แอปเปิล เปิดตัว “ไอโฟน15” กับการหายไปของพอร์ต “ไลท์นิ่ง” ตามคาด
เปิดตัวกันไปเรียบร้อยสำหรับ “ไอโฟน15” ในงานใหญ่ประจำปีของแอปเปิล ซึ่งเป็นไปตามคาด สำหรับการหายไปของพอร์ตไลท์นิ่ง และเปลี่ยนมาเป็น “ยูเอสบี-ซี” แทน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนนการเปิดตัวไอโฟนใหม่ครั้งนี้
โดยเริ่มต้นงาน จะเป็นการเปิดตัวแอปเปิลวอทช์ตัวใหม่ล่าสุด่ คือแอปเปิลวอทช์ ซีรีส์ 9 มาพร้อมประสิทธิภาพและความสามารถที่เพิ่มขึ้น, คำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง” ใหม่อันน่าทึ่ง, จอภาพที่สว่างขึ้น, Siri บนอุปกรณ์ที่เร็วขึ้น, ความสามารถใหม่ในการเข้าถึงและบันทึกข้อมูลสุขภาพ ตลอดจนคุณสมบัติค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงสำหรับ iPhone และอีกมากมาย Apple Watch Series 9 ขับเคลื่อนโดย watchOS 10 ซึ่งมาพร้อมแอปที่ออกแบบใหม่, Smart Stack ใหม่, หน้าปัดนาฬิกาแบบใหม่, คุณสมบัติการปั่นจักรยานและการเดินเขาใหม่ และเครื่องมือเพื่อสนับสนุนด้านสุขภาพจิต

ตามมาด้วย แอปเปิล วอทช์ อัลตร้า 2 มาพร้อมกับคุณสมบัติต่างๆ ที่ผู้ใช้จะชื่นชอบในรุ่น Ultra รวมถึง SiP รุ่น S9 อันทรงพลังใหม่, คำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง” , จอภาพสว่างที่สุดของ Apple, ช่วงระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น, Siri ในตัว, คุณสมบัติค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงสำหรับ iPhone และความสามารถล้ำหน้าสำหรับการผจญภัยทางน้ำ Apple Watch Ultra 2 ใช้ watchOS 10 ที่มีแอปซึ่งได้รับการออกแบบใหม่, Smart Stack แบบใหม่ ประสบการณ์การปั่นจักรยานรูปแบบใหม่และคุณสมบัติที่จะช่วยในการสำรวจที่ต่างๆ และหน้าปัด Modular Ultra ใหม่ นอกเหนือจากคุณสมบัติล้ำหน้าต่างๆ แล้ว Apple Watch Ultra 2 ยังมีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน 36 ชั่วโมงดังเดิมเมื่อใช้งานตามปกติและยังสามารถใช้งานได้นานถึง 72 ชั่วโมงเมื่ออยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน

และไฮไลต์ของงาน ก็ของงาน ก็อยู่ที่การเปิดตัว ไอโฟน15 ที่มีให้เลือกคือ ไอโฟน15 , ไอโฟน15 พลัส , ไอโฟน15 โปร และไอโฟน 15 โปร แม็กซ์ ซึ่งในเรื่องของรูปร่างหน้าตานั้น อาจจะไม่ได้ดูเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนหน้าเท่าไหร่ แต่เรื่องของประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ แอปเปิล อัดแน่นมาใส่ไว้ให้เช่นเคย

ในรุ่นของไอโฟน 15 กับ 15พลัส นั้น จะเน้นสีสวยๆแบบพาสเทล ส่วนรุ่นใหญ่อย่างโปร จะเป็นดีไซน์จากไทเทเนียม เน้นความแข็งแกร่ง แต่เบา และมีขอบมนแบบใหม่ ปุ่มแอ็คชั่นใหม่ การอัปเกรดกล้องที่ทรงพลัง และชิป A17 Pro ที่ให้ประสิทธิภาพและรองรับการเล่นเกมแบบพกพาที่เหนือชั้นไปอีกขั้น
ส่วนรุ่นใหญ่ อย่าง 15โปร และ 15 โปร แม็กซ์ จะมาพร้อมดีไซน์จากไทเทเนียมที่ทั้งแข็งแกร่งและเบา มีขอบมนแบบใหม่ ปุ่มแอ็คชั่นใหม่ การอัปเกรดกล้องที่ทรงพลัง และชิป A17 Pro ที่ให้ประสิทธิภาพและรองรับการเล่นเกมแบบพกพาที่เหนือชั้นไปอีกขั้น
เรื่องกล้องนั้น มีการยกระดับไปอีกขั้น ตามสไตล์การปรับรุ่นใหม่ แต่ที่เป็นข่าวมาตลอด คือจะมีการเปลี่ยนพอร์ตเชื่อมต่อจากไลท์นิ่ง เป็นยูเอสบี-ซี ซึ่งก็เป็นไปตามคาด
สำหรับไอโฟน 15 จอขนาด 6.1 นิ้ว , รุ่น 15 พลัส จอขนาด 6.7 นิ้ว , ไอโฟน 15 โปร จอขนาด 6.1 นิ้ว และ 15 โปร แม็กซ์ จอขนาด 6.7 นิ้ว
สำหรับราคา มีดังนี้
iPhone 15 128GB เริ่มต้นที่ 32,900 บาท
iPhone 15 256GB เริ่มต้นที่ 36,900 บาท
iPhone 15 512GB เริ่มต้นที่ 45,900 บาท
iPhone 15 Plus
iPhone 15 Plus 128GB เริ่มต้นที่ 37,900 บาท
iPhone 15 Plus 256GB เริ่มต้นที่ 41,900 บาท
iPhone 15 Plus 512GB เริ่มต้นที่ 50,900 บาท
iPhone 15 Pro
iPhone 15 Pro 128GB เริ่มต้นที่ 41,900 บาท
iPhone 15 Pro 256GB เริ่มต้นที่ 45,900 บาท
iPhone 15 Pro 512GB เริ่มต้นที่ 54,900 บาท
iPhone 15 Pro 1TB เริ่มต้นที่ 63,900 บาท
ราคา iPhone 15 Pro Max
iPhone 15 Pro Max 256GB เริ่มต้นที่ 48,900 บาท
iPhone 15 Pro Max 512GB เริ่มต้นที่ 57,900 บาท
iPhone 15 Pro 1TB เริ่มต้นที่ 66,900 บาท
ทั้งนี้ จะเปิดสั่งซื้อล่วงหน้าในวันที่ 15 กันยายนนี้ เวลา 19:00 น. และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 22 กันยายน 2566
และสุดท้ายกับ การเปิดตัว แอร์พอดส์ โปร รุ่นที่2 ที่มาพร้อมกับการชาร์จด้วย ยูเอสบี-ซี เช่นกัน ด้วยการถ่ายทอดคุณภาพเสียงที่น่าทึ่ง พร้อมการตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึงสองเท่า โหมดฟังเสียงภายนอกสุดล้ำ ประสบการณ์ระบบเสียงตามตำแหน่งที่เต็มอิ่มสมจริงยิ่งขึ้น
และทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับงาน แอปเปิล เมื่อคืนที่ผ่านมา

