‘SAFE’ เคาะขาย IPO 21 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อ 25-27 ต.ค.นี้ ตั้งเป้าผู้นำระดับเอเชียรักษาภาวะมีบุตรยาก

‘บมจ. เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป’ นับหนึ่งไฟลิ่ง เคาะราคา IPO เสนอขาย 21 บาทต่อหุ้น เปิดให้รายย่อยจองซื้อ 25-27 ต.ค.นี้ เข้าเทรด SET พ.ย.นี้ ตั้งเป้าระดมทุนเพิ่มศักยภาพรุกตลาดการรักษาภาวะมีบุตรยาก-พันธุกรรมตัวอ่อน-เวลเนส สู่ผู้นำเอเชีย

นางดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE กล่าวว่า SAFE ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ฯ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปัจจุบันแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) มีผลใช้บังคับแล้ว โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 76,748,600 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 25.25 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ โดยการเสนอขายแบ่งเป็น 1. หุ้นสามัญที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม จำนวนไม่เกิน 52,800,800 หุ้น 2. หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวนไม่เกิน 23,947,800 หุ้น

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ล่าสุดได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ราคา 21 บาทต่อหุ้น และจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 25-27 ตุลาคมนี้ และคาดว่าจะสามารถนำหุ้น SAFE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

สำหรับ ราคา IPO ดังกล่าว ถือว่ามีความเหมาะสม สะท้อนความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำรักษาผู้มีบุตรยากและด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนและเวลเนสในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ SAFE มีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนใช้เป็นเงินลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต รวมถึงเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในโครงการขยายสาขา และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

Advertisement

นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE และแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธ์ทางการแพทย์ เปิดเผยว่า บริษัทฯทำธุรกิจให้บริการคลินิกการแพทย์เฉพาะทางเพื่อการมีบุตร ให้บริการด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ทางการแพทย์แบบครบวงจรในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการให้บริการด้านการเจริญพันธุ์ในระดับสากล และได้รับการรับรองมาตรฐานคลินิกเด็กหลอดแก้วจากสถาบัน RTAC จากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ให้บริการตั้งแต่ให้คำแนะนำ คำปรึกษา ตลอดจนให้การรักษาแก่ผู้มีบุตรยากและการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบพิเศษ การแช่แข็งไข่ ฝากไข่ อสุจิ และตัวอ่อน รวมถึงนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มาให้บริการแก่ผู้มีบุตรยากมากว่า 15 ปี มีสถิติในการเก็บไข่ตั้งแต่ปี 2561 ถึงไตรมาสที่ 2/2566 กว่า 7,236 รอบ (OPU Cycle) ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เช่น การนำเทคโนโลยีคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนทั้ง 24 โครโมโซมด้วยเทคนิค PGT-A มาใช้เป็นแห่งแรกในไทย เป็นต้น

บริษัทฯมีทีมงานทั้งแพทย์ บุคลากรที่มีความชำนาญและประสบการณ์เฉลี่ยมากว่า 15 ปี มีนักวิทยาศาสตร์ในการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากยุโรป (ESHRE) เป็นแห่งแรกของไทย โดยที่ผ่านมามีอัตราความสำเร็จการตั้งครรภ์โดยเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 75

ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธีปฏิสนธิแบบเจาะจง (ICSI) ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน และวิธีฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI) การย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูก บริการแช่แข็งเก็บรักษาเซลล์ไข่ อสุจิ และตัวอ่อน รวมถึงการเก็บอสุจิและคัดอสุจิด้วยวิธีที่ทันสมัย โดยให้บริการผ่านสาขาทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ สาขาอัมรินทร์ พลาซ่า, รามอินทรา, ภูเก็ต ขอนแก่นและศรีราชา มีสัดส่วนลูกค้าชาวไทยร้อยละ 54 และต่างชาติร้อยละ 46

ปัจจุบัน บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทย่อย 2 บริษัท ถือหุ้นร้อยละ 99.99 และร้อยละ 80 ตามลำดับ ได้แก่ บริษัท เน็ก เจนเนอร์เรชั่น จีโนมิค จำกัด (NGG) ดำเนินธุรกิจด้านการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนและทารกในครรภ์และการให้บริการด้านห้องปฏิบัติการทางด้านพันธุศาสตร์ต่าง ๆ และ บริษัท เซฟ เวลเนส จำกัด (SWC) ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านผิวหนังและความงามภายใต้ชื่อ “เดอะฟาวเทน เวลเนส เซ็นเตอร์” อย่างครบวงจรตั้งแต่ก่อนและหลังคลอดบุตร

ประธานเจ้าหน้าที่ SAFE กล่าวว่า SAFE วางกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ผู้นำด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากและด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนและเวลเนสในระดับเอเชีย ได้แก่ 1. การขยายศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตรและห้องปฏิบัติการเจริญพันธุ์ ไปยังโรงพยาบาลพันธมิตรที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในสถานพยาบาลคู่ค้า ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทั้งในรูปแบบพันธมิตรทางการค้า การร่วมลงทุน รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ 2. เลือกใช้เทคโนโลยีในการรักษาที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ รวมทั้งพัฒนาบุคลากรในการให้บริการ 3. สื่อสารและสร้างแบรนด์ “SAFE FERTILITY” ในฐานะผู้นำทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากและด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนในเอเชียในเชิงรุกมากขึ้น เช่น ผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ไปยังผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ, การทำตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) เป็นต้น 4. ขยายไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเพิ่มรายได้และผลกำไร

นางชนิดา พัธโนทัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีการเงิน กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เกิดโรคระบาด COVID-19 กลุ่มบริษัทฯ ยังสามารถรักษาการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมในปี 2563-2565 เท่ากับ 529.77 ล้านบาท 561.96 ล้านบาท 729.32 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 42.16 ล้านบาท 78.23 ล้านบาท 161.73 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้รวม 409.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 87.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.52 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE ได้ลงนามแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ และแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image