพื่อฟื้นฟูร่างกายและสุขภาพช้างให้แข็งแรงดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในการเฝ้าระวังโรค และรักษา ทางทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบตามลำดับขั้นตอนต่อไป ทั้งอาการขาหน้าซ้ายที่เจ็บ งอขาไม่ได้ และฝีใหญ่ที่ขาหลังขวา ตลอดจนการตรวจสอบ และเฝ้าระวังโรค ก็จะมีการเจาะเลือด เพื่อนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการในการตรวจสอบโรคต่างๆ และภาวะติดเชื้ออย่างละเอียดต่อไป

ด้านนายสุรัตน์ชัย อินทร์วิเศษ ผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ในวันนี้ช่วงเช้า จะเป็นวันสุดท้ายที่จะให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ โดยถือว่าสื่อมวลชนและประชาชนชาวไทยให้ความสนใจ การเดินทางมาของช้างเชือกนี้อย่างมาก


“นับจากนี้ จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน หรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในพื้นที่ที่ช้างอยู่ เพื่อเริ่มจำกัดพื้นที่ ให้เป็นเขตกักโรคและเฝ้าระวังในระดับ 100% ตามระเบียบการควบคุมโรคระบาดสัตว์ กรมปศุสัตว์ เพื่อป้องกันโรคติดต่อบางชนิด เนื่องจากเป็นช้างที่มาจากต่างประเทศ โดยหลังจากนี้ ทางทีมคณะสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจะเริ่มตามแผนการตรวจสอบร่างกายช้าง และตรวจสอบโรคอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณีที่ขาหน้าซ้ายที่มีอาการเจ็บ งอขาไม่ได้ที่ทางคณะสัตวแพทย์เป็นห่วง รองลงมาเรื่องฝีใหญ่ที่ต้นขาหลังขวา ที่จะต้องตรวจอย่างละเอียด ดังนั้น ช้างจะต้องอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังโรคเป็นระยะเวลา 30 วัน นับจากนี้ ซึ่งพื้นที่ ที่ให้ช้างอยู่ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ และป่าเขาโอบล้อม จะทำให้ช้างรู้สึกผ่อนคลาย”

ขณะนี้ ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ ไม่มีความตื่นตระหนกเลย ผิดจากสัตว์หรือช้างเชือกอื่นๆ ที่เมื่อเปลี่ยนที่ และเดินทางไกลนานๆ มักจะเครียด หรือหงุดหงิด แต่ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ นิ่งมาก ดูแลง่าย และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี

ในเรื่องการกินก็กินปกติ ขับถ่ายดี ภาพรวมไม่มีอะไรผิดปกติ และพร้อมในการที่จะให้คณะสัตวแพทย์ทำการตรวจรักษา ส่วนในเรื่องที่ว่าช้างอาจจะดูผอม จากนี้ก็ต้องบำรุงช้างด้วยอาหาร ซึ่งช้างก็รู้สึกหิวและมีการเรียกควาญด้วย เพื่อให้นำอาหารมาให้ หลักๆก็จะให้หญ้าเนเปียร์ อ้อย กล้วย หยวกกล้วยซึ่งชุ่มฉ่ำมีน้ำมากและให้มะขามเปียก เพื่อการขับถ่ายที่ดี

ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ ปัจจุบันมีน้ำหนักตัวมากถึง 3.8 ตัน ปกติกินอาหารวันละ 300 กิโลกรัม ซึ่งกรณีที่ประชาชน อยากจะนำอาหาร หรือหญ้าเนเปียร์ มามอบบริจาคให้ ก็สามารถกระทำได้ โดยนำมามอบให้ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ทางสถาบันคชบาลแห่งชาติฯ ก็ยินดีที่จะรับ และนำมาให้ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ได้ใช้กิน ในระหว่างที่อยู่ในพื้นที่นี้เป็นระยะเวลา 30 วัน ซึ่งภายในนอกจากคอกเลี้ยง ที่มีทราย มีพื้นที่เดินแล้ว ยังมีที่อาบน้ำของช้างด้วย

ผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติ ยังเปิดเผยอีกว่า กรณีประชาชน และสื่อมวลชน ที่ห่วงใยช้าง และต้องการเยี่ยม ขอให้ติดตามได้จากกล้องวงจรปิด CCTV ที่ตั้งไว้ถึง 5 ตัว ภายในที่คอกดูแล และจะมีการส่งภาพสัญญาณไปยังวอร์รูมที่ห้องประชุม 300 ที่นั่ง ภายในอาคารกัลยาณิวัฒนาการุณย์ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สื่อมวลชน และประชาชน สามารถไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้ นอกจากนี้ ยังมีการไลฟ์สด ผ่านเพจเฟซบุ๊กศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai Elephant Conservation Center Lampang วันละ 2 ครั้ง คือ เวลา 14.00 น. และเวลา 16.00 น.ของทุกวัน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image