อย่าล็อกสเปก อย่าซับซ้อน อย่ามองข้าม ‘(ถก)คำถามประชามติ’

มีความเคลื่อนไหวชนิดเกาะไม่หลุด กัดไม่ปล่อย เดินไม่ถอยโดยแท้ สำหรับกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญหรือ Con for All ซึ่งเป็นการรวมกันเฉพาะกิจของเครือข่ายนักกิจกรรม และองค์กรเอ็นจีโอหลายแห่งที่กังวลต่อการจัดตั้งรัฐบาล และแนวทางการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ 

ล่าสุด ประกาศเยือนทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือขอเข้าพบนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เมื่อ 15 มกราคมที่ผ่านมา หวังลุยหารือประเด็นคำถามประชามติ 

ล้อมวงกึ่งแถลงกึ่งเสวนาตั้งแต่ 12 มกราคม ที่สำนักงาน โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) แห่งใหม่ ณ อาคาร All Rise หมู่บ้านกลางเมือง แยกรัชดาลาดพร้าว 

คำถามเดียว แต่ 2 ประเด็น (ทำไม) เป็นปัญหา? 

Advertisement

เปิดประเด็นเน้นย้ำถึงความกังวลในคำถามว่ามีความซ้อนทับกันหรือไม่ ดังที่นันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากรตัวแทนจากคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาภาคประชาชนได้ยื่นเสนอคำถามประชามติไปยังคณะรัฐมนตรีให้จัดออกเสียงประชามติภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมี

การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ (...) ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งมีประชาชนร่วมลงชื่อไม่น้อยกว่า 211,904 คน แต่ ครม.ยังไม่ให้ความเห็นชอบกับคำถามดังกล่าว

ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการประชามติฯ ที่รัฐบาลตั้งขึ้น ได้มีข้อสรุปว่าจะทำประชามติทั้งหมด 3 ครั้ง โดยการทำประชามติครั้งแรก จะถามเพียงคำถามเดียวแต่มีสองประเด็น คือท่านเห็นชอบหรือไม่ ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่า เป็นการถามคำถามที่มีประเด็นซ้อนกัน ประชาชนไม่สามารถสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนได้ 

อย่าเอาเจตจำนงมาปนเนื้อหา

ไอลอว์ ชี้ยังไม่ใช่เรื่องต้องคุยในขั้นต้น

จากประเด็นข้างต้น รัชพงษ์ แจ่มจิรไชยกุล ตัวแทน iLaw-ไอลอว์ มองว่า คำถามประชามติของคณะกรรมการประชามติฯ มีลักษณะของการนำเจตจำนงที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาปนกับประเด็นเชิงเนื้อหาภายในรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่ใช่เรื่องที่ควรจะพูดคุยกันในขั้นต้น เพราะอาจจะทำให้ผู้ที่ไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือผู้ที่อยากแก้ไขประเด็นใดในหมวด 1 หรือหมวด 2 ออกไปลงคะแนนไม่เห็นชอบจนนำไปสู่การทำประชามติไม่ผ่าน และทำให้รัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบทางการเมืองตามมา

คำถาม #Conforall จึงไม่ใช่เป็นเพียงการเน้นย้ำหลักการเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างหลักประกันว่าเสียงของประชาชนจะมีผลต่อกระบวนการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่อย่างแท้จริงรัชพงษ์กล่าว ทั้งยังย้ำว่าผลการศึกษาของคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ ที่คณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งขึ้นมา พบว่ามีคำถามดังที่เครือข่ายคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ชี้ให้เห็นข้างต้น

คำถามดังกล่าว เป็นแค่เพียงข้อเสนอของคณะกรรมการเท่านั้น ยังไม่ใช่การตัดสินใจ เป็นเพียงแค่ข้อเสนอไปยังโต๊ะนายกรัฐมนตรี ในการประชุมของคณะรัฐมนตรีที่มีคุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในที่ประชุม และต้องใช้อำนาจของคณะรัฐมนตรี ของคุณเศรษฐาในการตัดสินใจ ซึ่งต้องคิดถึงความรับผิดชอบผลที่ตามมาว่า ท่านตัดสินใจอย่างไร

คำถามที่ได้เปิดเผยออกมาของคณะกรรมการฯ ทำให้สังคมได้เห็นแล้วว่า มีปัญหาอย่างไร ซึ่งเป็นการนำเรื่องเจตจำนงในการร่างฉบับใหม่ มาปนกับเรื่องเนื้อหาซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาคุยกันในชั้นของการทำประชามติครั้งแรก

การทำประชามติครั้งแรก ท่านควรจะทำเรื่องของเจตจำนงเท่านั้น หรือถ้าท่านจะคุยเรื่องอื่น ท่านก็ต้องแยกคำถามออกมา อย่างน้อยก็ให้เป็นคำถามย่อย คำถามพ่วง ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้คนที่ไม่อยากแก้รัฐธรรมนูญเลย หรือคนที่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ก็จะออกไป โดยไม่เห็นชอบกับคำถามของท่าน และถ้าไม่เห็นชอบประชามติไม่ผ่าน แล้วเราจะตีความผลที่ออกมาได้อย่างไร

คณะรัฐมนตรีผู้ใช้อำนาจในการตัดสินใจเลือกคำถามเช่นนี้จะมีความรับผิดชอบอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา จึงเป็นสิ่งที่คณะรัฐมนตรีจะต้องตัดสินใจกันต่อไป โดยผมมี 2 ประเด็นที่จะต้องพูดให้ชัดเจน ประเด็นแรกเรื่องคำถามของเรา ในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ คำว่า ทั้งฉบับ ในที่นี้คือการเขียนได้ทั้งฉบับ เรายังไม่ได้บอกว่าเราจะแก้ไขอะไร อย่างที่ได้พูดไปว่า เราจะยังไม่คุยกันเรื่องเนื้อหาในขั้นนี้ตัวแทนไอลอว์อธิบาย 

หวั่นคำถามซับซ้อนเสี่ยงประชามติไม่ผ่าน

ต้องยืนบนหลักการร่างใหม่ทั้งฉบับ

ด้าน ณัชปกร นามเมือง หรือถา ไอลอว์ยกโพลมาสะท้อนถึงแนวโน้มของผู้โหวต โดยระบุว่า การถามคำถาม 1 คำถาม จะมี 2 ประเด็น ซึ่งมีแนวโน้มที่ผู้ออกเสียงจะเห็นด้วยประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพียงแค่ประเด็นเดียว มีทั้งโหวตแบบเห็นชอบและไม่เห็นชอบ ซึ่งมีการทำโพลว่า ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไรเห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ประชาชนโหวต ‘Yes’ ถ้าหากจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 112 คนโหวต ‘No’

เราเห็นว่าคำถามที่ใกล้เคียงกัน แต่เงื่อนไขที่แตกต่างกันก็จะโหวตไม่เหมือนกัน การตั้งคำถามในเชิงที่ซับซ้อน และเงื่อนไขที่ไม่ได้ยอมรับความคิดเห็นต่างๆ มันกลายเป็นแนวทางที่จะทำให้ประชามติไม่ผ่าน เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าตั้งคำถามแบบนี้และจะผ่าน และถ้าเกิดมันไม่ผ่าน เราคาดหวังอยากเห็นความรับผิดชอบของรัฐบาล เพราะสิ่งนี้คือนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

สิ่งสำคัญในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลบอกชัดว่า ต้องการความเห็นที่แตกต่าง เราเห็นว่าทิศทางของคำถามเป็นการปฏิเสธความคิดเห็นที่แตกต่าง และข้อเรียกร้องพื้นฐานของเรานั้นไม่ได้ซับซ้อน เราถามแค่เลนส์เดียว จะถามหลายคำถามก็ได้แต่ถามแค่เลนส์เดียว อย่าควบเงื่อนไขไปด้วยกัน ที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถแสดงเจตนารมณ์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประชามติไม่ผ่านถา ไอลอว์ ระบุ

ถามว่า ถ้าการทำประชามติครั้งนี้ไม่ผ่าน สิ่งที่ควรทำคืออะไร? 

คำตอบที่ได้คือ 

รัฐบาลควรจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไปเลยโดยพ่วง 2 เงื่อนไข คือ 1) ร่างใหม่ทั้งฉบับ ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลคุณเศรษฐา ทวีสิน จะดำรงต่อไป ก็ต้องยืนยันอยู่บนหลักการนี้ ต้องใช้กลไกของรัฐบาลในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไป

2) ต้องหารือกับสมาชิกวุฒิสภา (..) ให้ได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้าสู่รัฐบาลของคุณเศรษฐา ทวีสิน มี ส..ในการสนับสนุน เพราะฉะนั้นในคำถามประชามติที่ตั้งมา ถ้า ส..เห็นไปทางนี้ ก็อาจจะไม่ผ่าน

ผมคิดว่าคุณมีหน้าที่ในการหารือกับ ส..ชุดปัจจุบัน ว่าประชาชนต้องการอะไร เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ให้สู้ให้อย่างเต็มที่ ไม่อยากจะพูดว่าคุณต้องรับผิดชอบถึงขั้นการลาออก ผมคิดว่า ผมอยากให้โอกาสรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เต็มที่ แต่ถ้าพิสูจน์แล้วมันไม่สามารถทำได้จริงๆ แม้ว่าจะเป็นนโยบายหลักของคุณ สิ่งนี้ก็ต้องเป็นคำถามที่ต้องถามไปยังทำเนียบรัฐบาล ว่าถ้าคุณไม่สามารถแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ในการจะผลักดันเรื่องนี้ คุณก็ควรจะลาออก เปิดทางให้คนอื่นทำถา ไอลอว์ ทิ้งท้าย 

คำถามของประชาชนถ้าแฟร์จริงต้องมี 

อย่าตีตกความทุ่มเท

ปิดท้ายที่ข้อเรียกร้องของ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ ตัวแทนจากคณะรณรงค์รัฐธรรมนูญฯ ถึงคณะรัฐมนตรี ดังนี้ 

1.ขอให้ทบทวนการตั้งคำถามประชามติที่คณะกรรมการประชามติฯ แนะนำ เนื่องจากคำถามนี้มีปัญหาในหลายประเด็นที่อาจจะทำให้การทำประชามติไม่ผ่าน

2.ขอให้รับรองคำถามประชามติ #Conforall ที่มาจากการเข้าชื่อของประชาชน พิจารณาควบคู่ไปกับคำถามของคณะกรรมการประชามติฯ

หวังว่ารัฐบาลจะไม่ตีตกความทุ่มเทของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความชัดเจน เป็นประชาธิปไตย ตามที่รัฐบาลเคยได้หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง โดยไม่ทำให้คำถามประชามติกลายเป็นชนวนของความขัดแย้งที่อาจจะทำให้ประชามติครั้งนี้ไม่ผ่านและเลื่อนระยะเวลาการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกไป

ผลกระทบของคำถามประชามติ ที่คณะกรรมการศึกษาการทำประชามติฯ ได้เคาะออกมา อาจจะสร้างความสับสนในภายหลัง และทำให้กระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญไม่เดินหน้าได้ สิ่งสำคัญอีกอย่าง คืออาจจะกลายเป็นหนึ่งในชนวนเหตุแห่งความขัดแย้ง ซึ่งทาง Conforall ได้มีแถลงการณ์ไปในวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา และได้เสนอข้อเรียกร้องไปยังคณะรัฐมนตรีที่นำโดย คุณเศรษฐา ทวีสิน ด้วย

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณเศรษฐา น่าจะเห็นความสำคัญของประชาชน 2 แสนกว่ารายชื่อ ที่พยายามอย่างหนักมาก ถึงแม้จะเจออุปสรรคจาก กกต. เพื่อให้คำถามที่ประชาชนมั่นใจได้เข้าไปสู่ ครม. ก็อยู่ที่ ครม.และคุณเศรษฐาแล้วว่าจะเคาะอย่างไรมายด์ ภัสราวลีกล่าว 

มายด์ ภัสราวลี ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้อง

ของ Con for All ที่มีไปยัง ครม.ซึ่งนำโดยนายกฯเศรษฐา ใน 2 ประเด็นหลักด้วยกัน ได้แก่

1.ขอให้ ครม.ทบทวนการตั้งคำถามประชามติ ที่คณะกรรมการศึกษาฯ จัดทำออกมา

2.ขอให้ ครม.รับรองคำถามประชามติ ที่ประชาชนกว่า 211,904 รายชื่อ ได้ใช้สิทธิเข้าชื่อตามกฎหมายในการเสนอคำถามประชามติไปแล้ว

สิ่งสำคัญคือ เมื่อเราเห็นปัญหาของคำถามที่คณะกรรมการเคาะออกมาแล้ว เราจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นต้องบอก ครม.ว่า คำถามไม่ดี คำถามที่ดีคืออะไร ถ้าหากไม่อยากให้มีการล็อกแบบประชาธิปไตย ล็อกประกันว่าประชาชนจะสามารถร่างได้ทั้งหมด 100% ก็ควรจะเป็นคำถามที่กว้างไปเลย เป็นคำถามที่พื้นฐาน เข้าใจง่ายที่สุด

อย่างเช่น การตั้งคำถามว่า ท่านเห็นชอบหรือไม่ให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แค่นี้ เพื่อให้กระบวนการสามารถเดินหน้าไปได้ ไม่หยุดชะงัก 

ถ้าเป็นคำถามที่คณะกรรมการเคาะออกมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงจุดหนึ่งที่ประชาชนต้องไปกาลงประชามติ เขาต้องชั่งใจคิด เพราะมี 2 เรื่องที่ต้องตัดสินใจคือ 1.ต้องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ 2.เห็นด้วยกับการไม่แก้ไขหมวด 1 และ 2 หรือเปล่า คิดว่า 2 เรื่องนี้ ไม่สามารถตัดสินใจในการกา 1 ครั้งได้ เพราะเป็น 2 เรื่องที่จำเป็นต้องแยกออกจากกันมายด์ ภัสราวลีชี้

มายด์ ภัสราวลี ยืนยันย้ำชัดถึงคำถามที่ว่าท่านเห็นชอบหรือไม่ว่ารัฐสภาจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ..2560 เพื่อจัดทำฉบับใหม่ทั้งฉบับ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส...ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนว่าเป็นคำถามที่สามารถประกันได้แน่นอนว่าประชาชนจะได้อะไรในปลายทาง กระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญ หรือเนื้อหาจะออกมาเป็นแบบใด เราสามารถมั่นใจได้

อย่างน้อยก็อยากให้ ครม.ช่วยใส่ใจ เห็นความสำคัญของ 2 แสนกว่ารายชื่อที่ได้ยื่นคำถามนี้เข้าไปหน่อย เห็นความสำคัญของข้อความ ว่าทำไมเราถึงจะต้องใส่ไว้ขนาดนั้น ว่าต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ และ ส...ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% เพราะตอนนี้เรากำลังสู้กันอยู่ กับการร่างรัฐธรรมนูญที่เผลอๆ แล้วอาจจะเป็นเพียงแค่การร่างไปเพื่อให้ตอบกลับสิ่งที่เคยพูดกับประชาชนก่อนหน้านั้นหรือเปล่า เราไม่อยากให้ผ่านไปเฉยๆ สุดท้ายประชาชนไม่ได้อะไรเลย เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ครม.เองจะพิจารณาในการรับคำถามประชามติของประชาชนในส่วนนี้ไว้ด้วย

เราพยายามหาทาง ขอเข้าหารือกับนายกฯ คุณเศรษฐา ทวีสินว่าคำถามของประชาชนที่ยื่นไปและอยู่ในชั้น ครม.ตอนนี้แล้ว คุณเศรษฐาคิดว่าอย่างไร พอจะทำให้เป็นคำถามคู่ขนานกับของคณะกรรมการฯได้หรือไม่ ถ้าจะให้แฟร์ ก็ควรมีคำถามของภาคประชาชนเข้าไปด้วย เพราะความสำคัญไม่ได้น้อยไปกว่ากัน 

วันนี้เป็นอีกวันที่เรามายืนยันว่า คำถาม ถ้าจะเคาะ ก็ช่วยทำให้เป็นประโยชน์กับประชาชน เสียงที่ยื่นไปแล้วรัฐบาลไม่ควรมองข้าม ตีตก เมินเฉยความพยายามอย่างหนักมากมายด์ ภัสราวลีกล่าว พร้อมรวบตึงอีกครั้งว่า 

สรุปสั้นๆ ข้อเรียกร้อง คือ 1.คำถามถ้าจะมี ก็ต้องกว้างกว่านี้ ไม่ใช่ล็อกสเปก 2.อย่าเมินเฉยคำถามที่ประชาชนยื่นไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image