วันที่ 17 มกราคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมปฏิบัติการทลายโกดังทุนจีนขายเครื่องสำอางปลอมและเครื่องสำอางเถื่อน โดยลวงขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ตรวจยึดของกลาง 15 รายการ มากกว่า 10,000 ชิ้น สืบเนื่องจากเพจเฟซบุ๊กโพสต์ภาพวิดีโอผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยายืดผมแล้วผมหลุดร่วงเป็นจำนวนมาก โดยทาง กก.4 บก.ปคบ.รับเรื่องร้องเรียนจาก อย. และบริษัทผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำยายืดผมยี่ห้อ LOHQ ให้ตรวจสอบการจำหน่ายน้ำยายืดผมปลอมยี่ห้อดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์มติ๊กต็อก 2 ร้าน ทางตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงสืบสวนทราบถึงสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก่อนนำหมายค้นศาลแขวงบางบอนตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าในพื้นที่แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร พบ น.ส.อัลยา (สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าวตรวจยึดเครื่องสำอางปลอม, ไม่มีเลขที่ใบรับจดแจ้งและไม่แสดงฉลากภาษาไทย 15 รายการ รวมตรวจยึดของกลาง 13,392 ชิ้น มูลค่าความเสียหาย 338,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี
สืบสวนขยายผลพบว่าร้าน LK live shop และร้าน RSAN live shop มีเจ้าของเป็นกลุ่มนายทุนชาวจีนซึ่งเป็นกลุ่มทุนเดียวกัน โดยนำเข้าน้ำยายืดผมปลอม ยี่ห้อ LOHQ และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางข้างต้น มาจากประเทศจีนแล้วนำมาจัดเก็บไว้ที่โกดังย่านบางบอน เพื่อรอการจำหน่าย โดยมียอดขายต่อเดือน กว่าเดือนละประมาณ 3 ล้านชิ้น ทำมาแล้วประมาณ 1 ปี สำหรับการตรวจค้นครั้งนี้พบเครื่องสำอางปลอมและไม่มีเลขที่ใบรับจดแจ้ง ส่งขายให้กับประชาชนซึ่งจะทำให้ได้รับผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ในส่วนตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะส่งตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากผลการตรวจวิเคราะห์พบวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง 2558 ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 1.ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท 2.ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3.หากผลการตรวจวิเคราะห์พบวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง 2558 ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

