‘กมธ.ความมั่นคง‘ จ่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจงปมลักลอบขนน้ำมันเถื่อน 24 ม.ค. เผย จ่อชงแก้กม.กำชับหน่วยงานให้ความร่วมมือกมธ. รอถกพรรคการเมืองต่อ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 มกราคม ที่รัฐสภา นายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แถลงผลการประชุม กมธ. ความมั่นคงฯ เรื่องการพิจารณารับเรื่องร้องเรียน ว่า คณะกมธ. ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียน จำนวน 2 เรื่องได้แก่ 1.กรณีการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนและตีนไก่ สวมสิทธิเข้ามาในประเทศไทย และส่งออกไปยังประเทศจีน โดยสำแดงเอกสารอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ
2.กรณีการขายและนำเข้าน้ำมันเถื่อน ที่มีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของขบวนการยาเสพติด และพนันออนไลน์ หลังจากการซักถามและพิจารณา ได้ทราบว่าปัญหาข้างต้นนั้น มีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ในกระบวนการนำเข้าและส่งออกของประเทศ ตั้งแต่กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ กรมประมง ถึงแม้เวลานี้เรื่องจะอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ยังคงมีข้อครหาจากทางผู้ร้องเรียน ทำให้ กมธ.ความมั่นคงฯ เล็งเห็นว่า ประเด็นของผู้ร้องเรียน เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน อีกทั้งยังมีรายละเอียดจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อกระบวนการตรวจสอบ และเอาผิดนายทุนเจ้าหรือหน้าที่ของรัฐ ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าว จึงได้มีมตินัดประชุมเพิ่มเติม ในวันที่ 24 มกราคม 2567 เพื่อเร่งพิจารณาในรายละเอียด ของประเด็นข้างต้นต่อไป
นายปิยรัฐกล่าวต่อว่า เรื่องที่ 2 เรื่องผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ…. ทั้งหมดจำนวน 3 ร่าง ดังนี้
1. ร่างที่เสนอโดยประธานกรรมาธิการ นายรังสิมันต์ โรม
2. ร่างที่เสนอโดยโฆษกกรรมาธิการ นายปิยรัฐ จงเทพ
3. ร่างที่เสนอโดยที่ปรึกษาประจำกรรมาธิการ พ.ต.อ. วิรุฒม์ ศิริสวัสดิบุตร
เนื่องจากสภาพปัญหาการขนาดสภาพบังคับของ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 ทำให้การทำงาน กมธ. ทุกคณะ ประสบปัญหาด้านการได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่ลดลง ส่งผลให้การดำเนินงาน ตามอำนาจหน้าที่ของ กมธ. เป็นไปโดยยากลำบากมากขึ้น นำมาสู่การพิจารณาหารือในร่างแก้ไขข้างต้น ทั้งนี้ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้มีมติรับหลักการในเบื้องต้น โดยจะนำไปศึกษาและรับฟังความเห็น จากแต่ละพรรคการเมืองเพื่อหารือในลำดับต่อไป

