สำนักพุทธฯ ฟันธง ‘เชื่อมจิต’ ไม่มีในพระไตรปิฎก ขัดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

17.05.24 | 11:32 น.

สำนักพุทธฯ ฟันธง ‘เชื่อมจิต’ ไม่มีในพระไตรปิฎก ขัดหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

หลังจากที่ ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย ทนาย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือมหาหมี รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม, ต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง, อี้ แทนคุณ ตัวแทนผู้เสียหาย, ดร.อธิเทพ ผาทา, อ.รัก คำราม และ แพรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร และ พระวิเวก นามรุ่งโรจน์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.มนสิช ชุนดี รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.บก.ปอท. แจ้งความเอาผิด นายพิชญะ, น.ส.นัฐพร พ่อแม่ของน้องไนซ์ อายุ 8 ปี พร้อมแอดมินเพจ หรือผู้ควบคุมเพจเฟซบุ๊ก นิรมิตเทวาจุติ, ผู้ใช้บัญชีติ๊กต็อก @niramittavajuti และบุคคลอื่นผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้ชื่อของน้องไนซ์ นำเสนอบทความพร้อมคลิปวิดีโอบิดเบือน หรือเป็นเท็จนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หลายครั้งหลายหน

โดยแจ้งความในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก, การเรี่ยไร และฉ้อโกง พร้อมกับเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ พม. เข้ามาดูแลปัญหาดังกล่าว

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม เวลา 10.30 น. ที่ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวกรณีเด็กเชื่อมจิต ว่า ในเรื่องนี้ซึ่งไม่ใช่เรื่องแรกที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเป็นกรณีศึกษา แล้วก็จะมีอีกหลายเรื่องที่จะเกิดขึ้นตามที่ได้เคยนำเรียนไว้แล้ว ในส่วนตัวของตนก็คือศรัทธาอย่าแกว่ง ธรรมะไม่ต้องซื้อไม่ต้องขาย สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) การแถลงข่าวในวันนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะใส่ร้ายบุคคลใดมีเกี่ยวข้อง ขอให้เข้าใจเจตนา การแถลงในวันนี้ถือเป็นหลักการ หากมีกรณีทำนองนี้เกิดขึ้นอีกที่แอบอ้างแอบอิงพระพุทธศาสนาหรือพระพุทธเจ้า หลักการในวันนี้จะถือเป็นหลักที่จะต้องใช้สติมีศีลสมาธิปัญญาที่จะต้องตัดสินใจว่าเรื่องต่างๆนั้น ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนาหรือไม่ แต่วันนี้จะเอาหลักธรรมคำสั่งสอนซึ่งมีกว่าสองพันหกร้อยปีมานำเรียนให้เกิดความเข้าใจ โดยอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งจะต้องทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา กรณีที่มีการเผยแพร่หลักธรรมที่เข้าข่ายบิดเบือนหรือผิดเพี้ยนจากหลักพระพุทธศาสนา

Advertisement

ด้านนายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับกรณีเชื่อมจิตนั้น ทางพศ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราติดตามสถานการณ์มาตั้งแต่ต้น เราก็มีทีมงานในการเฝ้าระวัง โดยกลุ่มงานคุ้มครองพุทธศาสนา ก็มีการรวบรวมข้อมูลคลิปและรายละเอียดข่าวสารต่างๆ เพื่อประกอบการ นอกจากนั้นแล้ว เรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับคำสอนที่ผิดเพี้ยนไป เราก็ได้กราบนมัสการพระมหาเถระ ขอคำปรึกษาขอคำแนะนำ ซึ่งทางพระมหาเถระก็แจ้งมาทางพศ. ว่า ขอให้ใช้สติขอให้ทำให้รอบคอบ เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จะส่งผลกระทบต่อเด็กและครอบครัว ก็รับนโยบายมา

นายอินทพร  กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนก็ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข่าวสารในการกระทำที่จะเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงทางพุทธศาสนา ถึงแม้ว่าพศ.จะไม่มีอำนาจในการห้ามหรือระงับยับยั้ง กลุ่มบุคคลที่เผยแพร่คำสอนทางพุทธศาสนา ที่ผิดเพี้ยนไปจากพระไตรปิฎก แต่เราก็ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด โดยเฉพาะในพื้นที่ ซึ่งคือจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเราก็ทำงานร่วมกันโดยรอบคอบรัดกุมและค่อยๆยกระดับมาตรการขึ้นมา ในขณะนี้ได้มีองค์กรภาคเอกชนยื่นเรื่องไปทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเรียบร้อยแล้ว

“จึงเป็นหน้าที่ของพศ.ที่จะต้องมาให้ความกระจ่าง ให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง และหลังจากชี้แจงเสร็จแล้วเรื่องหลักทำคำสอนเป็นเรื่องของมหาเภระสมาคมในการที่จะควบคุมกำกับดูแลให้เรียบร้อย แล้วก็จะนำเข้าที่ประชุมมหาเถระสมาคม แล้วจะมีมติให้ทางพศ.อย่างไรนั้นจะก็จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง”นายอินทพร  กล่าว

นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดปทุมธานี และผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถระสมาคม กล่าวว่า ศรัทธาในศาพุทธศาสนามีสี 4 ประการที่ชาวพุทธจะต้องยึดมั่น 1.ศรัทธาในกรรม 2.ศรัทธาในผลของกรรม 3.ศรัทธาว่าคนทุกคนสัตว์ทุกตัวมีกรรมของตน และ 4.ศรัทธาในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในส่วนของข้อคำถามที่สงสัยนั้น เมื่อทีมงานได้ตรวจสอบข้อมูลในพระไตรปิฎกนั้น ไม่พบปรากฎหบักฐานการเขื่อมจิต และขัดต่อหลักธรรมคุณ 6 ประการ ที่พระพุทธเจ้าได้มีดำรัสไว้ให้ศึกษาปฏิบัติอีกด้วย เพราะผู้ปฏิบัติเองย่อมรู้เอง ไม่ต้องเชื่อตามคำของผู้อื่น ผู้ได้ใดไม่ปฏิบัติไม่บรรลุผู้อื่นบอกก็รู้เห็นไม่ได้ วิญญูชนรู้เห็นด้วยตนเอง

นายบุญเชิด กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่เป็นอนาคามีก็ดีหรือการเป็นบุตรพระพุทธเจ้า หรือได้แสงสีทองจากพระพุทธเจ้ามาเชื่อมจิน รวมถึงได้รับบัญชาจากพระพุทธเจ้าเพื่อฟื้นฟูพุทธศาสนานั้น ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นทำให้ตัวที่เราต้องนึกถึงสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนคือ พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความจริง ความรู้ และอิสระเสรีภาพ เป็นศาสนาอเทวะนิยม และเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ ดังนั้นเมื่อมีศรัทธาต้องมีสติและปัญญากำกับทุกครั้ง

นายพิชิต ได้ถามนายบุญเชิดว่า หากถามแบบตรงๆการเชื่อมจิตนั้นเชื่อมได้หรือไม่ นายบุญเชิดกล่าวว่า ในพระไตรปิฎกไม่มี แต่ก็จะมีกลุ่มบุคคลที่บอกว่าในพระไตรปิฎกนั้นมี เช่นกรณีที่พระพุทธเจ้าได้สนทนาธรรมกับพระอรหันต์ตลอดทั้งคืนทั้งวัน คำถามที่ตามมาคือ แล้วคนที่กล่าวอ้างว่าเชื่อมจิตนั้นเป็นอรหันต์หรือไม่ ดังนั้นเมื่ออ้างอิงจากพระไตรปิฎกแล้วต้องการันตีว่าไม่มีจริง

นายพิชิตกล่าวว่า ตนได้กราบเรียนแล้วว่าเวลานี้ตนได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ กับพศ.ตนก็ได้ให้นโยบายว่าต้องทำงานเชิงรุก เพราะหากรอระยะเวลาสังคมในแต่ละวันก็จะเกิดความเสียหายความขัดแย้ง สัก 7 วันเราควรตอบได้แล้วหากมีคนอ้างอภินิหารใดๆอีก