หน้าแรก ภูมิภาค รุ่นพี่แสบ! ล...

รุ่นพี่แสบ! ลวง ด.ญ.วัย 13 อ้างพาไปดูหมอลำ แต่ทิ้งไว้ในรีสอร์ตให้พี่ชายขืนใจ

18.03.24 | 17:11 น.

แม่ร้องสื่อเพื่อนรุ่นพี่ลวง ด.ญ.13 ปีไปให้ไอ้หื่นข่มขืนในรีสอร์ตเกรงคดีไม่คืบ

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 18 มีนาคม นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี นำ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ลูกสาว เข้าร้องเรียนต่อนายภาณุมาศ จิตรวศินกุล เจ้าของเพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย และสื่อมวลชนว่า ด.ญ.บี อายุ 13 ปี โดน น.ส.ดรีม อายุ 15 ปี เพื่อนรุ่นพี่ลวงไปให้นายบอล อายุ 40 ปี ข่มขืนกระทำชำเรา ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี เหตุเกิดวันที่ 13 มีนาคม 2567

ด.ญ.บีเล่าให้พี่สาวและพี่ชายฟัง และมาเล่าให้แม่ฟัง ก่อนพาไปแจ้งความที่ สภ.ห้วยหลวง เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2567 แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบจึงมาขอความช่วยเหลือจากเฮียเปี๊ยกและสื่อมวลชน ซึ่งได้พาผู้เสียหายเข้าพบ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี

โดยนางเอเล่าให้ฟังว่า มีลูก 3 คน ด.ญ.บี เป็นคนสุดท้อง เรียนอยู่ชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้รู้จักกับ น.ส.ดรีม เพื่อนรุ่นพี่ต่างโรงเรียน วันที่ 13 มีนาคม 67 น.ส.ดรีมได้ขออนุญาตตนพา ด.ญ.บี ไปดูหมอลำในงานบุญ โดยอ้างว่ามีพี่ชายไปด้วย ต่อมานายบอลได้ขับรถยนต์มารับ แต่นายบอลไม่ได้พาไปดูหมอลำ แต่พาไปเปิดรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ต.เชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี โดยให้ น.ส.ดรีมและ ด.ญ.บี อยู่ในห้องด้วยกัน ส่วนนายบอลขับรถออกไปทำธุระ

ไม่นานนายบอลก็ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาที่รีสอร์ต ส่วน น.ส.ดรีมได้บอกว่าจะไปทำธุระกับเพื่อนชาย ให้ ด.ญ.บีอยู่คอยในห้องกับนายบอล ด.ญ.บีขอไปด้วย แต่ น.ส.ดรีมไม่ให้ไปอ้างว่ารถจักรยานยนต์ซ้อน 3 ไม่ได้ หลังจาก น.ส.ดรีมขี่รถออกไป ด.ญ.บีก็ออกมานั่งรออยู่นอกห้อง แต่ด้วยความกลัวทั้งผีและกลัวทั้งคน ด.ญ.บี จึงเข้าไปในห้องแล้วเข้าไปนั่งอยู่ในห้องน้ำ นายบอลได้นั่งดื่มเบียร์ 2 ขวด พอเบียร์หมดก็ได้เรียก ด.ญ.บีออกมาจากห้องน้ำ เมื่อออกมานายบอลก็ใช้กำลังข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.บี ซึ่งได้ขัดขืนแต่สู้แรงนายบอลไม่ได้ จึงถูกนายบอลข่มขืนไป 1 ครั้ง

Advertisement

นางเอ เล่าต่อว่า หลังจากข่มขืน ด.ญ.บีเสร็จแล้ว นายบอลก็ยังอยู่ในห้อง ไม่นาน น.ส.ดรีมก็ขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อนผู้ชาย ด.ญ.บีได้เล่าให้ น.ส.ดรีมฟังว่าถูกนายบอลข่มขืน น.ส.ดรีมจึงพานายบอลไปพูดคุยนอกห้องไม่ให้ ด.ญ.บีได้ยิน พอรู้เรื่องแล้ว น.ส.ดรีมก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งเพื่อนชาย ปล่อยให้ ด.ญ.บีอยู่ในห้องกับนายบอลอีก แต่นายบอลไม่ได้ลงมือข่มขืนซ้ำ

นางเอเล่าต่ออีกว่า พอ น.ส.ดรีมกลับมาและได้รับ ด.ญ.บีกลับมาบ้านเพื่อน นายบอลได้ข่มขู่ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร แต่ ด.ญ.บีได้เล่าในไลน์เรื่องถูกข่มขืนให้พี่ชายฟัง ซึ่งพี่ชายได้ก๊อปข้อความแชตส่งให้พี่สาวดู พี่สาวจึงเล่าเรื่องที่น้องถูกข่มขืนให้ตนฟัง ซึ่งตนได้บอกพี่สาวไลน์ถาม ด.ญ.บี ว่าเกิดเหตุจริงหรือไม่ พอลูกยืนยันว่าจริง ตนก็ให้พี่สาวไปรับ ด.ญ.บีที่บ้านเพื่อนกลับมา เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันที่ 16 มีนาคม จึงพาไปแจ้งความที่ สภ.ห้วยหลวง

“หลังจากแจ้งความแล้ว ตนรู้สึกว่า ด.ญ.บีมีอาการวิตกกังวล ไม่ปลอดภัย กดดัน สภาพจิตใจย่ำแย่ อีกทั้งมีความรู้สึกว่า น.ส.ดรีม ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ จะมีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนางนกต่อ หลอกให้ลูกไปให้นายบอลข่มขืน และตนเกรงว่านายบอลจะลงมือข่มขืนซ้ำอีก เพราะยังจับนายบอลไม่ได้ ตนอยากให้ตำรวจจับนายบอลให้เร็วที่สุด ตนมาถึงขนาดนี้แล้ว จะดำเนินคดีนายบอลจนถึงที่สุด แต่เกรงว่าคดีจะล่าช้า และไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องเฮียเปี๊ยกและสื่อมวลชน”

ต่อมา พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมกับเปิดเผยว่า นายบอล ผู้ก่อเหตุ เคยถูกจับข้อหา “เสพยาบ้า” และเคยก่อเหตุข่มขืนในลักษณะเช่นนี้มาแล้ว 2 คน แต่ผู้เสียหายทั้งสองคนไม่ไปแจ้งตำรวจ และก็มาก่อเหตุข่มขืน ด.ญ.บีซ้ำอีก ในด้านคดีหลังได้รับแจ้ง ร.ต.อ.ประวิทย์ อิ่มใจ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง เจ้าของคดี ได้สอบปากคำเด็กและแม่ ต่อหน้าสหวิชาชีพ เพื่อรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายบอล ข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี พาเด็กไปเพื่อการอนาจาร” และจะติดตามจับกุมนายบอล มาดำเนินการตามกฎหมายให้เร็วที่สุด