หน้าแรก การเมือง ‘เศรษฐา’ ดึง3...

‘เศรษฐา’ ดึง3บ.ยักษ์มะกันลงทุนไทย 3 แสนล้าน เอดับเบิลยูเอสจ่อตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ‘กูเกิล-ไมโครซอฟท์’ ด้วย

16.11.23 | 05:59 น.

“เศรษฐา” ดึง3บริษัทยักษ์มะกันลงทุนไทย 3 แสนล้าน เอดับเบิลยูเอสจ่อตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ “กูเกิล-ไมโครซอฟท์”ด้วย

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน (ตามเวลาท้องถิ่นนครซานฟรานซิสโก สหรัฐ ช้ากว่า กรุงเทพฯ 15 ชั่วโมง) ที่โรงแรมเดอะริทซ์ คาร์ลตัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ
เอเปคประเทศไทยจะผลักดันเรื่องใดในเวทีดังกล่าวบ้างว่า จะมีเรื่องเศรษฐกิจ BCG ที่เป็นเรื่องใหญ่ ไทยผลักดันมาตั้งแต่การประชุมเอเปค 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ผลักดันมาต่อเนื่อง นอกจากนั้นจะผลักดันการค้าขาย

นายกฯกล่าวว่า การเดินทางมาที่สหรัฐเพื่อบอกว่าประเทศไทยพร้อมเปิดรับนักลงทุนและไม่มีเวลาใดที่ดีเท่าเวลานี้ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี พลังงานสะอาด สภาพความเป็นอยู่ เป็นหน้าที่ที่จะบอกให้ทั่วโลกรู้ว่าพร้อมเปิด และในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคจะหารือกับผู้นำออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แคนาดา และรัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐที่มีบทบาทสำคัญให้สหรัฐไปลงทุนข้ามชาติในประเทศไทย


นายเศรษฐากล่าวถึงผลหารือกับผู้บริหารวอลมาร์ต (Walmart) ห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลกว่า วอลมาร์ตมีความต้องการที่จะเปิดตลาดในไทยมากขึ้น จึงได้มีการพูดคุยถึงซอฟต์เพาเวอร์ของไทย ที่เป็นอาหารพื้นเมือง

ให้เข้าไปขายในวอลมาร์ต รวมทั้งอาหารฮาลาล ที่มีขายอยู่ในหลายรัฐในสหรัฐ ส่วนการพบปะกับเวสเทิร์น ดิจิทัล บริษัทผลิตฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความต้องการลงทุนเพิ่มในไทย และต้องการจะย้ายฐานการผลิตจากประเทศฟิลิปปินส์มาที่ประเทศไทย นอกจากนั้น ได้พูดคุยกับผู้บริหารบริษัท Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแอมะซอน จัดทำคลาวด์เซอร์วิส ได้เซ็นสัญญาที่จะเข้ามาลงทุนแล้ว และจะเปิดดำเนินการเร็วๆ นี้เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เป็นบริษัทแรกที่ลงทุนแล้ว และจะลงทุนเพิ่มอีกด้วย ขณะที่การหารือกับกูเกิล (Google) เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้มีการลงนามเอ็มโออยู่กันเรียบร้อยแล้วที่จะมาทำดาต้าเซ็นเตอร์เช่นกัน

Advertisement
นายกรัฐมนตรีพบหารือกับผู้บริหารบริษัท Google

นายเศรษฐากล่าวว่า สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก 3 ราย ที่มาทำดาต้าเซ็นเตอร์ได้แก่ AWS Google และไมโครซอฟท์ ที่ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลไทย จะยกระดับภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ให้ได้รับการยอมรับในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้งนี้ การเดินทางมาสหรัฐครั้งนี้ ถือว่ามีความพอใจหลายอย่างจากที่ได้พบปะภาคเอกชนรายใหญ่ สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ เช่น คุณภาพโรงเรียน โรงพยาบาลระดับโลก นักลงทุนต่างพูดว่าเป็นความสบายใจที่จะได้มาใช้ชีวิตที่ไทย ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้ไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ในเวทีโลก เป็นความภาคภูมิใจที่เป็นคนไทยและจะทำงานต่อไป

นายกรัฐมนตรีพบหารือกับผู้บริหารบริษัท AWS

ด้านนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายเศรษฐาได้เจรจาการลงทุนกับ 3 บริษัทชั้นนำระดับโลกทั้ง AWS (Amazon Web Services), Microsoft และ Google ทำให้เกิดเงินลงทุนในไทยมากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อบริษัท โดยผู้บริหารของ AWS ได้ลงทุนก่อสร้าง AWS Asia Pacific (Bangkok) Region สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของภาครัฐ และช่วยสร้างแรงงานที่มีทักษะสูงที่ประเทศไทยกำลังขาดแคลน บริษัท Microsoft ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับรัฐบาลไทย เป็นโอกาสพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของประเทศ

นายกรัฐมนตรีพบหารือกับผู้บริหารบริษัท Western Digital

บริษัท Google ได้ลงนามระหว่าง Google กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ถือเป็นความสำเร็จเพื่อไปสู่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัล และเชื่อมั่นว่าจะมีส่วนสำคัญช่วยให้ประเทศเติบโตทางเศรษฐกิจ Google ได้พิจารณาไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพสำหรับเป็นสถานที่ตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพิ่มเติมเป็นแห่งที่ 4 ในบริเวณภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นแห่งที่ 11 ของโลก

นายกรัฐมนตรีพบหารือกับผู้บริหารบริษัท Microsoft
นายกรัฐมนตรีพบหารือกับผู้บริหารบริษัท Open AI