เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 ว่าที่ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำกำลังร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนติดตามกวาดล้างขบวนการหลอกลงทุนคริปโท สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาตำรวจ บช.สอท.เปิดปฎิบัติการ BLACK HAT ล่าล้างขบวนการหลอกลงทุนคริปโต ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 125 ล้าน เพื่อเตรียมเฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหาย โดยเป็นกรณีที่มีผู้เสียหาย จำนวน 5 ราย โดนมิจฉาชีพสร้างโปรไฟล์ปลอมแล้วหลอกลวงให้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี สร้างความเสียหายรวมกันมูลค่ากว่า 530 ล้านบาท โดยมี 1 ในผู้เสียหายเป็นชายอายุ 73 ปีโดนหลอกให้ลงทุนมากถึง 308,204,326.50 บาท ซึ่งที่น่าสนใจของคดีนี้ คือเส้นทางการเงินของคดีหลอกลงทุนคริปโทดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินในคดีเว็บพนันออนไลน์จำนวน 2 เครือข่าย มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 13,000 ล้านบาท จนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหา 23 ราย พร้อมยึดเงินสดกว่า 117 ล้านบาท พร้อมทั้งรถยนต์ ปอร์เช่ 1 คัน มูลค่า 8 ล้านบาท รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่ากว่า 125 ล้านบาท เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและนำมาเฉลี่ยทรัพย์คืนให้แก่ผู้เสียหาย
ต่อมาทาง พล.ต.ท.วรวัฒน์ สั่งการขยายผลทุกมิติ โดยให้จับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องให้ได้ทั้งขบวนการ พล.ต.ต.สถิตย์ ว่าที่ พ.ต.อ.อดิชาต จัดทีมลงพื้นที่สืบสวนเพิ่มเติมและจับกุมไปได้แล้วหลายรายจนพบข้อมูลว่านายสุธิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการหลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ชุดสืบสวนจึงวางกำลังเฝ้พบตัวจึงนำหมายจับศาลอาญา ที่ 1705/2567 ลง 22 เม.ย.67 จับกุมได้บริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน” เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

