น.1ชี้ มือยิง‘ครูเจี๊ยบ’พฤติกรรมคล้ายมือปืนในคราบนักศึกษา เปรียบดีเอ็นเอประวัติอาชญากร

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.(ซ้าย) พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผบ.ตร.(ขวา)

น.1 ชี้ มือยิง ‘ครูเจี๊ยบ’ พฤติกรรมคล้ายมือปืนในคราบนักศึกษา จากผลตรวจดีเอ็นเอคนร้าย อยู่ระหว่างเปรียบเทียบประวัติอาชญากร รอง ผบ.ตร.ให้มั่นใจจับคนร้ายได้แน่นอน

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. และผู้บังคับบัญชา สายงาน ป.และ ส.ส.ที่เกี่ยวข้องร่วมกันประชุมติดตามและกำชับการแก้ไขปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาท

พล.ต.อ.ธนากล่าวว่า ในกรณีคดีครูเจี๊ยบ (น.ส.ศิรดา สินประเสริฐ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ที่เสียชีวิตจากการวิวาทกันของนักศึกษา) มีความคืบหน้า โดยจากการสืบสวนทราบกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งพยานหลักฐานที่มีในตอนนี้ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากอยู่ในสํานวน ส่วนผู้ก่อเหตุจะหลบหนีออกไปนอกพื้นที่นครบาลแล้วหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่เขาสามารถกระทําได้ เบื้องต้นขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทํางานอีกสักระยะหนึ่ง และขอให้เชื่อมั่นว่าตํารวจจะสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษได้อย่างแน่นอน

ด้าน พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า ตํารวจมีพยานหลักฐานที่นําไปสู่ผู้ก่อเหตุ ซึ่งพบมีการเตรียมตัวและวางแผนมาอย่างดี เนื่องจากมีการสํารวจเส้นทางและกําหนดจุดที่จะใช้ในการก่อเหตุ รวมถึงวางแผนเส้นทางทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ อีกทั้งมีจุดพักคอย ซึ่งไม่ใช่วิธีการของนักศึกษาทั่วไป แต่มีลักษณะเหมือนมือปืนที่อยู่ในบทบาทของนักศึกษา แน่นอนว่าจะต้องมีผู้ชี้นําหรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นําแผนประทุษร้ายของคนร้ายที่เคยก่อเหตุก่อนหน้านี้มาตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนหรือไม่ ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุ ยังไม่สามาถตอบได้ต้องรอจับกุมผู้ก่อเหตุได้เสียก่อน อย่างไรก็ตาม จะถือว่าเป็นกลุ่มอั้งยี่หรือซ่องโจรหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ชัด เนื่องจากยังไม่มีพยานหลักฐานที่ไปถึงขั้นนั้นแต่หากพบก็จะดําเนินคดีต่อไป

Advertisement

สําหรับกรณีที่ปัจจุบันพบมีเยาวชนอายุน้อยที่มักก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือใช้อาวุธปืนยิงคู่อริเพิ่มมากขึ้น พล.ต.ท.ธิติระบุว่า ตํารวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเท่านั้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทและช่วยกันทําให้สังคมดีขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ รอง ผบ.ตร. ทั้ง 2 ท่าน เดินทางมาร่วมประชุมในวันนี้เพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าตํารวจจะสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดําเนินคดีได้ในที่สุด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image