สาว22 ป่วยไบโพลาร์เฉียดดับ คลินิกจ่ายยารักษาแพ้รุนแรง เสียค่ารักษากว่าล้านบ.

สาว22 ป่วยไบโพลาร์เฉียดดับ ร้องสายไหมต้องรอด หลังคลินิกจ่ายยารักษาแล้วเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง เสียค่าใช้จ่ายในการรักษากว่า 1 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 พฤษภาคม สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด ซอยสายไหม 38 น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านรังสิต เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ว่าไปรักษาโรคซึมเศร้าที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านรังสิต หมอวินิจฉัยว่ามีอาการเป็นโรคไบโพลาร์ด้วย จึงจ่ายยาตัวหนึ่งซึ่งเป็นยาอันตรายมาให้ ทำให้ตนเกิดอาการแพ้ยาเกือบเอาชีวิตไม่รอด

Advertisment

น.ส.เอกล่าวว่า ไปหาหมอเพราะป่วยซึมเศร้า เมื่อช่วงเดือน ธ.ค.66 ต่อมาต้นเดือน ม.ค.67 หมอจ่ายยารักษาโรคไบโพลาร์มาด้วย ก่อนเพิ่มยามาให้อีกตัว แล้วให้ทานยาอันตรายตัวหนึ่ง ปริมาณ 25 มิลลิกรัม และเพิ่มปริมาณขึ้นเป็น 50 มิลลิกรัม โดยทางแพทย์ไม่มีการแจ้งเตือนเรื่องผลข้างเคียง หรืออาการแพ้ยา วันที่กินเริ่มมีอาการปวดตา ตาบวม ผื่นขึ้น เจ็บคอ จึงได้ทานยาพาราเซตามอล เพราะคิดว่าป่วยเป็นไข้ แต่อาการแย่ลง เริ่มมีอาการ ปากลอกเริ่มไหม้ ทานอะไรไม่ได้ มีผื่น ตาแดง ไปหาหมออีกที่ คุณหมอสั่งแอดมิตทันที โดยมีการตรวจเลือด แต่ระหว่างรอผลอาการแย่ลง มีตุ่มใสสามารถแตกได้ตลอดเวลา เมื่อมีตุ่มเยอะขึ้น หากพลาดเกรงว่าอาจติดเชื้อได้ เมื่อโรงพยาบาลแรกไม่มีห้องปลอดเชื้อ จึงได้แนะนำให้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเอกชนที่มีห้องปลอดเชื้อ ตอนนั้นอาการตนหนักมาก ตามองไม่เห็น หายใจลำบาก และจำอะไรไม่ได้

น.ส.เอกล่าวว่า จากนั้นแม่ของตนได้ย้ายมา รพ.เอกชนแห่งที่ 2 อยู่ในห้องปลอดเชื้อ และมีการแพ้ยาอย่างรุนแรง แพทย์ทำการเจาะเลือดตรวจแล้ววินิจฉัยว่า น่าจะเกิดจากการแพ้ยารักษาโรคไบโพลาร์และเป็นยากันชักที่ทางคลินิกจ่ายให้ โดยแพทย์บอกว่าคนเอเชียแพ้ยาตัวนี้เยอะมาก และต้องมีการปรับโดส ตนนอนรักษาตัวอยู่ 10 วัน เสียค่าใช้จ่ายไป 1 ล้านบาทเศษ โดยเหตุที่ต้องไป รพ.เอกชน เพราะตอนนั้นไม่มีทางเลือกแล้ว มันเป็นเวลาของชีวิต รอไม่ได้ เหมือนชีวิตมันอยู่บนเส้นด้าย จ่ายเท่าไหร่ก็ต้องยอม ชีวิตมันไม่สามารถตีค่าด้วยเงิน ที่ผ่านมาทางคลินิกไม่เคยติดต่อถามไถ่ หรือคำขอโทษเลยสักคำ

Advertisement

ด้านเอกภพกล่าวว่า ทางคลินิกคงไม่ตั้งใจให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ต้องมาติดตามว่า ต้องแก้ไขและทำการรักษาอย่างไร ก่อนให้ยาแก่ผู้ป่วยควรมีการตรวจเลือดหรือไม่ ผู้ป่วยสามารถทานยาตัวนี้ได้หรือไม่ ต้องบอกผลข้างเคียง และแนะนำหากเกิดการแพ้ยา ที่ผ่านมาไม่เคยมาดูแล หรือแม้แต่ขอโทษคนไข้ จากนี้จะประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ติดตามเรื่องดังกล่าวต่อไป

Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image