บุกทลายโกดังแก๊งจีนหลอกคนไทยส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง ยึดของกลางกว่า 3 หมื่นชิ้น

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.นิพนธ์ บุญเกิด ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.2 บก.สอท.2 สนธิกำลังกรมศุลกากร และ บก.ตม.1 นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบริษัท อินซอฟท์ เบบี้ โปรดักส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เลขที่ 149/1 ซ.สะแกงาม 14 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

ที่เกิดเหตุเป็นโกดังสินค้าให้เช่าขนาดใหญ่ พบนางอารียา พิรุณสมบูรณ์สุข อายุ 64 ปี และนายหยุน เฉิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จึงคุมตัวไว้พร้อมบุคคลต่างด้าว 20 คนขณะนั่งแพคสินค้า ตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวบางส่วนมีหนังสือเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง บางส่วนไม่มีเอกสารยืนยันตัวบุคคล จึงตรวจยึดของกลางกล่องพัสดุและสินค้ากว่า 3 หมื่นชิ้น

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผ่านเว็บไซต์ https://www.thaipoliceonline.com พบว่าประเภทคดีที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนมากที่สุดคือหลอกขายของออนไลน์ โดยสถิติตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-31 ต.ค. แจ้งความแล้ว 350,000 ราย เป็นเรื่องของการหลอกซื้อสินค้า 140,000 ราย ต่อมานายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการซื้อสินค้าพร้อมเร่งรัดให้ ตร. ดำเนินการสืบสวนพบว่า มีขบวนการหลอกเก็บเงินปลายทาง สืบสวนทราบว่าพัสดุดังกล่าวถูกส่งมาจากโกดังดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายค้นเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการ

พล.ต.ต.นิพนธ์กล่าวว่า แนวทางการสืบสวนพบว่าขบวนการดังกล่าวมีนายถูเซง เปียว อายุ 44 ปี ชาวจีน เป็นผู้เช่า อยู่ระหว่างการติดตามตัวและจะใช้โกดังเป็นสถานที่แพคสินค้าเก็บสินค้าไว้แต่จะใช้วิธีนำสินค้ามาครั้งละ 30,000 ชิ้นเพื่อให้คนงานแพคสินค้าและปิดฉลากก่อนขนย้ายเพื่อกระจายส่ง โดยเฉลี่ยการส่งแต่ละครั้งจะมีการตีคืนพัสดุ 25,000 ชิ้น ส่งสำเร็จ 5,000 ชิ้น คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าความเสียหาย 1 ล้านบาท ทำมากว่า 1 ปี ก่อนหน้ามีใช้โกดังย่านบางกระดี่ก่อนย้ายที่ตั้งมาแห่งนี้

Advertisement

พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์กล่าวว่า ขบวนการดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับประชาชน บางส่วนเข้าใจว่าไม่ได้สั่งสินค้าอะไรเลย แต่จู่ๆ มีสินค้ามาส่งที่บ้าน แต่ก็มีประชาชนบางกลุ่มประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เข้าใจ ไม่ทันระวังก็ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งวิธีการป้องกันมิจฉาชีพเหล่านี้คือถ้าไม่ได้สั่งสินค้าอะไรก็อย่าไปหลงเชื่อ หรืออีกกรณีถ้าไม่แน่ใจว่าได้สั่งหรือไม่ ให้ใช้วิธีอัดวิดีโอเพื่อตรวจสอบว่าของตรงกับที่สั่งไปหรือไม่ ถ้าตรงตามที่สั่งก็ถือว่าจบ แต่ถ้าไม่ตรงก็ให้ส่งหรือตีกลับ ถือว่าเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ส่วนการจับกุมผู้ต้องหาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่เฝ้าโกดัง 2 ราย ส่วนที่ 2 คือคนงานที่ทำงานอยู่ภายในโกดังกว่า 20 คน ตรวจสอบพบว่าไม่มีพาสปอร์ต 18 คน จึงแจ้งข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ส่วนที่ 3 คือบุคคลตามหมายจับ ซึ่งส่วนนี้ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นเจ้าของหรือรับหน้าที่ในส่วนใดของขบวนการ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image