นี่คือครั้งแรก ที่วิทยาศาสตร์ผสานเข้ากับศิลปะได้อย่างสมูธ
ลงตัวกับวิถีในศตวรรษที่ 21 ยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท ใช้สมองคิดแทนเรา แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยแก้ปัญหาชีวิตประจำวันให้ง่ายขึ้นไปอีกขั้น บ้างก็เป็นหนทางช่วยยืดอายุขัยให้กับโลกใบนี้
“โต๊ะจากถังแก๊ส แจกันจากวัสดุเส้นใย ถักทอเป็นงานหัตถกรรม Recycling ผมเห็นถึงโอกาสการเอาเทคโนโลยีมาช่วยต่อยอด สร้างสรรค์งาน”
รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ชี้ชวนให้มองไปยังโต๊ะเบื้องหน้า ผลงานที่จัดแสดงใน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2566” เมื่อไม่นานมานี้ อันเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลบางกอกวิทยา

งานที่คนทั่วไปแม้ไม่ได้อินวิทยาศาสตร์ ต่างก็แวะเวียนเข้ามาเดินค้นหา ด้วยความน่าสนใจของเนื้อหา จัดใจกลางหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 4 วันเต็มๆ อัดแน่นไปด้วยสาระและความสนุก โดยมีแม่งานคือ อพวช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตอกย้ำบทบาทของวิทยาศาสตร์ อัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่มีส่วนช่วยพัฒนาพลเมืองและขับเคลื่อนประเทศ
สำหรับปีนี้มาในแนวคิด “SPECTRUM OF SCIENCE-For Bright and Creative Generations” เลือกจัดในย่านใจกลางเมืองเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ทั้งวัยรุ่นและคนในชุมชนเมือง พร้อมโกยนวัตกรรมและการประดิษฐ์ที่สุดทันสมัย บ้างก็เป็นผลงานจากฝีมือนักศึกษามหาวิทยาลัยมาจัดแสดง ไปจนถึงเสวนาและการแสดงของคนรุ่นใหม่
ขยายขอบเขต ‘วิทยาศาสตร์’ จุดประกายไอเดีย เพื่อคนทุกกลุ่ม
เพราะวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว จึงมุ่งจัดงานเพื่อตอบรับคนทุกช่วงวัย
“ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีมิติวิทยาศาสตร์เข้ามาผสมผสานกับมิติด้านศิลปะมากขึ้น เราจะเห็นว่ามันเกิดการขยายขอบเขต”
ผู้อำนวยการ อพวช.ขอบคุณเพื่อนๆ จากมหาวิทยาลัยที่มาร่วมมือกัน ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะขยายกลุ่มเป้าหมายในวงการสายวิทย์ ให้ไม่อยู่แค่ในรั้วสถาบัน โดยที่มาของคอนเซ็ปต์ในปีนี้สื่อถึงยุคที่คนมีความสดใสร่าเริง มีไอเดีย
เพราะประเทศถ้าจะพัฒนาไปได้ในอนาคต คนทุกช่วงวัยจะต้องมีความ Bright และ Creative ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้มีอยู่ในคนไทย

โดย ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
“คนไทยรักสนุก เฮฮา มีความคิดสร้างสรรค์มาแต่ไหนแต่ไร เราอยากที่จะดึงความไบรท์ ความครีเอทีฟของคนทุก generation มาเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ จริงๆ คำนี้ BCG ก็ตรงกับนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือ Bio-Circular-Green Economy อยากจะเชื่อมโยงว่าใน BCG สามารถที่จะนำไปสร้างเป็นอาชีพได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ด้วย
“ไม่คิดเลยว่าวิทยาศาสตร์และศิลปะจะผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืนขนาดนี้ จากสิ่งที่เราจัดแสดง เชื่อว่ามีโอกาสในการสร้างอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมา เผลอๆ อาจจะมีศิลปินเข้ามาเดินดูด้วยว่าวิทยาศาสตร์เขาทำอะไรกัน ผมคิดว่าตรงนี้เป็นจุดที่เหมาะ” ผอ. อพวช.เล่าเป้าหมาย
โดยไฮไลต์ในงานแบ่งออกเป็น 5 โซนเน้นหนักไปที่เรื่องของ AI ได้แก่ โซน 1.Spectrum of Reaction: Artificial intelligence (AI) ศาสตร์–ศิลป์–สร้าง–สรรค์ เรียนรู้ AI Generated ปัญญาประดิษฐ์ รู้จัก ChatGPT สนทนาเปลี่ยนโลก, Midjourney AI วาดรูป สร้างสรรค์ได้ตามใจเรา,
โซน 2.Spectrum of Creation: Science & ART Innovation Showcase อัดแน่นด้วยนวัตกรรม หุ่นยนต์สอนภาษา–ช่วยผู้ป่วย, PSYJAI Chatbot จิตแพทย์เสมือน ฝีมือคนไทย ที่พร้อมช่วยเรื่องสุขภาพจิต ผลงานวิจัยสังเคราะห์ผ้าจากดิน ที่ทลายเส้นแบ่งระหว่างศิลปะและวิทย์
โซน 3.Spectrum of Vision: Science Photography Exhibition นิทรรศการภาพถ่าย ในโครงการประกวดภาพถ่ายนานาชาติครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 ในหัวข้อ พิทักษ์โลกเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตที่ยั่งยืน (Save the World to Sustainably Feed the Future), โครงการ SCIENCE IS OUT THERE “วิทย์ติดเลนส์” และ “วิจิตร วิจัย” ที่อาร์ตแบบคิดไม่ถึงว่ามาจากสายตานักวิทยาศาสตร์ โดยคนที่ชนะเลิศคือ ติวเตอร์ฟิสิกส์
โซน 4.Spectrum of Mind: Science Talk เวทีเสวนาที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และ โซน 5.Spectrum of Show: Outdoor Activities ขนกิจกรรมแสนสนุก จัดเต็มบริเวณลานหน้าหอศิลป์ ไม่ว่าจะพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ “วิวิธชาติพันธุ์” เวิร์กช็อปเรียนรู้ศิลปะอนุรักษ์ สาธิตการเชิดหุ่นสายเสมา, เพนต์เซรามิกใช้เอง Herbarium ไปจนถึงศิลปะการรักษาดอกไม้อบแห้งในน้ำมัน

ช่วยชีวิตอาร์ติสต์ AI ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ในสายตาของผู้อำนวยการ อพวช. “ปัญญาประดิษฐ์” ไม่ได้น่าหวาดหวั่น แต่กลับเป็นเสมือนเพื่อนคู่คิด และคำว่าวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คาด
“ความกลัวเอไอเข้ามาแทนที่ แต่จริงๆ ไม่น่ากลัว ช่วยเราได้หลายรูปแบบ ทั้งวิชาการ พัฒนานวัตกรรม แม้แต่ด้านศิลปะ และกระตุ้นให้ระมัดระวังการใช้เทคโนโลยีด้วย สิ่งที่เรานำมาจัดแสดงในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นของแปลก เป็นแปลกที่ทำให้ใจเราฟู ไม่เคยคิดเลยว่ามีแบบนี้ด้วยเหรอ ก็มีแรงบันดาลใจเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น AI ที่ใช้ในด้านการแพทย์ AI ที่ใช้ในเรื่องการเรียนการสอน การดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ AI ช่วยเหลือในเรื่องการทำศิลปะแขนงต่างๆ” รวินเผย พร้อมพาเดินชมไฮไลต์ AI ที่พลาดไม่ได้
เริ่มจาก “Midjourney: Art สร้างสรรค์แห่งโลกอนาคต” โดย เมธากวี สีตบุตร Senior Designer จาก CMO Group นำเสนอซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ช่วยชีวิตสายอาร์ต ที่กำลังเป็นกระแสถูกพูดถึงในโซเชียล เพียงแค่มนุษย์กดสั่งการก็ออกมาเป็นผลงานศิลปะสุดสร้างสรรค์ เรียกได้ว่าล่าสุด AI ช่วยศิลปินในการ Generate ให้เกิดภาพเสมือน ย่นเวลาสเกตช์งานได้แล้ว
“ในอนาคตเราอาจจะไม่ต้องนั่งเสียเวลาสเกตช์เรนเดอร์ไปขายลูกค้าในครั้งแรก เพราะถ้าเราทำเองก็มี 3-5 วัน คงไม่ไหว อันนี้ลูกค้ายังไม่ได้เลือก แต่สเกตช์เราโหดมากจนน่าตกใจ (หัวเราะ) ลูกค้าส่วนใหญ่เขาชอบหมดนะ ติดอย่างเดียว เวลาสร้างจริงเงินไม่ถึง” เมธากวีเล่าด้วยอารมณ์ขัน

ชุบชีวิตขยะ–เล่นแร่แปร‘สี’ ขยายขีดจำกัดงานดีไซน์
อีกหนึ่งบูธที่น่าสนใจ Upcycling for a better world โดย ดร.สิงห์ อินทรชูโต จากคณะสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นการนำ ขยะ หรือวัสดุเหลือใช้มาชุบชีวิตใหม่ด้วยการ UPCYCLE ออกมาเป็นเส้นใยสาน ถักทอเป็นหัตถกรรม ไม่ว่าจะแจกัน หรือโต๊ะ ส่วนกระเป๋าทำมาจากน้ำยาฟอกไต ล้วนเป็นวัสดุทางเลือกที่น่าสนใจยิ่ง
ส่วน วิชาญ ครองสมบูรณ์ อายุ 62 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท บี.คัลเลอร์ แอนด์ เคมีเคิล จำกัด ภูมิใจนำเสนอสีวิทยาศาสตร์ที่มีคุณสมบัติพิเศษ “เปลี่ยนสีได้” เหมาะนำมาใช้เพนต์และปรับใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมี 2 ชนิดคือ “Thermochromic” เปลี่ยนตามอุณหภูมิ ส่วน “Photochromic” เปลี่ยนเมื่อเจอรังสี UV ถ้าเย็นสีจะเข้มขึ้น ร้อนสีจะจาง ซึ่งมีนักศึกษามาร่วมวาดภาพระบายสีอย่างสนุกสนาน
ถามว่าเป็นเพราะอะไร? วิชาญอธิบายว่า เกิดจากโมเลกุลของสีที่เวลาโดนความร้อนตัวอิเล็กตรอน (ขั้วบวก–ลบ) จะทำให้แยกจากกัน แล้วสีจะหายไป แต่พออุณหภูมิเย็น อิเล็กตรอนจะกลับเข้ามารวมตัวกัน ทำให้เห็นสี เป็นเรื่องของสสาร
ในฐานะตัวแทนจำหน่ายเล่าว่า อังกฤษคือต้นกำเนิดเทคโนโลยีการเปลี่ยนสี สามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ในอนาคต
“เราแยกเป็น 2 ส่วน ถ้าเป็นงานศิลปะก็จะทำเกี่ยวกับเสื้อผ้า งาน packaging ถ้าเป็นอุตสาหกรรมก็จะใช้ในเรื่องของการขนส่ง เช่น วัดอุณหภูมิผัก ผลไม้ อาหาร และสามารถวัดเวลาได้ด้วยโดยที่ไม่มีชิ้นส่วนของอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
“หรืออย่างกรณีวัคซีน ถ้าเกิดอุณหภูมิสูงกว่า 80 องศา วัคซีนก็จะเสื่อมคุณภาพ เราก็จะทำเป็นตัวแผ่นวัดอุณหภูมิ สำหรับวัคซีนโดยตรง หาก activate ไปแล้วเจอความร้อน เสื่อมคุณภาพ ไม่สามารถนำมาใช้งานได้ สีมันก็จะเปลี่ยนไป ใช้งานได้หลากหลาย” วิชาญขยายขอบเขตความเป็นไปได้


‘AI อวตาร’ เอาใจสายคอนเทนต์
หันมาส่อง AI เสิร์ฟเอาใจสายคอนเทนต์ อย่าง AI ที่มีชื่อว่า D-ID พร้อมแล้วที่จะสร้างหน้าตาตัวอวตารให้ได้ใช้แทนตัวเรา
ไม่ว่าจะอ่านข่าว สปอยล์หนัง หรือทำคลิปส่งทักทาย ก็ง่ายดายยิ่งนัก โดยจะออกมาในลักษณะเป็นคลิปวิดีโอที่มีตัวอวตารพูดตามบท หรือสคริปต์ที่เราใส่ไว้
พัทธ์ธีรา เอี่ยมวิลัย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาดิจิทัลอาร์ตส์ คณะดิจิทัลมีเดีย ม.ศรีปทุม แนะนำวิธีใช้หลังจากเข้าเว็บไซต์ ล็อกอิน กดครีเอทวิดีโอ จากนั้นเลือกตัวอวตาร หารูปจากกูเกิล หรือเจน AI ขึ้นมาเองก็ได้ แต่จะต้องใส่คีย์เวิร์ดเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น เพิ่มบทสคริปต์ขวามือ เราอยากให้พูดอะไรก็ใส่ลงไปได้เลย
“ตัวอวตารก็จะพูดตามบทของเรา ปากก็จะขยับตามคำพูด ซึ่งอารมณ์และน้ำเสียงก็ยังสามารถกำหนดได้ด้วย แต่ภาษาไทยยังไม่สามารถเลือกอารมณ์ได้ มีประมาณ 271 น้ำเสียงให้เลือก และ 117 ภาษา เอาให้ถูกจริต” พัทธ์ธีราอธิบาย
โดยยังชื่นชมการจัดงานนี้ ที่รวมเอาเทคโนโลยีสุดทันสมัยจากทั่วโลกมารวมไว้ให้อัพเดต
งานด่วน งานไว พึ่ง ‘TOME AI’
เหมาะกับนักศึกษา และคนวัยทำงานอย่างมาก
ณัฐพงษ์ เซียงหนู น.ศ.ชั้นปีที่ปี 3 พิชญาภัค ชัยชมชื่น น.ศ.ชั้นปีที่ 4 คณะดิจิทัลมีเดีย ม.ศรีปทุม นำเสนอ TOME APP เป็น AI ที่เกี่ยวกับการจัดทำสไลด์ Presentation โดยดึงดาต้าเบสมาจาก AI สองตัว คือ ChatGPT กับ AI Dall-E ทั้งยังสามารถใช้งานได้ทั้งผ่านแอพพลิเคชั่น หรือผ่านคอมพิวเตอร์
ณัฐพงษ์คอนเฟิร์มว่าเว็บ TOME APP ช่วยได้เยอะในการทำพรีเซ็นต์ส่งอาจารย์แบบเร่งด่วน ไม่ว่าเราจะพิมพ์หัวข้ออะไร ก็จะช่วยให้ขยายความให้เราได้ ก่อนสาธิตโดยเสิร์ชคีย์เวิร์ด “อาหารไทยขึ้นชื่อ” เพียงพริบตาก็ได้สไลด์พร้อมฉาย
พิชญาภัค เล่าข้อดีว่า ยังสามารถเลือกจำนวนหน้าได้ด้วย โดย 6 หน้าขึ้นไปจะมีหน้าสรุปมาให้ ถ้ายังยังไม่พอใจก็สามารถกดรีเฟรชใหม่ ระบบก็จะเจนเนื้อหาใหม่ให้เรา
ถ้าเราโอเคกับหัวข้อเรียบร้อยแล้วก็กด Continue ระบบก็จะดึงเนื้อหาจากกูเกิล, ChatGPT และจาก Dall-E ภายในไม่ถึงนาที ก็จะได้เนื้อหาแน่นๆ แบบนี้ พร้อมรูปภาพด้วย ไม่ติดลิขสิทธิ์แน่นอน

‘ใส่ใจ’ คอยถามไถ่ แชตบอตสุขภาพจิต แพทย์ด่านหน้า
ในมุมสุขภาพ AI ก็ช่วยได้?
กีรติ ปัทมเรขา นักวิจัย ในวัย 26 ปี อดีตบัณฑิตจาก ม.มหิดล ขายไอเดียใหม่จากเยาวชน คือ PSYJAI Chatbot ที่เก็บข้อมูลโดยนักจิตวิทยามาสร้างบทสนทนา ถ้ารู้สึกเหงา เครียด ก็เพียงแค่แอดไลน์ทักไป
“เราจะเอาข้อมูลนั้นมาเลือกบทสนทนาว่าเขาเจอปัญหาอะไรมา ถ้าอกหัก โทนบทสนทนาก็จะเป็นเรื่องความรัก ทางด้านจิตวิทยาจะมีเทคนิคบางอย่างที่คุยเสร็จแล้วได้อะไรกลับได้ ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น เลือกให้ตรงตามปัญหาที่พบเจอ” ใช้ฐานข้อมูลมาจาก ‘Jubjai Bot’
“ตอนแรกบทสนทนาก็ไม่สมูธบ้าง แปลกบ้าง แต่ก็ยังได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง คือถามไปเรื่อยๆ เป็นสเต็ปๆ เหมือนคนคุยกับคน” กีรติเผย
ด้านตัวแทน อวพช.ขอให้ช่วยทำต่อเรื่อง ‘แนะแนว’ สร้างบทสนทนาให้เด็กได้เรียนรู้บุคลิก ตัวตน เพื่อรู้ใจตัวเองว่าต้องการอะไร
ถามถึงแรงบันดาลใจในการคิดค้นโปรเจ็กต์นี้? กีรติเล่าว่า ความจริงแล้วเริ่มจากแชตบอตที่ชื่อว่า ‘จับใจ’ ใช้ประเมินสุขภาพจิต ปรากฏว่าได้รับความสนใจมาก คนอยากรู้ว่าตัวเองมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เลยเอามาต่อยอดให้มากกว่าแค่ประเมิน คือสามารถดูแลรักษาเบื้องต้นได้
“แต่ก็ได้หมายความว่ามันจะมาแทนที่นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ แค่ใช้รักษาเบื้องต้น ให้เรารู้ตัวว่าระดับอารมณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ดูแลเบื้องต้นระหว่างรอไปพบแพทย์ ปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาระดับต้นๆ แต่ยังมีอุปสรรค นักจิตฯน้อย ภาครัฐ 1-2 เดือนกว่าจะถึงจะได้นัด เราจึงอยากให้แชตบอตตรงนี้ดูแลรักษาเบื้องต้นไปก่อน”
เพราะคนที่ซึมเศร้า อาจจะแค่อยากหาคนพูดคุยระบายความในใจ
“PSYJAI สามารถชวนคุยเล่นเรื่อยเปื่อยได้เหมือน ‘ซิมซิมิ’ ถ้าสนใจง่ายมาก ไม่ต้องโหลดแอพพ์ แค่แอดไลน์ @psyjaibot กดเมนูเริ่มต้นสนทนา แล้วคุยเล่นได้เลย” นักวิจัยรุ่นใหม่ชวนลอง

เรียนไปเล่นไป หุ่นยนต์อาจารย์–ญาติเฝ้าไข้
ตอบโจทย์การเรียนรู้ หลุดพ้นกรอบโรงเรียน เมื่อปัจจุบันมี ห้องเรียนออนไลน์บน Metaverse โดย ซายเอนเทีย เป็นสื่อการเรียนรู้ให้เด็กได้ผจญภัยเรียนรู้
อาทิตยา ทองแท้ กราฟิกไซเนอร์ อายุ 25 ปี พาอัพเดตหลักสูตรวิทยาศาสตร์ เรียนรู้อย่างชาญฉลาดผ่านเกม เรียนไปเล่นไป ทั้งเรื่องชั้นบรรยากาศ ระบบสุริยะ บทเรียนสิ่งมีชีวิต ท้องฟ้า พืช เป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ความรู้รอบตัว เหมาะมากสำหรับผู้ปกครองสายโฮมสคูล เพื่อปรับพื้นฐานให้กับเด็ก โดยเนื้อหาล้อไปกับหลักสูตรโรงเรียนด้วย
นอกจากนี้ ยังมี Ajarn Robot1 หุ่นยนต์ช่วยสอนภาษาอังกฤษ จาก ม.ราชภัฏพระนคร นวัตกรรมเพื่อการศึกษา ที่คว้า ‘เหรียญทอง’ การประกวดสิ่งประดิษฐ์ในงาน ‘SPECIAL EDITION 2022-INVENTION GENEVA EVALUATION DAYS’ จากสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมเป็นสื่อในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ช่วยฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน
บ้านไหน ลูกหลานไม่ค่อยมีเวลามาดูแล ขอแนะนำ หุ่นยนต์ดินสอ มินิ (Dinsaw Mini) ที่จะเหมาะนำมาใช้ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ป่วยติดเตียงแบบใกล้ชิด ดูแลผู้สูงวัยเหมือนมีลูกหลานอยู่ใกล้ตัว
คือความก้าวหน้าของสายวิทย์ที่ขยายขอบเขตไปสู่วงการศิลป์ มีส่วนช่วยผู้คนในการดำเนินชีวิต และแน่นอนว่ามีโอกาสที่จะพัฒนามุ่งเป้าไปสู่การลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคมในอนาคต
อธิษฐาน จันทร์กลม

