มทภ.4 ร่วมหารือคณะประสานงานแก้ไขปัญหา จชต. ‘บิ๊กลภ’ ลั่นเดินหน้าพูดคุยสันติสุขถาวร

มทภ.4 ร่วมหารือคณะประสานงานแก้ไขปัญหา จชต. ‘บิ๊กลภ’ ลั่นเดินหน้าพูดคุยสันติสุขถาวร

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี จ.ปัตตานี พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.4) ในฐานะหัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่ พร้อมด้วย พล.ท.อุทิศ อนันตนานนท์ แม่ทัพน้อยที่ 4, พล.ต.วรเดช เดชรักษา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 (พล.ร.5)/ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะฯ ร่วมประชุมกับคณะประสานงานระดับพื้นที่ ครั้งที่ 5 ประจำปี 2566 โดยมี พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ เป็นประธานประชุมหารือฯ และชี้แจงความคืบหน้ากระบวนการพูดคุยฯเพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ข้อเสนอแนะ และความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ รับทราบความคิดเห็นของทุกฝ่าย ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมทั้งหมด 8 กลุ่ม ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา เข้าร่วมการประชุมฯ

พล.อ.วัลลภกล่าวว่า ในห้วงระหว่างการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล มีความห่วงใยเรื่องกระบวนการพูดเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มากนัก ยืนยันรัฐบาลได้กำหนดกรอบนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้ชัดเจนทุกระดับ ซึ่งจัดเป็นนโยบายระดับชาติ ที่ภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะรัฐบาลไหนก็ต้องพัฒนาการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในพื้นที่ ให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ส่วนการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม หรือ JCPP ก็ต้องมีการสานต่อ เพื่อบรรลุฉันทามติในการยุติความขัดแย้ง และนำไปสู่สันติสุขที่ถาวรในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าในอนาคตยังคงเป็นคณะพูดคุยสันติสุขจากกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ (Barisan Revolusi Nasional: BRN) หรือไม่หากมีการเปลี่ยนแปลงคณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายไทย ยืนยันในนามรัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมทั้งประชาชนและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนให้แก่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

Advertisement

ขณะที่ พล.ท.ศานติกล่าวว่า การขับเคลื่อนในคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไป ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลใหม่ คาดว่าไม่แตกต่างจากนโยบายเดิมที่เป็นยุทธศาสตร์เดิมที่ทำอยู่ นั่นคือการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเรามีจุดยืนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ไม่ว่ารัฐบาลไหน ช่วงการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลในขณะนี้ เราก็พร้อมที่จะให้คำแนะนำ ให้ข้อมูลกับทุกฝ่าย ประชาชนเองก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนเพื่อเกิดความสันติสุขในพื้นที่

Advertisement

ทั้งนี้ การเปิดเวทีการพูดคุยของคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ครั้งนี้ มีความคืบหน้าไปมากแล้ว นับเป็นกลไกที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยมีความพยายามสร้างบรรยากาศให้เอื้อต่อการพูดคุยเพื่อสันติสุข และมีการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในทุกกลุ่มเวทีการพูดคุยมาโดยตลอด ไม่มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด เพราะที่สำคัญการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี คือกลไกที่ทุกฝ่ายจะต้องมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการและต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image