พอกัน! UN ชี้ ‘อิสราเอล-ฮามาส’ ก่ออาชญากรรมสงคราม ‘กุแตเรซ’ ชี้ยอดดับพลเรือนสะท้อนผิดชัดเจน

ชาวปาเลสไตน์เดินหนีภัยการสู้รบทางตอนเหนือไปยังตอนใต้ของฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน / AFP

พอกัน! UN ชี้ ‘อิสราเอล-ฮามาส’ ก่ออาชญากรรมสงคราม ‘กุแตเรซ’ ชี้ยอดดับพลเรือนสะท้อนผิดชัดเจน

นายโฟลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนตะวันออกกลางเป็นเวลา 5 วัน และได้เยี่ยมจุดผ่านแดนราฟาห์ในฝั่งอียิปต์ติดกับฉนวนกาซา โดยเขายืนยันว่า ทั้งอิสราเอลและฮามาสได้ก่ออาชญากรรมสงคราม ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่ความขัดแย้งในขณะนี้ปะทุขึ้น

“ความโหดร้ายที่กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ทำเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม เช่นเดียวกับการที่ยังคงจับกุมตัวประกันอยู่ ขณะที่การลงโทษแบบเหมารวมต่อพลเรือนปาเลสไตน์ของอิสราเอลก็เป็นอาชญากรรมสงคราม เช่นเดียวกับการบังคับให้พลเรือนอพยพโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย” เติร์กกล่าว

กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซาระบุจำนวนผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาล่าสุดว่าอยู่ที่ 10,568 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 40% หรือราว 4,227 รายเป็นเด็ก ขณะที่อิสราเอลระบุว่า นอกจากผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 รายจากเหตุบุกโจมตีของฮามาสในวันที่ 7 ตุลาคมแล้ว มีทหารอิสราเอลอีก 33 รายที่ถูกสังหาร และมีผู้ถูกจับไปเป็นตัวประกันประมาณ 240 คน

Advertisement
AFP

ด้านนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า จำนวนพลเรือนที่ถูกสังหารในฉนวนกาซาแสดงให้เห็นว่า มีบางอย่างที่ผิดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล ขณะที่กลุ่มฮามาสเองก็ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์เช่นกัน

สถานการณ์น่าเป็นห่วงไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในฉนวนกาซา แต่ยังลุกลามไปถึงเวสต์แบงก์อีกด้วย โดยนายมาร์ติน กริฟฟิธส์ รองเลขาธิการสหประชาชาติด้านการประสานงานกิจการมนุษยธรรม เตือนว่าสถานการณ์ในเวสต์แบงก์ก็เลวร้ายมากขึ้น โดยมีรายงานชาวปาเลสไตน์ถูกสังหาร 158 ราย ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็ก 45 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 2,400 คน ทั้งยังมีผู้ผลัดถิ่นมากกว่า 1,000 คนด้วย โดยกริฟฟิธส์โพสต์บนโซเชียลของตนเองว่า “ขอย้ำอีกครั้งว่า พอแล้ว”

ชาวปาเลสไตน์รอรับอาหารในฉนวนกาซา / AFP

เวดันท์ ปาเทล โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า จุดผ่านแดนราฟาห์ถูกปิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน เนื่องจากสถานการณ์ด้านความปลอดภัย โดยสหรัฐกำลังทำงานร่วมกับอียิปต์และอิสราเอลเพื่อให้มีการเปิดจุดผ่านแดนราฟาห์อีกครั้ง

ทั้งนี้ จุดผ่านแดนราฟาห์เป็นช่องทางเดียวที่จะมีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซา และยังเป็นช่องทางอพยพออกจากกาซาของพลเมืองต่างชาติและผู้ได้รับบาดเจ็บในฉนวนกาซา ที่ผ่านมามีการเปิดทำการเป็นระยะๆ ตามแต่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image