โจร ชาวนา อาชญากรรม การแพร่อาวุธปืนสมัย ร.5

ตู้หนังสือ: กบฏบวรเดช 2476 ประวัติย่อของความเหลื่อมล้ำ

โจร ชาวนา อาชญากรรม
การแพร่อาวุธปืนสมัย ร.5

เ วลาผ่านไปเร็วขนาดไหน ลองย้อนไปนึกดู โควิดเริ่มระบาดหนักปลายปี 2019 อีกไม่กี่วันก็เข้าปี 2024 ล่วงเข้าปีที่ 5 การทำมาหากินแม้จะยังล้มลุกคลุกคลาน ถึงอย่างนั้น การมีรัฐบาลประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง ก็ทำให้บ้านเมืองมีการแก้ปัญหาสังคมชนิดมีที่ทางให้เรียกร้องได้ตามระบบระเบียบ มีฝ่ายเสนอ มีฝ่ายค้าน มีการตรวจสอบ ฯลฯ คือมีเป้าให้ชาวบ้านเล่นงานได้แบบไทยๆ (แฮ่ๆ)

ที่ควรเตือนตัวเองก็จากตัวอย่างการตกลงขายข้าวให้อินโดนีเซีย 2 ล้านตัน ซึ่งทำให้ชาวอินโดออกมาให้ความเห็นในสื่อสาธารณะที่รับรู้กันทั่วไป ด้วยการขอบคุณไทยที่ขายข้าวให้ (โดยไม่ขายให้มาเลเซียซึ่งขาดแคลนข้าวไม่น้อยเช่นกัน และแสดงความเสียใจต่อฝ่ายนั้น) แถมสำทับถามรัฐบาลตัวเองว่า ทำไมประเทศอินโดซึ่งมีพื้นที่มากกว่าไทยเกือบ 5 เท่า ถึงไม่พัฒนาการเพาะปลูกให้ชาวบ้านมีพอกินได้

เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตระหนักล่วงหน้า และคาดการณ์ วางแผน เนื่องจากทุกวันนี้ ทั้งสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ทั้งร้อนแล้ง (เพาะปลูกได้ยาก) ทั้งน้ำท่วม (พืชพันธุ์เสียหาย) การเงินผันผวน สงคราม กับการเมืองที่ฝ่ายหนึ่งตั้งใจปิดล้อม อีกฝ่ายป้องกันขัดขืน ฯลฯ ทำให้เศรษฐกิจไม่อยู่กับร่องกับรอย การที่ยังมีข้าวให้ชาวบ้านกิน (ก่อนเหลือขาย) จึงเป็นเรื่องต้องเตรียมการจริงจัง

Advertisement

อีกประการ มีข้าวพอให้ชาวบ้านซื้อหาแล้ว แต่ไม่ใช่ชาวบ้านทุกคนจะซื้อหามากินได้ หากการเลี้ยงชีพขัดสนไม่พอเพียง ตัวอย่างหนี้นอกระบบเห็นๆ ชัดอยู่ หนี้ครัวเรือนเห็นชัดอยู่ การจี้ปล้นลักขโมยเห็นชัดๆ อยู่ ฯลฯ จึงเป็นงานหลักและงานหนักของรัฐบาลเห็นชัดอยู่ด้วยเช่นกัน

ประมาทไม่ได้ ผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้

● นิตยสารความรู้แบบสาระบันเทิงรายเดือน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม 2567 เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วถึงวันที่ 5 มกราคม ว่าด้วย “โจร ชาวนา อาชญากรรม การแพร่กระจายของอาวุธปีนสมัยรัชกาลที่ 5” ค้นคว้ามาบอกต่อโดยอาจารย์ นนทพร อยู่มั่งมี มีมาก่อนชาวบ้านแอบสะสมกันปัจจุบันอย่างไร

อ่านเรื่องควรรู้อื่นๆ ที่หารู้ได้ยาก เช่น ฌองดามรี กับหนึ่งหน้าประวัติกรมตำรวจ โดยอาจารย์ นิยะดา เหล่าสุนทร ป.พิบูลสงคราม รอยเท้าสุดท้ายบนแผ่นดินไทยที่เมืองตราด โดยอาจารย์ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ “อีแมว” แมวทรงเลี้ยงในสมเด็จฯกรมพระยาดำรงฯ โดยอาจารย์ ธนโชติ เกียรติณภัทร

ยังมีเรื่องชันสูตรประวัติศาสตร์ กรณีสิ้นพระชนม์ กรมหลวงปราจิณกิติบดี โดยอาจารย์หมอ เอกชัย โควาวิสารัช กับเรื่องไขปริศนาเมืองศรีเทพ หลังพุทธศตวรรษที่ 18 ศรีเทพไม่ได้หายไปไหน โดยอาจารย์ กำพล จำปาพันธ์

อ่านเพลินได้ตลอดเดือน

● เริ่มศักราชใหม่ขึ้นมา แต่การทำมาหากินไล่ตามติดมาไม่หยุดจากศักราชเก่าๆ ที่สำคัญ ทำมาหากินทุกวันนี้ ขายอย่างเดียวไม่ได้ คนไม่สนใจซื้อ นอกจากจะมี “เรื่อง” หรือ “สตอรี่” ให้อยากรู้ขึ้นมา ถึงอาจขายได้ (บ้าง)

อยากขายดีสตอรี่ต้องโดน Story That Stick เขียนมาเล่าสู่กันฟังโดย คินดรา ฮอลล์ แปลโดย ปฏิภาณ กุลวพันธ์ จะบอกให้เรารู้ว่า ทำไมคนขายของสิ่งเดียวกันเป็นร้อยเป็นพันคน คนหนึ่งขายไม่ได้ แต่อีกคนขายเอาขายเอา

นั่นอาจเป็นเพราะคนที่ขายดี มีความลับบางอย่างที่ไม่อยากบอกใคร อาจเป็นความสามารถหรือ “ทักษะการเล่าเรื่อง” หรือเรียกว่าเป็นนัก “สตอรี่เทลลิ่ง” ที่ดีก็เป็นได้ ที่กลายเป็นองค์ประกอบการซื้อซึ่งสำคัญสำหรับคนสมัยนี้ไป

ผู้เขียนเป็น “แชมป์โลกนักเล่าเรื่อง” เคยเล่าเรื่องที่ได้พลิกภาพองค์กรชั้นนำมาแล้ว เช่น เฟซบุ๊ก โรงแรมฮิลตัน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยหนังสือเล่มนี้เป็นสรุปทักษะการเล่าออกเป็นหลักการที่ชัดเจน และปฏิบัติตามได้จากตัวอย่าง

อย่างเรื่องเล่าของลูกสุนัขทำให้คนหลงรักเบียร์บัดไวเซอร์ได้อย่างไร ทำไมยี่ห้อแว่นตาที่เล่าให้ลูกค้าฟังว่า ซื้อ 1 บริจาค 1 จึงโด่งดังระดับโลก ทำไม Airbnb เล่าเรื่องอะไรจึงขายความคิดบ้าๆ ให้คนควักกระเป๋า 112 ล้านดอลลาร์ลงทุนด้วย ส่วนวิธีเล่าเรื่องของไอโฟนที่ทำให้ขายดี
ทั่วโลกโดยไม่ต้องพูดถึงคุณสมบัติสักข้อ คือเล่าเรื่องอะไร เล่าอย่างไร

ลองอ่านดู แล้วจากที่ไม่เคยคิดว่าจะเล่าเรื่องอะไรได้ หรือไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไรดี อาจช่วยให้กลายเป็นนักเล่ามืออาชีพขึ้นมาก็เป็นได้

● ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่ต้องการแรงบันดาลใจ ก้าว รุก บุก เบิก เขียนโดย บัญชา ธนบุญสมบัติ ซึ่งนำเรื่องราว 20 ชีวิตของบรรดานักคิดที่ใช้ใจบันดาลแรง มามอบให้เป็นเชื้อไฟที่อาจเป่าให้ลุกโพลงขึ้นได้ หากคุพร้อมอยู่แล้ว

ที่ปรากฏคือ เบื้องหลังการทำงาน ความคิด และแรงบันดาลใจ ของคนเหล่านั้น ซึ่งมีส่วนบุกเบิกองค์ความรู้ เป็นต้นกำเนิดของนวัตกรรมและวิทยา ซึ่งเราใช้กันอยู่ปัจจุบัน เป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นในสังคม

ก่อนจะเกิดก้าวอันยิ่งใหญ่จากพลังการร่วมมือ หลังความคิดแตกกอต่อยอดออกมา กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงพลิกโลก อันเกิดจากการแข่งขันเป็นปฐม

อ่านได้อ่านดี มีแต่ความคิดที่สามารถแตกแขนง

● และขณะเดียวกัน โลกทุกวันนี้แม้คนจะยังยากจนส่วนใหญ่ เจ็บไข้ พลัดถิ่น แต่ความก้าวหน้าทางวิทยาการก็พุ่งพรวด อาชีพเปลี่ยน วิถีชีวิตเปลี่ยน ความขัดสนกระเบียดกระเสียนเท่านั้นที่ยังไม่เปลี่ยน ถึงคนมีกินมื้อละ 300 บาทได้มีมากขึ้น แต่คนที่มี 300 บาทต้องใช้กิน
ทั้งวัน ก็ยังมากกว่าอยู่ดี

ทั้งๆ ที่ต้องเรียนรู้ให้ทันโลกที่พุ่งเร็วพร้อมกันไปด้วย

● อาทาเดีย Atadia เขียนผสมผสานเรื่องแต่งกับเรื่องจริงอยู่หลายปีกว่าจะแล้วโดย ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ เล่าเรื่อง “อาทาเดีย” เมืองซึ่งขับเคลื่อนด้วยมือที่มองไม่เห็น แต่รู้ข้อมูลประชากรทุกคน คนไหนตื่นมาทำอะไร กินอะไร แต่งตัวอย่างไร จะไปไหน จะแต่งงานกับใคร แม้แต่จะตายเมื่อไหร่ก็รู้

ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ว่า ปัญญาประดิษฐ์ในอาทาเดียจะคิดค้นจัดสรรทุกอย่างได้เอง เบื้องหลังความรอบรู้ของ “บิ๊กดาต้า” ก็คือมือมนุษย์ที่ป้อนข้อมูลมหาศาลให้เครื่องมือล้ำเลิศ ประมวลผลออกมาตอบโจทย์ที่ต้องการ แต่แน่นอน ผลลัพธ์ย่อมไม่ใช่ความต้องการของทุกคน

ถ้าโลกเคลื่อนไปสู่การใช้ชีวิตอย่างอาทาเดียจริงๆ เราก็ต้องรู้ให้ทันสิ่งที่จะเกิดขึ้น ต้องเข้าใจประโยชน์ โทษ ข้อจำกัด รวมถึงลักษณะกระบวนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีข้อมูล ไม่เช่นนั้น มนุษย์ย่อมตกหลุมพรางผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง ผู้กำอำนาจซึ่งไม่ต่างจากโลกยุคอนาล็อกอยู่นั่นเอง

หนังสือเล่มนี้แปลงเรื่องยาก เช่น วิทยาศาสตร์ข้อมูลหรือ Web 3.0 ให้เป็นเรื่องง่าย หรือเรื่องลึกอย่างความยุติธรรม นโยบายสาธารณะ ให้เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ ทั้งยังเก็บประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีข้อมูลอย่างรู้รอบ จากหลายมิติสังคมและชีวิต การค้า การเงิน การเมืองการปกครอง จนทุกเรื่องของมนุษย์

ภาคแรกที่เป็นเรื่องแต่งนั้น ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ ได้รับความนิยมล้นหลามไปทั่วโลก นี่เป็นครั้งแรกที่นักอ่านชาวไทยได้พบกับฉบับต้นตอ หนังสือเล่มนี้มีบางองค์ประกอบของเรื่องแต่งที่ค่อยๆ กลายเป็นจริงขึ้นมา ตั้งแต่เริ่มอ่าน ทุกคนจะเห็นตัวเรา และตัวเองจะเริ่มมองเทคโนโลยีข้อมูลด้วยสายตาใหม่

ความคิดสร้างความรู้ และความรู้ให้ความคิด อย่าหยุดความคิดที่ต้องหมั่นแสวงความรู้

● ขณะเดียวกันอีก ลองนึกภาพดูว่า เมื่อคน 2,500 ล้านคนทั่วโลก กลายเป็นชนชั้นกลางขึ้นมาในสังคมเมือง ความต้องการบริโภค การเดินทาง การใช้ทรัพยากร จะเพิ่มพรวดขึ้นมาขนาดไหน ทรัพยากรมีพอให้ใช้หรือไม่ หรือใกล้จะถึงวันสิ้นโลก “เรากำลังจะตายกันหมดแล้ว” ใช่ไหม

ท่ามกลางความกังวลในภาพดังกล่าว หนังสือเล่มนี้ออกมาชี้ทางรอด

ธุรกิจพลิกอนาคต ซึ่งร่วมกันเขียนถึง 3 คน สเตฟาน เฮค กับ แมท รอเจอร์ส และ พอล แคร์รอลล์ โดยมี สฤณี อาชวานันทกุล เจ้าเก่าแปล

เราสามารถพลิกวิกฤตทรัพยากรให้เป็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจและสังคมครั้งใหญ่สุดที่เคยมีมาได้ โดยเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจระดับปฏิรูปด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ และบูรณาการเทคโนโลยีข้ามอุตสาหกรรม

นำไปสู่การเพิ่มมิติใหม่ของการใช้ทรัพยากรอย่างเปี่ยมประสิทธิภาพ

เป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่เราต้องเผชิญ เพื่อค้นพบโอกาสซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษ สำหรับผู้เฉียบแหลมพอจะมองเห็น

“เทสลา” ออกแบบรถเปี่ยมประสิทธิภาพใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมัน ขายไปแล้วนับหมื่นคัน จนมีมูลค่าตลาดหลายหมื่นล้านเหรียญในเวลาเพียง 5 ปี “ครี” บริษัทหลอดไฟฟ้าหน้าใหม่ ที่พัฒนาหลอดไฟฟ้าแอลดีอีซึ่งประหยัดและทนทาน จนประสบความสำเร็จ มีมูลค่าสูงลิ่วในตลาดหุ้น

ขณะ “จีอี” ผู้ครองตลาดหลอดไฟเดิม ซึ่งปฏิเสธเทคโนโลยีนั้นกลับประสบปัญหาอย่างหนัก “ซารา” บริษัทเสื้อผ้าชั้นนำระดับโลก คิดระบบแฟชั่นทันด่วน ส่งข้อมูลจากหน้าร้านตรงถึงนักออกแบบ ทำให้ผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็ว และลดจำนวนสต๊อกขยะในโกดังได้มหาศาล

“กูเกิล” พัฒนารถไร้คนขับ ซึ่งมาพร้อมระบบสื่อสารให้รถหลบเลี่ยงกันเองบนท้องถนน ทำให้แทบไม่มีค่าซ่อมจากอุบัติเหตุ ทั้งประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ถนน จนกลายเป็นธุรกิจที่บริษัทหมายมั่นจะสร้างให้โต

ฉะนั้น จึงต้องอ่าน 1.การฉวยโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่สุดในศตวรรษ 2.จอยสติ๊ก เจอแท่นขุดเจาะ การปฏิวัติจากใต้ดิน 3.สูตรเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรสิบเท่า 4.DIRTT กับซอฟต์แวร์ ต้องประกอบก่อนใช้ 5.บูรณาการระบบ เมื่อพลังงานของเครื่องจักรพบกันอินเตอร์เน็ตของทุกสิ่ง 6.จังหวะคือทุกสิ่ง 7.ทำให้สำคัญ การขยายขนาดและใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

8.การจัดระเบียบสู่ความสำเร็จ 9.ถ้าไม่ใหญ่ก็กลับบ้านไป

นี่คือการสำรวจกรณีศึกษาเปลี่ยนโลก ที่ให้ภาพธุรกิจอนาคต ซึ่งช่วยให้เราเห็นโอกาสธุรกิจในยุค “ปฏิวัติทรัพยากร” และ – ใครจะเป็นผู้ลงมือทำได้

● ประโยคนี้มีความหมาย “ชีวิตไม่ได้อยู่ด้วยหลักการ ชีวิตคือการปรับตัว” นี่คือนิยายเล่มแรกของ มาร์กาเรท แอทวู้ด ตั้งแต่ปี 2512 หนังสือที่เป็นกระจกวรรณกรรมเล่มสำคัญ แปลโดย นันทวัน เติมแสงสิริศักดิ์ ที่สะท้อนภาพผู้หญิงยุคนั้น ให้เห็นว่าดำรงอยู่ในบทบาทไหน เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ เป็นฝ่ายโดนกระทำ

หรือจะเป็นปัจเจกบุคคลที่พลิกเปลี่ยนสถานะได้หลายอย่าง ตามเจตจำนงตน สถานการณ์แวดล้อม หรือตามค่านิยมของยุคสมัยที่เอื้ออำนวย

● ผู้หญิงกินได้ เล่มนี้ ให้ภาพชีวิตหญิงพนักงานบริษัทผู้ตระเวนส่งแบบสอบถามสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ต้องพบคนหลากหลาย ได้ข้อมูลการกินการใช้มากมาย จนวันหนึ่งเกิดอาการประหลาด เมื่อเริ่มปฏิเสธอาหาร สับสน ตระหนก ถึงกับลนลานว่า ของกินในจานกำลังมีปฏิสัมพันธ์กับเธอในทางใดทางหนึ่ง

หากเธอไม่อาจสืบสาวได้ว่า เหตุใดเธอกลับถูกมากัดกินเช่นนี้ เธอจะกลายเป็นอย่างไรไป เมื่อวิถีการกินของตัวเธอเองเปลี่ยนไป

● นิตยสารการเมืองประจำครอบครัวและทุกองค์กร มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับท้ายปีที่เนื้อหาพิเศษเหลือล้น “ความทรงจำของปี 2023” 10 คนดังสะเทือนสังคม กับ 100 เรื่องดังในรอบปี

อ่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 1 ใน 10 คนดังสะเทือนสังคม 2023 “ลิซ่า เจ๊ไฝ ไฮโซพก” คนดังผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี

การเมืองปี 2567 รถคันเดิม กับมือใหม่หัดขับ

และความทรงจำของคนทำสื่อ “ขรรค์ชัย บุนปาน” กับ “มานิจ สุขสมจิตร” กับรางวัล “เกียรติยศคนทำหนังสือพิมพ์”

เมื่อ “ประวิตร” ไม่ยอมอวสาน ฟื้นชีพบ้านป่ารอยต่อ สร้างขั้ว 2 ป. “ป้อม ป๊อด” นำ พปชร.กู้ศักดิ์ศรีพี่ใหญ่ กับภารกิจใหม่ ป. ประยุทธ์

ติดตามจิตต์สุภา ฉิน มอง 2024 ปัญญาประดิษฐ์ จะ “ประดิษฐ์” น้อยลง ขณะคมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง เจ้าของผี พราหมณ์ พุทธ ลาทีปีเก่า ความหวัง การมู และการก้าวข้ามมู

เรื่องอาชญากรรม นาทีจับ พล.ร.ต. กับ น.อ. อดีตซีล รับงานพ่อไต้หวันฆ่าเมียลูก ตร.ซ้อนแผนรวบยกก๊วน ชนวนขัดแย้งธุรกิจพันล้าน

อ่านวิบากกรรมผู้นำญี่ปุ่น จาก “อาเบะ” ถึง “คิชิดะ” ก่อนกลับมาไทยพบ “ดาบเจ็ดสี มณีเจ็ดแสง” (2566-67) พลังของคนรุ่นใหม่?

ขอให้อ่านเพลินผ่านปีใหม่ และไม่พบสภาพเก่าที่กำสรด ขัดสน – คนไทยช่างอดทนสาหัสอยู่แล้ว

บรรณาลักษณ์

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image