เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลภูมิพลฯ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมภรรยา พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. หรือ ผกก.เบิ้ม และเพื่อนตำรวจร่วมรุ่น นรต.55 มารับศพของ พ.ต.อ.วชิรา นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดตรีทศเทพ
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ภายหลังจาก พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. หรือสารวัตรแบงค์ ถูกยิงเสียชีวิต มีการพูดคุยกับ ผกก.เบิ้ม จึงทราบว่ามีอาการเครียดและพูดตัดพ้ออยู่ตลอดเวลาว่าเป็นคนที่พาสารวัตรแบงค์ไปเจอเหตุการณ์ ดูแลน้องเป็นที่รักไม่ได้ รู้สึกเสียใจตลอดเวลา และอยากจะลาบวชเพื่อขออโหสิกรรมให้กับสารวัตรแบงค์ โดยก่อนหน้าที่ ผกก.เบิ้ม จะปลิดชีพตัวเองก็มีพฤติกรรมโทรหาคนสนิทอยู่ตลอดเวลา จึงสั่งให้รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (รอง ผบก.ทล.) และเพื่อน นรต.ให้เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนั้นถูกโซเชียลและคนรอบข้างคอยกดดันซักถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเกิดความเครียด รวมถึง ผกก.เบิ้ม มีประวัติการรักษาที่แพทย์ระบุว่าเป็นโรคเครียดมาก่อนหน้านี้ ก่อนมาทราบภายหลังว่า ผกก.เบิ้ม มาก่อเหตุดังกล่างขึ้นเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา
รอง ผบ.ตร.กล่าวยืนยันว่า ผลการชันสูตรพลิกศพและผลการพิสูจน์หลักฐานชี้ว่าเป็นการยิงตัวเองเสียชีวิต ขณะที่ทางครอบครัวรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภรรยาและลูกชายวัย 8 ขวบ ที่ต้องสูญเสียเสาหลักครอบครัวและไม่ติดใจสงสัยพฤติการณ์การก่อเหตุ
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า อยากฝากไปถึงสื่อมวลชนและสังคมออนไลน์อย่าพยายามพิพากษาใครโดยที่ไม่มีพยานหลักฐาน ซึ่งไทม์ไลน์ของ ผกก.เบิ้ม มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ชัดเจนตั้งแต่ที่โรงแรมย่านเมืองทองธานีจนนั่งรถแท็กซี่กลับมาบ้านพัก และมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ซึ่งสอดคล้องตรงกับหลักฐานที่มีทั้งหมด ส่วนประเด็นข้อสงสัยว่าเป็นการฆ่าตัดตอน เป็นเพียงการตั้งข้อสงสัยจากคนที่ไม่มีความรู้ด้านสืบสวน โดยที่ไม่รอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่องานของทีมสืบสวนสอบสวนเสียหาย จึงอยากให้สังคมจับตาไปที่คดีนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก มากกว่าการมาจับผิดการที่ตำรวจมือดีเสียชีวิต ในส่วนของคดีหากพบตำรวจผิดก็ว่าไปตามผิด ขณะนี้เป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ดูเรื่องการสืบสวนสอบสวนหาผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการกู้เซิร์ฟเวอร์ในที่เกิดเหตุ
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ยืนยันประเด็นเรื่องข้อความลาตายว่าไม่มีข้อความดังกล่าวจริงตามที่สื่อมวลชนนำเสนอไปก่อนหน้านี้ เพราะช่วงหลังเกิดเหตุสั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รรท.ผบก.ทล. เป็นผู้ควบคุมการใช้โทรศัพท์ ผกก.เบิ้ม ไม่ให้เสพสื่อจนเกิดความเครียด ส่วนกรณีที่พบว่าโทรศัพท์ ผกก.เบิ้ม มีสัญญาณไปพบในบริเวณจุดอื่นๆ นั้นเนื่องจากโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวอยู่กับผู้ดูแล ไม่ได้พกติดตัวไปในวันเกิดเหตุ

