นายกฯเศรษฐาเยือนระยอง ติดตามบริหารจัดการน้ำอ่างฯหนองปลาไหลรองรับอีอีซี

กรมชลประทานยืนยันอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และพื้นที่ EEC มีน้ำเพียงพอแน่นอน หลังกรมชลประทานได้ดำเนินการตามมาตรการรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ ด้วยการผันน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ มาเติมในอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลเพื่อเพิ่มศักยภาพน้ำต้นทุน รองรับการใช้น้ำ และป้องกันปัญหาภัยแล้ง ปี 2566/67

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 1 ใน 11 อ่างเก็บน้ำ ในโครงข่ายรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 นายเกรียงศักดิ์ พุ่มนาค รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 นายวัชระ พรหมคุณาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชลบุรี นายจิรพงษ์ ศาตร์แย้ม ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และสรุปผลการดำเนินงาน ณ สถานีสูบน้ำดิบหนองปลาไหล ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในโครงข่ายน้ำ EEC ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 624 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำเพื่อใช้ในช่วงฤดูแล้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่ EEC โดยกรมชลประทานได้มีการผันน้ำมาเติมในอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม รวม 130 ล้าน ลบ.ม.
อาทิ

1.การสูบผันน้ำจากคลองวังโตนดมาเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำ 5.66 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100% ของแผน
2.การสูบกลับจากคลองสะพานมาเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำ 7.95 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100% ของแผน
3.การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มาเติมอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำ 44.23 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 79% ของแผน
4.การสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ฯ มาเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ ปริมาณน้ำ 43.60 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 75% ของแผน
5.การสูบผันน้ำจากคลองพานทองมาเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ ปริมาณน้ำ 2.45 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 75% ของแผน
6.การสูบผันน้ำจากแม่น้ำบางปะกงมาเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ (EW) ปริมาณน้ำ 24.45 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 83% ของแผน
7.การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มาเติมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล (EW) ปริมาณน้ำ 4.04 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 34% ของแผน

Advertisement

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมชมสถานีสูบน้ำอ่างฯหนองปลาไหล 1 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำ และสูบผันน้ำตามแผนของกรมชลประทาน พร้อมกำชับให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำตามแผนจัดสรรน้ำที่วางไว้ ตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำ ได้แก่ อุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตร และอุตสาหกรรม เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่เศรษฐกิจ EEC ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image