ครอบครัวหัวร้อนตั้งวงเหล้าเสียงดังด่าตำรวจหยาบ ขอเลื่อนเข้ารับทราบ 6 ข้อกล่าวหา

15.08.23 | 16:38 น.

ครอบครัวหัวร้อนตั้งวงเหล้าเสียงดังด่าตำรวจหยาบ ขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาหลัง ตร.ออกหมายเรียกพร้อมแจ้ง 6 ข้อกล่าวหา

วันที่ 15 สิงหาคม ความคืบหน้ากรณีที่มีคลิปตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ บันทึกคลิปวิดีโอระหว่างเข้าระงับเหตุวงสุราเปิดเพลงเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ให้กับชาวบ้านในซอย จึงมีการโทรไปร้องเรียนที่ 191 แต่เมื่อสายตรวจไปถึง พบกับครอบครัวหัวร้อนกร่างใส่ ท้าตำรวจต่อยตัวต่อตัว อ้างบอกเป็นครอบครัวนายตำรวจ รู้จักคนใหญ่คนโต ถ้าไม่กลับไปเดี๋ยวเจอดี และยังบอกว่าสงสัยเป็นตำรวจใหม่ ไม่รู้จักคนในบ้านหลังนี้ ที่มีพี่น้องและคนครอบครัวเป็นนายตำรวจใหญ่ ส่วนตำรวจสายตรวจก็พยายามขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมถอยออกจากบ้านที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังถูกว่ากล่าวทำนองดูหมิ่นการทำหน้าที่ ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกโพสต์ลงในโซเชียล มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พลตํารวจตรี พัลลภ แอร่มหล้า ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวกรณีที่มีคลิปตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ บันทึกคลิปวิดีโอระหว่างเข้าระงับเหตุวงสุราเปิดเพลงเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านในซอย จึงมีการโทรไปร้องเรียนที่ 191 แต่เมื่อสายตรวจไปถึง พบกับครอบครัวหัวร้อนกร่างใส่ ท้าตำรวจต่อยตัวต่อตัว อ้างบอกเป็นครอบครัวนายตำรวจ รู้จักคนใหญ่คนโต ถ้าไม่กลับไปเดี๋ยวเจอดี และยังบอกว่าสงสัยเป็นตำรวจใหม่ ไม่รู้จักคนในบ้านหลังนี้ ที่มีพี่น้องและคนครอบครัวเป็นนายตำรวจใหญ่ ส่วนตำรวจสายตรวจก็พยายามขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมถอยออกจากบ้านที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังถูกว่ากล่าวทำนองดูหมิ่นการทำหน้าที่ ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกโพสต์ลงในโซเชียล มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ว่า จากที่ได้รับแจ้งจาก พันตํารวจเอก นพดล ช่างเรือน ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ กรณีมีคลิปการระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตํารวจในสื่อมวลชนต่างๆ เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม 2566 เวลาประมาณ 22.26 น. ศูนย์วิทยุ 191 สมุทรปราการ แจ้งมายังศูนย์วิทยุสถานีตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ ว่ามีประชาชนแจ้งเหตุเปิดเพลงส่งเสียงดัง บริเวณร้านอาหารใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสศรีนครินทร์ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเดินทางตรวจสอบเหตุดังกล่าว โดยมีสิบตํารวจตรี สุรวีร์ วีระชาติ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สถานีตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจทรัพย์บุญชัย เดินทางตรวจสอบบริเวณดังกล่าว

เมื่อเดินทางถึงบริเวณสถานที่รับแจ้งเหตุดังกล่าว พบว่าเป็นร้านอาหารมีการเปิดเพลงส่งเสียงดัง จริง จึงได้ประชาสัมพันธ์กับกลุ่มประชาชนที่เปิดเพลงส่งเสียงดังให้ลดเสียงลง และเลิกการกระทําที่ก่อ ความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ภายในชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจํานวนมาก

ต่อมากลุ่มประชาชนดังกล่าว ได้เข้ามาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ใช้คําพูดในลักษณะดูหมิ่น ใช้กําลังผลัก และตะโกนไล่เจ้าหน้าที่ตํารวจให้ออกไปจากสถานที่เกิดเหตุ ต่อมาหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตํารวจที่เข้าระงับเหตุ ได้เดินทางออกมาจากที่เกิดเหตุแล้ว ได้รวบรวมหลักฐานคลิปวิดีโอ ขณะปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบเหตุดังกล่าว แจ้งให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อดําเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ตามคลิปดังกล่าวรวม 6 คน โดยแจ้งดําเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ จํานวน 6 ข้อหา ดังนี้

Advertisement

1.ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติ ตามหน้าที่โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 139 และมาตรา 140 ตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทําต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

2.ร่วมกันต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 138 วรรค 2 และมาตรา 140

3.ร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทําการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทําการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 136 โทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

4.ร่วมกันทําร้ายร่างกายผู้อื่นไม่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 391 โทษจําคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

5.ร่วมกันเปิดเพลงเสียงดัง ทําให้เกิดเสียงหรือเกิดความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทําให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อนด้วยการเปิดเพลงเสียงดังในสถานที่เกิดเหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 370 โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

6.ร่วมกันกระทําประการใดๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการข่มเหง คุกคาม หรือกระทําให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรําคาญ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 397 โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท กรณีกระทําในที่สาธารณะ โทษจําคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

และได้ออกหมายเรียกกลุ่มผู้ต้องหาให้มาพบพนักงานสอบสวนไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2566 โดยกลุ่มผู้ต้องหาแจ้งจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 17 สิงหาคม 2566 เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา จากเหตุการณ์เกิดขึ้น ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ในการเข้าระงับเหตุครั้งที่เจ้าหน้าที่ตํารวจได้กระทําการตามหลักกฎหมายและหลักยุทธวิธี ในการเดินทางตรวจสอบเหตุ รวมทั้งประเมินสถานการณ์เหตุการณ์ และยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงมากขึ้น จากเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตํารวจ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น อย่างถึงที่สุดและปฏิบัติตามขั้นตอนและหลักยุทธวิธี ในการใช้กําลัง เพื่อไม่ให้เกิดที่รุนแรงมากขึ้น ในส่วนของประชาชน เจ้าหน้าที่ตํารวจมีความห่วงใย จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ผู้กระทําความผิดให้ตระหนักถึงกรอบของกฎหมาย หากมีการกระทําความผิดจะต้องรับโทษตามที่กฎหมายกําหนด

พันตํารวจเอก นพดล ช่างเรือน ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรเมืองสมุทรปราการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าอีกฝ่ายผู้ต้องหาเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ขอให้ใช้สิทธิตามกฎหมายได้ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าทำหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุดแล้ว ส่วนสิบตํารวจตรี สุรวีร์ ยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก หรือโกรธเคืองกับกลุ่มผู้เสียหายมาก่อนแต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. และ ผบ.ตร.ก็กล่าวชื่มชมในการทำงานมาด้วย ส่วนการทำงานของสิบตํารวจตรี สุรวีร์ ที่ผ่านมาก็เป็นคนที่ทำงานดีและขยันอดทนมาตลอด

คลิก พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มเหล้า ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการแถลง